Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 14/1/2542

ดึงแบงก์ชาติสอบ เงินวัดธรรมกาย
ดึงแบงก์ชาติ-แบงก์พาณิชย์เข้าร่วมตรวจสอบเงินหมุนเวียนของวัดพระธรรมกาย หลังสรรพากรขยับตัวสั่งเจ้าหน้าที่สอบรายรับ-จ่าย คาด 1-2 สัปดาห์รู้ผล โฆษกกรมสรรพากรเผย
สอบวัดพระธรรมกายเรื่องยาก ทั้งปกปิดข้อมูลทั้งเปิดบัญชีเพียบไปหมด ขอเวลาสักระยะแฉให้สิ้นไส้ กมธ.ศาสนาเรียกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงชี้แจงแล้ว สำนักข่าวกรองหวั่นปัญหาความมั่นคงเจอวัด
ระดมสมาชิกเป็นล้าน ส่วนประเด็นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโค่นต้นไม้พระราชทานยังเงียบรอ
หลักฐานแน่ชัดก่อน
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการศานา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อพิจารณาญัตติการตรวจสอบพฤติกรรมของวัดพระธรรมกาย มีนายสกุล ศรีพรหม ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธาน ซึ่งใช้เวลาในการประชุมทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง
การประชุมครั้งนี้ได้มีการเชิญนางจริยา โพธิสมบัติ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายศิริรัตน์ โชติรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พล.ต.ต.อชิระ สนแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี
พล.ต.ต.บุญสม เจริญสินธุ์ ผู้บังคับการกองกำกับการตำรวจสันติบาล 1 นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนา และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคความหวังใหม่ ในฐานะโฆษกคณะกมธ.
เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานต่างๆได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะทางตำรวจภูธรปทุมธานีได้สอบถามถึงการดำเนินคดีกับวัด
ว่ามีหรือไม่ ซึ่งก้ได้รับการชี้แจงว่ายังไม่เคยมีผู้ร้องเรียนเลยส่วนประวัติของพระราชภาวนาวิสุทธิ์นั้น
ทางตำรวจสันติบาลได้ชี้แจงข้อมูลตรงกับที่สื่อมวลชนนำเสนอ
สำหรับในส่วนของสมช.นั้น ชี้แจงว่าได้ศึกษาและติดตามมาตลอด 10 ปี โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางพุทธศาสนา แต่ไม่ได้ดูในภาคปฏิบัติเนื่องจากเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ส่วนเรื่องกรีนการ์ดนั้น สำนักข่าวกรองยืนยันว่ายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับธัมมชโย และช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมาก้ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศเลย มีแต่พระภาวนาวิริยคุณหรือ พระเผด็จ ทัตตชีโวเท่านั้นที่เดิน
ทางไปต่างประเทศ และคงจะต้องเชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมาชี้แจงอีกครั้ง
โฆษกกมธ.ศาสนาฯกล่าวว่า กรมการศาสนาได้แจ้งว่าไปวัดพระธรรมกายเพื่อตรวจสอบว่าจะดำเนินการอย่างไรและตรวจสอบดูว่าอะไรบ้างที่วัดทำผิด
หรือมีข้อสงสัย คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการสรุปประเด็นต่างๆ เพื่อส่งให้คณะกรรมการรวบรวมข้อมูลของ
กระทรวงศึกษาฯพิจารณา แต่หากประเด็นไหนที่ยังไม่ชัดเจนก็จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติม
ด้านนายอำนวย สุวรรณคีรี ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกมธ.ศาสนาฯกล่าวว่า สำนักข่าวกรองแสดงความเป็นห่วงเรื่องการระดมคนนับล้านๆคน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะกระทบต่อความมั่นคงได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่สื่อมวลชนนำเสนอส่วนใหญ่มีมูลและมีความเป็นไปได้สูง ซึ่งคณะกมธ.ยังเชื่อมั่นว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลลึกๆมากกว่านี้อีก ซึ่งจะได้มีการติดตามต่อไป
"ที่ประชุมยังเห็นพ้องกันว่า จะได้เชิญธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างๆมาเพื่อขอให้มีการตรวจสอบเงินหมุนเวียนเข้าออกของวัดพระธรรมกายด้วย"
มีรายงานข่าวจากคณะกมธ.ศาสนาฯระบุว่า ที่ประชุมได้มีการหยิบยกคำปรารภของพล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ราวปี 2531-2532ครั้งนั้นได้มีการถามว่าหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งห่วงเรื่อง
อะไรมากที่สุด ซึ่งได้รับคำตอบว่าห่วงเรื่องวัดพระธรรมกาย
อย่างไรก็ดีได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์สั่งการให้มีการโค่นต้นไม้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ปลูกหน้าพระอุโบสถขึ้นมาหารือในที่ประ ชุมด้วย แต่ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้มากนักเพราะขาดหลักฐานที่ชัดเจน
นอกจากนี้ทางสำนักข่าวกรองได้รายงานข้อมูลบางประการที่น่าสนใจให้กมธ.รับทราบด้วย เช่นการระดมสมาชิกของวัดที่มีลักษณะเป็นแบบลูกโซ่ การบอกบุญในการสร้างพระธรรมกายประจำตัวองค์ละ 10,000 บาทจำนวน 1 ล้านองค์ การก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ รวมทั้งกรณีการที่พระสงฆ์สั่งอาหารจาก
ภายนอกเข้ามาฉันท์ภายในวัดเองด้วย
รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า 3-4 ปีไม่ปรากฎข้อมูลการเดินทางเข้าสหรัฐฯของพระไชยบูลย์ ธัมฺมชโย และไม่ปราฎว่าระหว่างนี้ขอกรีนดาร์ด โดยตรวจสอบจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและแปลงสัญชาติของสหรัฐฯ การตรวจหาข้อมูลเพิ่มเติมไปจากนี้ต้องเอาใบสำเนาคำร้องขอวีซ่าเข้าสหรัฐก็ทำการตรวจสอบได้มากกว่านี้
ร.อ.สุชาติ เชาววิศิษฐ์ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ทางกรมสรรพากรได้เร่งให้สรรพากรจังหวัดปทุมธานีตรวจสอบการดำเนินงานของวัดพระธรรมกายว่ามีธุรกิจใดที่เข้าข่าย
ต้องเสียภาษีหรือไม่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย คาดว่า 1-2 สัปดาห์จะได้รับรายงาน ในขณะนี้ยังไม่สามารถพูดอะไรได้มาก ซึ่งการเข้าไปตรวจสอบของกรมสรรพากรครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากข่าวที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดีจะมีบรรดาลูกศิษย์ของวัดมาชุมนุมร้องเรียนหรือไม่นั้นไม่ทราบแต่ถือว่าเราได้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย
นางไพฑูรย์ พงษ์เกษร เลขานุการกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากรกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พยา ยามเข้าไปตรวจสอบมาตลอดแต่ดำเนินการอย่างเงียบๆ ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ เพราะมีการปกปิดข้อมูล
เข้าไปตรวจสอบได้ยากมาก ในหลักการนั้นจะเข้าไปดูว่า มีธุรกิจที่เข้าข่ายเสียภาษีบ้างเช่น การซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดิน หากกระทำในนามของบริษัทก็ต้องเสียภาษี การจ่ายเงินว่าจ้างผู้รับเหมาต้อง
มีการตรวจสอบถึงตัวบุคคลด้วย อย่างไรก็ดีการตรวจสอบต้องใช้ระยะเวลาเพราะวัดพระธรรมกาย
เป็นวัดใหญ่และไม่ได้มีการเปิดบัญชีเงินฝากแค่ 1-2 บัญชีแต่มีมากต้องใช้เวลา
ทางด้านกองปราบปราม เมื่อบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.วิเชียร สมานพงษ์ รอง ผบก.ป.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวน
คดีวัดธรรมกาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้เรียกประชุมคณะทำงานชุดสืบสวนพร้อมทั้งแบ่งงานกันทำ
ตามที่มีคนร้องเรียนมา 4 ประเด็นคือ 1.เรื่องจำนวนเงินที่ได้รับบริจาคว่ามีการใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ได้ให้ กก.3 ป.ประสาน
กับศึกษาธิการจังหวัด 2.เรื่องจำนวนที่ดินและสิ่งก่อสร้างของวัดธรรมกาย ได้ให้ กก.1 ป.ประสานงานกรมศาสนาและกรมที่ดิน 3.เรื่องการทำธุรกิจของวัดธรรมกายเกี่ยวพันกับบริษัทต่าง ๆ จะได้ประสานงานกับอธิบดีกรมทะเบียนการค้าเพื่อขอหลักฐานต่าง ๆ 4.เรื่องสัญชาติของเจ้าอาวาส จะได้ติดต่อไปทางสถานทูตอเมริกาเพื่อขอทราบข้อเท็จจริง
พ.ต.อ.วิเชียร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดมาแล้วก็จะได้พิจารณาสรุปกันว่ามีสิ่งใดที่เข้าข่ายการกระทำผิดกฏหมายบ้านเมืองบ้างเพื่อกองปราบฯ
จะเข้าไปดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องสัญชาติของเจ้าอาวาสนั้น ในวันนี้ได้มีผู้ใกล้ชิดกับทางวัดเดินทางมาพบตนชี้แจง
ว่าท่านเจ้าอาวาสไม่มีสัญชาติอเมริกันตามที่เป็นข่าวอีกทั้งยังไม่เคยเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้นำหลักฐานการชี้แจงต่อข้อกล่าวหาของสื่อมวลชนมาให้ตนดูด้วย ซึ่งตนก็จะได้นำไปพิจารณา
เพื่อความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายสำหรับเรื่องการตรวจสอบยอดเงินบริจาคของวัดธรรมกายนั้นสามารถ
ทำได้ตามกฏระเบียบของกรมศาสนาที่วัดต่าง ๆ ทุกวัดจะต้องแจ้งยอดเงินบริจาคให้กรมศาสนารับทราบ ซึ่งทางเราได้ประสานงานไปเรียบร้อยแล้วและได้รับการตอบรับให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี