Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 15/2/2542

สั่งจับตา 6 สีกา ใกล้ชิดธรรมกาย

แฉรายงานกมธ.ศาสนาตรงกับสำนักข่าวกรองแห่งชาติตามติด 6 สีกาใกล้ชิดพระชั้นผู้ใหญ่ในวัดฉาว พฤติกรรมไม่เหมาะสมมีผู้พบเห็นอยู่กันสองต่อสองต่างสถานที่กัน ทุกคนมีธุรกิจส่วนตัวแถมฐานะหรูหราต่างหาก ทีเด็ดวัดพระธรรมกายทำเสมือนแดนสนธยา ส่งกำลังเต็มอัตราคุมหน้าวัดเข้มงวดห้ามนักข่าวเข้าตรวจสอบในวัด ขณะที่"ทัตตชีโว"แผลงฤทธิ์เทศน์ถล่มสื่อมวลชนเละเทะ "สวนสุนันทา"ออกโพลล์สำรวจคนกทม. พบว่าให้ความสนใจข่าววัดฉาวมาก พร้อมเชื่อมั่นพฤติกรรมวัดทำลายวงการพุทธศาสนา ประชาชนกว่าร้อยละ 37.62 หมดศรัทธาวัด แถมเรียกร้องให้มหาเถรสมาคมเร่งชำระความโดยด่วน

รายงานข่าวจากคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมแจ้งว่า คณะกรรมาธิการการศาสนาฯเคยเชิญตัวแทนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาให้ข้อมูลเรื่อง
วัดพระธรรมกาย และมีการยืนยันว่ามีอุบาสิกาบางคนใกล้ชิดกับพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จากการตรวจสอบมีตัวตนจริง แต่ผู้กล่าวอ้างมิได้ตอบโต้แต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หน่วยงานดังกล่าวได้ติดตามพฤติกรรมความไม่เหมาะสมของพระชั้นผู้ใหญ่ในวัดพระธรรมกายจริง แต่ไม่ขอระบุเป็นรูปใดโดยพบว่ามีสีกาเข้าไปเกี่ยวข้องถึง 6 คน สีกาคนแรกอายุ 48 ปี มีผู้พบเห็นพระรูปนั้นอยู่ลำพังในบ้านพักของสีกาแถบอินทรามระ ห้วยขวาง โดยสีกาคนนี้ยังซื้อห้องพักในโครงกาคอนโดมมิเนียมแถววัดพระธรรมกายด้วย คนที่ 2 อายุ 42 ปีเป็นผู้ใกล้ชิดคอยติดตามดูแลเรื่องชีวิตประจำวันทั้งอยู่ในวัด และเวลาเดินทางไปต่างจังหวัด เคยมีผู้พบเห็นอยู่ตามลำพังสองต่อสองกันในกุฎิที่พักช่วงกลางคืน ปัจจุบันสีกาคนนี้อยู่ที่คลองหลวง ปทุมธานี

สำหรับสีกาคนที่ 3 นั้นอายุ 45 ปี โดยจะเป็นคนไปรับไปส่งพระผู้ใหญ่เมื่อเดินทางไปเชียงใหม่ รวมถึงได้มีการไปพบสีกาที่บ้านพักโดยขณะที่สามีไม่อยู่ ซึ่งเมื่อสามีทราบเรื่องนี้ก็ห้ามไม่ให้พบปะอีก พร้อมทั้งเดินทางไปต่อว่าพระรูปนี้ พร้อมกับจะยกให้หากต้องการรับเลี้ยงดู คนที่ 4 ดูแลด้านธุรกิจที่ดิน อายุ 54 ปี เคยเห็นอยู่ลำพังในบ้านพักแถบพญาไท โดยสีกาแต่งชุดนอน และมีผู้พบเห็นพระรูปนั้นยังเคยพยายามจับมือถือแขนด้วยที่หาดทรายยาว จ.ตราด ปัจจุบันสีกาคนนี้อยู่ที่อยุธยา

คนที่ 5 อายุ 52 ปี ดูแลด้านธุรกิจอัญมณี โดยจะมีการไปส่งบ้านพักในหมูบ้านนวธานี จนดึกกว่าจะกลับวัด ปัจจุบันสีกาคนดังกล่าวพักอาศัยที่เชียงใหม่ แต่หากเดินทางเข้ากรุงเทพฯจะพักที่หมู่บ้านนวธานี ส่วนคนสุดท้ายนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามพฤติกรรมอยู่ โดยมีการนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจน้ำมันในสิงคโปร์ แต่มีปัญหาเรื่องเงิน 50 ล้านบาท โดยสีกาคนนี้อยู่ที่นครราชสีมา

นอกจากนั้นยังมีบุคคลที่พบพฤติการณ์ไม่เหมาะสมหลายคน ทั้งคนสนิท คนแวดล้อม รวมถึงผู้ศรัทธาด้วย แต่ทุกคนยังมีความจงรักภักดีอย่างมากจนไม่มีใครกล้า
ออกมาเปิดโปงพฤติการณ์ดังกล่าว

วันเดียวกัน ผศ.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฎสวนสุนันทา ได้รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกทม.เกี่ยวกับพฤติกรรม
ของวัดพระธรรมกายที่ปรากฎในสื่อมวลชนทุกแขนง โดยมีจำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 1,419 ราย ซึ่งปรากฎว่า
กลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 72.61 ได้ให้ความสนใจต่อข่าววัดฉาวนี้เป็นอย่างมาก มีเพียงร้อยละ 20.19 เท่านั้น
ที่ไม่ได้ให้ความสนใจ

นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 49.65 เห็นว่าพฤติกรรมของวัดพระธรรมกายสร้างผลกระทบต่อพุทธศาสนาอย่างมาก ร้อยละ 20.68 เห็นว่ามีผลต่อภาพลักษณ์ของวงการศาสนา และอีกร้อยละ 2.79เห็นว่าเรื่องนี้น่าจะมีผลกระทบต่อ
ความมั่นคงของชาติ ส่วนในด้านการดำเนินการของวัดนั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 42.34 ไม่เชื่อมั่นและไม่แน่ใจการดำเนินการของวัด นอกจากนี้อีกร้อยละ 37.62 ยังรู้สึกว่าไม่มีความศรัทธาต่อวัดนี้
แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยคือร้อยละ 20.04 ที่ยังให้ความเชื่อมั่นและมีความศรัทธาต่อวัดนี้ดังเดิม

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายนั้น ข้อมูลปรากฎออกมาว่าร้อยละ 33.77 เห็นว่ามหาเถรสมาคมควรเร่งดำเนินการหาข้อยุติ ในขณะที่ร้อยละ 27.86 เห็นว่าวัดพระธรรมกายควรหยุด
การเผยแพร่กิจกรรมที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ร้อยละ 21.44 ยังเสนอให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาส
วัดพระธรรมกาย ออกมาชี้แจงเรื่องราวฉาวทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ด้วย

สำหรับบรรยากาศภายในวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางวัดได้เพิ่มความเข้มงวด
ในการตรวจสอบผู้ที่จะเข้าไปในวัดมากขึ้น
โดยเฉพาะสื่อมวลชนทุกแขนงนั้นได้ถูกคำสั่งห้ามเข้าอย่างเด็ดขาด โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าไปปฏิบัติธรรมภายในวัดนั้นมีประมาณ 1,500 คน ส่วนใหญ่จะเดินทางมาโดยรถบัสของทางวัด

ต่อมาเวลา 9.34 น. พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ออกมาแสดงเทศนาด้วยตนเอง โดยพูดถึงวิธีปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรมกายว่า คนเราเกิดมานั้นในตัวตนมีพระพุทธรัตนะทุกคน รัตนะแปลว่า แก้ว พุทธรัตนะ หมายถึง พระพุทธเจ้าที่เป็นแก้ว ธรรมรัตนะหมายถึงพระธรรมีท่เป็นแก้ว มีลักษณะเป็นดวงเหมือนดวงแก้ว สังฆรัตนะ ก็คือธรรมกายที่มีอยู่ในกายกลางธรรมรัตนะ จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.33 น. จึงได้จบการเทศนา โดยก่อนจบนั้นได้ขอให้ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมพบสิ่งมหัศจรรย์สำเร็จวิชชาธรรมกายโดยเร็ว

จากนั้นพระภาวนาวิริยคุณ หรือพระทัตตชีโว ได้ขึ้นแสดงธรรมเทศนาเป็นรูปต่อมา โดยได้กล่าวถึงงานบุญใหญ่ในวันที่ 1 มีนาคมซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ซึ่งระบุว่าจะมีผู้คนจำนวนมากร่วมงานครั้งนี้ นอกจากนี้แล้วยังบอกว่าผู้มาปฏิบัติธรรมนั้นมีบุญหนัก แต่ก็มีทุกข์ควบคู่ไปด้วย ดังนั้นจึงต้องหันมาพึ่งธรรมะให้มากขึ้นเพื่อจะได้เกิดสุข อย่างไรก็ดีในงานบุญวันนั้นก็จะมีคนมาคอยขัดขวางการทำดี การนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ฯลฯ ซึ่งทุกคนต้องอดทน ผู้ที่เรียนรู้วิชชาธรรมกายย่อมเป็นสุขเมื่อถึงนิพพาน ส่วนนิพพานจะเป็นอนัตตาหรืออัตตานั้นขอให้พิจารณาดูกันเอาเอง เพราะหากพูดออกไปก็จะเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีก

พระทัตตชีโวยังบอกด้วยว่า บรรพชิตหรือนักบวชที่เป็นผู้รักษาพุทธรัตนะนั้นเยือกเย็นไม่ก่อเวร แต่ที่ประสบในขณะนี้ก็คือ พระวัดหนึ่งตะโกนด่าพระอีกวัดหนึ่งเป็นการสร้างเวรให้แก่ตนเอง เรื่องนี้ขอให้อนุโมทนาสาธุไม่ควรคิดจาบจ้วงกับใคร นอกจานี้แล้วในวันมาฆบูชาก็ขอให้เกณฑ์คนมากันเยอะๆเพื่อจะได้แสดงให้คนภายนอกเห็นถึงศรัทธา

ในวันเดียวกัน น.ส.ชุรีพร ช่วงรังษี เจ้าหน้าที่มูลนิธิธรรมกายได้ชี้แจงเกี่ยวกับหนังสือกรณีธรรมกายของพระธรรมปิฎกที่ออกมาเผยแพร่ในเวลานี้ว่าวัด
พระธรรมกายสอนธรรมะผิดคำสอนของพระพุทธเจ้า รวมถึงเรื่องจาบจ้วงพระพุทธเจ้านั้นว่า เป็นเรื่องของสงฆ์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของมหาเถรสมาคมเป็นผู้ชี้ขาด และเชื่อว่าพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ซึ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ย่อมจะให้เหตุผลชี้แจงกรณีต่างๆได้

ส่วนกรณีที่ไม่ยอมให้สื่อมวลชนเข้ามาภายในบริเวณวัดนั้น น.ส.ชุรีพรกล่าวว่า คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดทางวัดไม่มีนโยบายปิดกั้นการเสนอข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการชี้แจงสื่อมวลชนของน.ส.ชุรีพรนั้น น.ส.จงเปนนี เรืองพร้อม เจ้าหน้า ที่มูลนิธิธรรมกายอีกคนหนึ่งได้เรียกให้เจ้าหน้าที่ของวัดนำกล้องวีดิโอมาบักทึกเทปการสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนตลอด
เวลาซึ่งมีความยาวกว่า 30 นาทีด้วย