Make your own free website on Tripod.com

ธรรมกายอ้างสีกาอี๊ดแค่ลูกศิษย์ หัวข้อข่าว นสพ.ข่าวสด ฉบับวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2541 (กรอบบ่ายวันอาทิตย์)

Posted by ฉึกกะฉัก on December 20, 1998 at 20:25:06:

ธรรมกายอ้างสีกาอี๊ดแค่ลูกศิษย์ หัวข้อข่าว นสพ.ข่าวสด ฉบับวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2541 (กรอบบ่ายวันอาทิตย์)

ชาวเชียงใหม่ร้อง ส.ส.ช่วยตรวจสอบกรณีออกเกอสารสิทธิให้วัดะรรมกายโดยทับที่ดินของชาวบ้าน-หนองน้ำสาธารณะ "หนุ่มดอยเต่า" อำนวย ยศสุข เตรียมเสนอเพิกถอนแล้ว พีอาร์สาววัดพระธรรมกายโต้ข่าวชาวบ้านขอเงินทำบุญคืน ยันไม่มี พร้อมท้าให้ไปตรวจสอบที่วัดได้เลยถ้าไม่เชื่อ เผยรู้จัก 'สีกาอี๊ด' ดี เป็นคนใจบุญช่วยเหลือกิจกรรมของวัดทุกครั้งไม่เคยปฏิเสธ มั่นใจไม่มีเรื่องเสียหายกับเจ้าอาวาสแน่นอน ป้อง"ธัมมชโย"ระวังเรื่องผู้หญิงจะตาย ไม่เคยพูดคุยกับสีกาในที่ลับหูลับตา แม้รับแขกผู้หญิงก็มีโยมอุปัฏฐากผู้ชายอยู่ด้วยตลอดเวลา ขณะที่มูลนิธิธรรมกายโต้ข่าวเจ้าอาวาสกว้านซื้อที่ดินที่พิจิตร อ้างเป็นที่ดินที่ญาติโยมถวาย ไม่ได้นำเงินที่คนบริจาคสร้างมหาธรรมกายเดจีย์ไปลงทุนซื้อแม้แต่บาทเดียว

หลังจากมีข่าวว่ากลุ่มประชาชนผู้ศรัทธาในวัดพระธรรมกาย เริ่มตื่นตัวกับความไม่ชอบมาพากลของวัด โดยแห่ไปขอเงินบริจาคสร้างมหาธรรมกายเจดีย์คืนเป็นระยะๆนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. น.ส.ชุลีพร ช่วงรังษี หัวหน้าประชาสัมพันธ์วัดธรรมกาย ชี้แจงว่า ข่าวที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง เพราะได้เช็กไปยังจุดรับบริจาค ปรากฎว่าไม่มีใครมาขอทวงเงินคืนแต่อย่างใด และรู้สึกงงกับข่าวที่ลงไป พร้อมกับเชื้อเชิญให้ผู้สื่อข่าวมาตรวจสอบที่วัดด้วยตนเอง

"อ่านข่าวแล้วตกใจ ไม่รู้ไปเอาข่าวมาจากไหน ขอยืนยันว่าตลอด 2 วันที่ผ่านมาไม่มีการแห่มาทวงเงิน อีกอย่างทุกคนที่มาร่วมทำบุญ เขาทำด้วยใจศรัทธา ไม่มีการบังคับ เมื่อทำไปแล้วมาทวงคืนก็คงไม่เรียกว่าการทำบุญหรอก ถ้าอยากได้ข่าวที่ชัดเจนมาคุยกับทางวัดดีกว่า" น.ส.ชุลีพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีอี๊ดที่ตกเป็นข่าวว่ามีความสนิทสนมกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หัวหน้าประชาสัมพันธ์ วัดธรรมกายกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้สนิทสนมอะไรมาก เพียงแต่เคยเห็นกันบ่อยๆ เพราะาร่วมทำบุยที่วัดนานถึง 10 ปีแล้ว คุณอี๊ดจะมาช่วงอาทิตย์ต้นเดือนเป็นประจำ เป้นคนใจบุญคนหนึ่ง หากทางวัดมีอะไรให้ช่วยจะไม่เคยปฏิเสธ "จริงๆแล้วโอ๋ไม่รู้ลึกถึงเรื่องวส่วนตัวของน้าอี๊ด รู้เพียงท่านให้ความศรัทธาในวัดพระธรรมกายมาก มีงานต้องมาช่วยทุกครั้ง เราในฐานะประชาสัมพันธ์ย่อมคุ้นเคยเป็นธรรมดา เพราะเห็นหน้ากันบ่อยๆ ส่วนที่มีข่าวว่าน้าอี๊ดไปร่วามถือหุ้นในบริษัทต่างๆและโยงใยมาถึงทงวัดนั้น เท่าที่รู้เป็นการรวมตัวของเพื่อฝูงกันเอง เพียงแต่มาให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสตั้งชื่อให้เท่านั้น"

น.ส.ชุลีพรชี้แจงว่าความสัมพันธ์ระหว่างสีกาอี๊ดกับหลวงพ่อธัมมชโยตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะธรรมดาของคนที่ทำบุญมานาน ย่อมมีความคุ้นเคยกับเจ้าอาวาส แต่ไม่ใช่เป็นการส่วนตัว ซึ่งหลวงพ่อก็ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คนที่มองแบบไม่เข้าใจก็เอาไปพูดต่างๆนานาจนท่านเสียหาย

"หลวงพ่อท่านระวังตัวมาก การรับแขก้ไม่ใช่แบบลับหูลับตา จะมีศาลารับแขกโดยเฉพาะ และมีโยมอุปัฎฐากซึ่งเป็นผู้ชายอยู่ตลอดเวลา และต้องมีระยะห่าง เข้าไปทีก็หลายคน และที่ว่าเข้าหายากเรื่องนี้คงพูดลำบากเพราะวันหนึ่งๆคนมาหาท่านเยอะ ท่านก็ต้องเลือกเวลาบ้าง ไม่งั้นคงเหนื่อยแย่ กับข่าวที่ออกมาทั้งหมดได้คุยกับท่านบ้าง ท่านก็บอกว่าไม่ต้องไปตอบโต้ วันนี้พวกเขาเข้าใจผิด สักวันก็คงกระจ่างเอง" น.ส.ชุลีพรกล่าว

วันเดียวกัน มูลนิธิธรรมกาย ได้ชี้แจงถึงเรื่องที่มีข่าวพาดพิงถึงเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จ.พิจิตรจำนวน 156 ไร่ว่า ความจริงแล้วที่ดินดังกล่าวได้มีสาธุชนถวายให้ และมีการโอนกรรมสิทธิ์ใน น.ส.3 ก. ตั้งแต่ปี 2534 ก่อนสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ แต่ต่อมากรมที่ดินได้ประกาศให้เปลี่ยน น.ส.3 ก. เป็นโฉนดตามโครงการออกโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน 2540 จึงมิได้มีการนำเงินจากการบริจาคสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ไปกว้านซื้อที่ดินแต่อย่างใด

มูลนิธิธรรมกายชี้แจงต่อไปว่า การถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ญาติโยมถวายนั้น กรมการศาสนาได้ชี้แจงว่าไม่ผิดกฎหมายและธรรมวินัย มูลนิธิมีวัตถุปรสงค์ประการหนึ่ง ที่ระบุไว้ในตราสารมูลนิธิ ข้อ 2.4 คือ "เพื่อสร้างและบำรุงรักษาธุดงคสถาน" มูลนิธิได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์นี้ตลอดมา โดยการสนับสนุนของเจ้าอาวาสและญาติโยมที่มีความศรัทธา เห็นผลงานการทุ่มเททำงานเผยแผ่นพระศาสนาของท่าน ได้ถวายที่ดินเพื่อให้ท่านได้ดูแลจัดสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมต่อไป

สถานที่ต่างๆเหล่านั้น อาทิ ธุดงคสถานล้านนา จ.เชียงใหม่, พิษณุโลก, ปราจีนบุรี, นครปฐม และขอนแก่น เป็นต้น แต่ละแห่งมีกิจกรรมเผยแผ่พระศาสนา เป็นประโยชน์ต่อชาวพุทธในท้องถิ่นอย่างยิ่ง การพัฒนาธุดงคสถานเหล่านี้ ต้องใช้บุคลากรและทุนทรัพย์จำนวนไม่น้อยแต่ก็สำเร็จด้วยดี เพราะเจ้าอาวาสรับภาระให้การสนับสนุนสถานที่เหล่านี้เมื่อได้พัฒนาเป็นธุดงคสถานแล้วก็ก็ได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิธรรมกายทั้งหมด ส่วนการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิ ได้วางระเบียบการเงินไว้อย่างรัดกุม รอบคอบ มีคณะกรรมการชุดต่างๆ พิจารณาอนุมัติตามลำดับ"

ผู้สื่อข่าวรางานว่า นอกจากนางจิรวัฒน์ ศรีสัตนา จะเป็นสีกาที่มีความสนิทสนมกับพระธัมมชธยแล้ว หนังสือพิมพ์แนวธุรกิจรายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง รายงานว่ายังมีชื่อของนางเพียงนิล ศิริเกษม ภรรยาของนายสุวิทย์ มหาแถลง หรือที่รู้จักกันในนาม "เสี่ยพะ" ผู้กว้างขวางและเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจและการเมืองรวมอยู่ด้วย และมีความสัมพันธ์ใดล้ชิดกับ "เสี่ย ส." นักเล่นหุ้นชื่อดัง ต่อมาสามีของนางเพียงนิลได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน โดยทิ้งกิจการมูลค่าหลายพันล้านบาทไว้ อาทิ ธุรกิจธนาคาร อุตสาหกรรมอาหารกระป๋องส่งออก และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

สำหรับนางเพียงนิล เข้ามาเป็นสานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายกว่า 10 ปีแล้ว และได้ทุ่มเททั้งกำลังทรัพย์และการปฏิบัติตามกรอบของวัดอย่างเต็มที่ จนเป็นที่ยอมรับของวัดธรรมกายได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญนางเพียงนิลมีความใกล้ชิดกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายทำให้นางเพียงนิลได้ให้บุตรสาว 2 คนเข้ามาเป็นสานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายอีกด้วย และเมื่อ 3 ปีก่อนนางเพียงนิลก็ได้ยกบุตรสาวคนเล็กที่ปัจจุบันมีอายุ 16 ปีเศษ ให้เป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

นอกจากนี้ ยังมีสานุศิษย์ผู้ใกล้ชิดเป็นพิเศษของพระธัมมชโยอีก 1 คน คือ น.ส.วิชญา ไตรวิเชียร มีชื่อเล่นว่า "นัส" โดยพระธัมมชโยได้ส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบ และขณะนี้เป็น 1 ใน 14 คนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการมูลนิธิธรรมกาย ซึ่งเพิ่มเติมเข้าไปภายหลังจากเดิมที่มีแค่ 9 คน ซึ่ง น.ส. วิชญาถือว่ามีบทบาททางด้านกิจกรรมของวัดพระธรรมกายในทุกด้าน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่ฮอดรีสอร์ท อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ได้มีชาวบ้านหมู่, 11 และ 12 ต.บ่อหลวง จำนวน 50 คน โดยมีนานจำรัส กาโน กำนันตำบลบ่อหลวง เป็นแกนนำ เพื่อยื่นหนังสือต่อนายอำนวย ยศสุข ส.ส.ส. เชียงใหม่ พรรคความหวังใหม่ โดยขอให้ช่วยเหลือและช่วยตรวจสอบเรื่องเกอสารสิทธิของศิษย์วัดพระธรรมกายที่สามารถออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินได้ ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ทับที่ดินของชาวบ้าน และยังออกเอกสารสิทธิในสระน้ำซึ่งเคยเป็นที่ดินสาธารณะที่ชาวบ้านได้ใช้กันมา ทั้งยังมีการหวงห้ามไม่ให้ชาวบ้านนำน้ำออกไปใช้ ซึ่งนายอำนวยได้เชิญนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอฮอด มาร่วามรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วย

นายอำนวยกล่าวว่า ตนจะนำเรื่องของชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องแหล่งน้ำและที่ดนิที่ถูกพวกศิษย์วัดพระธรรมกายเบียดบบังเข้าตรวจสอบกับกรมที่ดินที่กรุงเทพฯ ว่ามีการออกเอกสารสิทธิได้อย่างไร ทั้งที่ชาวบ้านเคยร้องขอมาแล้วแต่ไม่ได้ แต่พอศิษย์ะรรมกายมาขอกลับได้ทันที และยังได้ที่ดินสระน้ำสาธารณะที่ชาวบ้านใช้จนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก โดยจะขอเวลาตรวจสอบอยางละเอียด 2 สัปดาห์ และให้นายอำเภอฮอดทำเรื่องถึงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกให้บริเวณสระน้ำสารธารณะด้วย

ส.ส.เชียงใหม่กล่าวว่า ตอนนี้เป็นเรื่องราวต่างๆของวัดพระธรรมกายาสขาย่อยที่เชียงใหม่เริ่มแดงออกมาแล้ว เพราะมีการออกเอกสารสิทธิทับอ่างน้ำสาธารณะ และทางเดินที่เขามีอยู่เดิม ซึ่งราษฎรเขามีหลักฐานที่มีการออก ส.ค.1 ที่ออกปี 2521 และภาพถ่ายทางอากาศซึ่งเจ้าของที่ดินเดิมทิ้งไว้ให้เขา และมาถึงวันนี้ปรากฎว่าเอกสารสิทธิมาคลุมที่ดินไว้ทั้งหมด ทำให้ราษฎรไม่พอใจ เพราะว่าตั้งแต่ปี 2535 นั้น ไม่มีใครเขาทำอย่างนั้น เมื่อชาวบ้านไม่พอใจที่ธรรมกายหวงน้ำ โดยอ้างว่าสระน้ำเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกศิษย์ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนและออกมาตั้งข้อสงสัยว่าหน่วยราชการไปออกเอกสารสิทธิให้วัดพระธรรมกายได้อย่างไร ดังนั้นในเมื่อราษฎรมีหลักฐานยืนยัน ทางหน่าวราชการก็ต้องถอดถอนเอกสารสิทธิ์นั้น แล้วส่งกรรมการเข้าไปตรวจสอบใหม่

"ที่ราษฎรมาวันนี้ไม่ใช่มาต่อต้านธรรมกาย แต่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบรรดาลูกศิษย์ธรรมกายที่เอาที่ดินไปเป็นของพวกตน โดยอาศัยอำนาจบารมีบีบเอาเอกสารสิทธิมาครอบครอง ขณะที่ชาวบ้านเคยขอแล้วกลับไม่ได้ ซ้ำยังไม่ใช้ชาวบ้านใช้น้ำอีก เมื่อเขาเดือดร้อนจึงออกมาต่อสู้ วัดธรรมกายไม่น่าเบียดเบียนชาวบ้านแบบนี้ พระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้แล้ว การที่พวกธรรมกายทำแบบนี้กับชาวบ้านเพื่อผลประโยชน์ก็ถือว่าไม่ใช่ศาสนาพุทธแล้ว" นายอำนวยกล่าว

ส.ส.เชียงกล่าวต่อว่า ตนทราบว่าเมื่อปี 2538 บรรดาศิษย์ธรรมกายพยายามขอใบเอกสารสิทธิบริเวณ ต.บ่อหลวง อ.ฮอด โดยใช้บารมีและอำนาจจากผู้หลักผู้ใหญ่บีบบังครับ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอคนหนึ่งทราบชื่อว่า สมพร ไม่ทราบนามสกุล ปัจจุบันอยู่ที่ อ.งาว จ.ลำปาง ไม่ยอมและพยายามต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็ถูกย้ายออกมาทันทีภายใน 24 ช.ม. ให้ไปอยู่ภาคใต้ และต่อมาทางธรรมกายก็ได้มาครอบครองที่ดินดังกล่าว กระทั่งได้ใบเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. ครอบคลุมบริเวณสระน้ำด้วย โดยอ้างว่าเป็นของบริษัทเอกชน ซึ่งตนทราบว่าบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับธรรมกายด้วย พวกนี้ฉลาดที่จะไม่ใช้ชื่อวัด แต่จะใช้ชื่อบุคคลที่เป็นศิษย์ดำเนินการและนำที่ดินต่างมาบริหารในเชิงพรณิชย์ ทำสวนดอกไม้ ปฏิบัติธรรมต่างๆ และเมื่อได้ใบเอกสารสิทธิมาแล้วยังมีการเอาไปจำนองกับบริษัทต่างชาติอีก เรื่องนี้ตนจะตรวจสอบกับกระทรวงพาณิชย์ว่าบริษัทที่มาขอเอกสารสิทธิและได้ไปเมื่อปี 2539 นั้นดำเนินกิจการอะไรแน่ และสาเหตุที่ชาวบ้านเคยขอใบเอกสารสิทธิที่ดินทำกินแม้กระทั่งบ้านเรือนที่เขาอยู่ยังไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังชาวบ้านได้นำคณะสื่อมวลชนออกไปสำรวจดูสระน้ำดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีการออกเอกสาสิทธิให้ถึง 4 จุด ทั้งที่เป็นบริเวณสระน้ำ ป่าช้า และที่ดินป่าสงวนบางจุด นอกจากนี้ ยังมีการเขียนป้ายติดไว้ห้ามราษฎรบุกรุกหรือนำน้ำไปใช้ด้วย รวมทั้งยังทราบว่า น.ส.สมพร ต่อตระกูล รองประธานมูลนิธิพัฒนาสิ่งแวดล้อม หรือสาขาย่อยวัดพระธรรมกาย อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ จะเดินทางแจกข้าวของให้กับราษฎรในเขต อ.ฮอด ที่มูลนิธิดังกล่าวด้วย

นายจำรัส กาโน กำนัน ต.บ่อหลวง เปิดเผย่า ชาวบ้านเดือดร้อนมากโดยเฉพาะเรื่องน้ำ หากยังไม่มีการช่วยเหลือตรวจสอบของรัฐให้ถูกต้อง และเป็นที่กระจ่างกับชาวบ้าน พวกเราก็จะเคลื่อนไหวขอความเป็นธรรมต่อไปในระดับสูงขึ้น

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายกว้านซื้อที่ดิน ในเขต ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร นั้น นายประเสริฐ แก้วสวาท อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 7 ต.หนองพร กล่าวว่า จากการที่กรมการศาสนาระบุว่าจะตรวจสอบเรื่องดังกล่าว จนบัดนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการใดๆเลย อย่างไรก็ตามถ้าหากไม่มีใครดำเนินการก็จะยกขบวนกันไปร้องเรียนต่อนายโกเมศ แดงทองดี ผู้ว่าฯพิจิตร ทันที ทั้งนี้พวกตนและชาวบ้านพร้อมจะให้ข้อมูลการซื้อที่ดินของวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไร มีใครร่วมมือบ้าง