Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 11/1/2542

เพ่งจิตพินิจ"ธัมมชโย"
กรีนการ์ดนี้ได้มาแต่ใคร??

สั่นสะท้านวงการดงขมิ้นเมื่อกระทรวงการต่างประเทศ โดยองอาจ คล้ามไพบูลย์ เลขานุการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมายืนยันว่าจากการตรวจสอบของสถานทูตไทยในสหรัฐฯพบว่า พระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมีกรีนการ์ด ของประเทศสหรัฐฯ ขณะที่วัดพระธรรมกายยืนยัน นั่งยันเสียงแข็งมาตลอดว่าไม่มี
เพราะกรีนการ์ดที่ว่านี้ ไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะมีได้ เพราะสามารถนำไปยื่นขอแปลงสัญชาติเป็นชาวอเมริกัน และมักจะออกให้กับนักธุรกิจ หรือนักลงทุนที่ขนเงินไปลงทุนในสหรัฐฯ เรียกว่า จะออกให้กับบรรดาเสี่ย ไม่ใช่บรรดาสงฆ์ !!!!
ไม่เชื่อก็ลองมาฟังให้ชัด ๆ ว่า กรีนการ์ดมันคืออะไร และทำอย่างไรถึงจะได้มา โดย นายประเสริฐ หอธรรมรัตน์ อดีตคนไทยที่เคยไปขุดทองเรียนหนังสือและทำงานในอเมริกาสมัยเกือบ 30 ปี ก่อนและอยู่นานจนได้กรีนการ์ด กล่าวว่า กรีนการ์ด นั้นเป็นภาษาพูดที่ใช้เรียกกันอย่างแพร่ หลาย โดยทางราชการแล้วจะเรียกว่า "วีซ่าชนิดถาวร" หรือ "เพอร์มาแนนท์ วีซ่า" (Permanant Visa) ที่สหรัฐฯจะออกให้กับชาวต่างประเทศ
ส่วนสาเหตุที่เรียกว่า กรีนการ์ด หรือบัตรเขียวก็เนื่องจากสีลายน้ำบนตัวบัตรที่มีสีเขียว โดยรูปร่างลักษณะของกรีนการ์ด ก็คล้าย ๆ บัตรประจำตัวประชาชนบ้านเรา ที่มีรูปถ่าย ชื่อ-สกุล และข้อมูลของผู้ถือบัตร
ผู้ที่ถือกรีนการ์ด เวลาจะเดินทางเข้าสหรัฐฯก็ไม่ต้องไปยื่นขอทำวีซ่าเข้าประเทศและเดินทางเข้าไปได้เลย ส่วนชาวต่างชาติที่อยู่ในสหรัฐฯ ก็จะได้สิทธิเกือบเท่ากับชาวอเมริกันทุกอย่าง ยกเว้นสิทธิบางประการ เช่น การเลือกตั้ง หรือการประกอบอาชีพบางอาชีพที่สงวนไว้สำหรับชาวอเมริกัน
ใครต้องการได้กรีนการ์ดต้องยื่นขอต่อทางการสหรัฐฯ-โดยจะมีการพิจารณาให้ในหลาย ๆ กรณี โดย กรณีแรกคือชาวต่างชาติที่เป็นผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ- โดยเฉพาะประเทศที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนอยู่ อาทิเคยให้กับประเทศแถบอินโดจีน ลาว เขมร เวียดนาม
กรณีที่ 2 คือการแต่งงานกับคนอเมริกัน โดยคนไทยหลายคนก็ใช้วิธีการจ้างให้ชาวอเมริกันแต่งงาน โดยเมื่อแต่งแล้วจะหย่าในภายหลัง และการหย่าก็จะมีวิธีไปเลือกหย่าในรัฐบางรัฐ เพราะแต่ละรัฐของสหรัฐฯจะมีกฎหมายบังคับใช้ต่างกัน เช่นบางรัฐถ้าจะหย่าต้องแยกกันอยู่ 1 ปีก่อน บางรัฐศาลจะสั่งให้มีการไกล่เกลี่ยก่อน หรือให้ลงประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์ 1 เดือนก็หย่าได้ แต่ที่ลาสเวกัส ถ้าหย่าก็ทำได้ทันทีและสามารถแต่งงานใหม่ได้ภายใน 24 ชั่วโมง
กรณีที่ 3 ได้โดยตำแหน่งหน้าที่การงาน โดยเฉพาะอาชีพที่คนอเมริกันขาดแคลน เช่น เคยให้กรีนการ์ดสำหรับแพทย์ วิศวกร เภสัชกร พยาบาล รวมไปถึงอาชีพอย่างซักรีดผ้า เพราะไม่มีคนทำในสหรัฐฯ
กรณีที่ 4 ได้จากการลงทุนทำธุรกิจ หรือค้าขายในสหรัฐฯ เช่นการเข้ามาลงทุนเปิดร้านอาหารในสหรัฐฯ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณากำหนดวงเงินลงทุน สมัยก่อนกำหนดวงเงินไม่มาก เช่น 5 แสนบาท หรือ 1 ล้านบาท ก็ขอกรีนการ์ดได้ นอกจากนั้นยังสามารถขอกรีนการ์ดให้กับพนักงานในร้านได้อีก เช่น พ่อครัวอาหารไทย เนื่องจากคนชาติ อื่น ๆ ไม่สามารถปรุงอาหารไทยได้ก็ต้องใช้พ่อครัวคนไทย
กรณีสุดท้ายเป็นการให้ สำหรับผู้หลบหนีเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยทางการสหรัฐฯจะประกาศออกมาให้ผู้ที่หลบหนีเหล่านี้มาแจ้งขึ้นทะเบียนภายในกำหนดและจะออกกรีนการ์ดให้
ปกติแล้วการยื่นขอกรีนการ์ดสามารถทำได้ทั้งการยื่นขอด้วยตัวเอง หรือการว่าจ้างทนายความสหรัฐฯ ซึ่งการว่าจ้างทนายจะได้ผลมากกว่า เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและจะมีคำแนะนำ ประกอบด้วย อาทิถ้าจะยื่นขอกรีนการ์ดโดยการแต่งงานกับชาวต่างชาติ บางครั้งพวกตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯจะมาตรวจสอบถึงบ้าน รวมถึงสอบปากคำเพื่อนบ้านว่าแต่งกันจริงหรือไม่ หรือเคยเห็นมาอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ซึ่งถ้าใครไม่รู้อาจถูกซักถามจนมุมได้ แต่ถ้าจ้างทนายจะได้รับคำแนะ นำว่าไม่ต้องกลัว เพราะกฎหมายสหรัฐฯกำหนดว่าแม้จะแต่งงานกัน ก็ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ด้วยกัน
การได้กรีนการ์ด ยังถือว่าเป็นใบเบิกทางสำหรับการขอโอนสัญชาติ ได้ และสามารถขยายสิทธิออกไปได้อีก
ตัวอย่างเช่น เมื่อตัวเองได้กรีน การ์ดแล้วก็สามารถยื่นขอกรีนการ์ดให้ลูก หรือยื่นขอให้บิดา-มารดา แต่ไม่สามารถขอให้พี่-น้องได้ แต่ก็จะใช้วิธีอื่นซิกแซกได้เช่นกัน อาทิ ในบ้านมีลูก 3 คน คนโตได้กรีนการ์ดก็ยื่นขอให้บิดา-มารดา และเมื่อบิดา-มารดาได้กรีนการ์ด ค่อยยื่นขอกรีนการ์ดให้กับลูกคนที่ 2 และ 3 ที่ไม่ได้กรีนการ์ด เท่ากับได้กันยกครอบครัว
นอกจากนั้นถ้าเป็นการยื่นขอกรีนการ์ดในนามนักลงทุน เมื่อได้กรีนการ์ดแล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงการลงทุนได้ด้วย เช่น ยื่นขอเข้ามาทำร้านอาหาร พอได้กรีนการ์ดก็เลิกทำ และไม่ต้องถูกยึดกรีนการ์ดคืน ถือว่าเป็นการให้แล้วให้เลย
สำหรับคนไทยที่ไปอยู่ในสหรัฐฯปกติจะได้กรีนการ์ดในสัดส่วนไม่มากนัก เนื่องจากเป็นการเข้าไปทำงาน แต่งานที่ได้ทำก็ไม่พอจะใช้จ่าย หรือไม่พอเก็บจะจ้างทนายในการยื่นขอกรีนการ์ด ซึ่งคนที่ได้กรีน การ์ดจะต้องมีฐานะทางการงานหรือฐานะทางการเงิน ที่มั่นคงพอสมควร ไม่ใช่ใครจะไปยื่นก็ได้
เมื่อฟังคุณสมบัติของคนที่จะได้กรีนการ์ดแล้ว และจากคำยืนยันของกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องลองไปเทียบกับตัวพระไชยบูลย์ดูบ้างว่าตรงกับคุณสมบัติข้อไหน พระคุณเจ้าถึงมีสิทธิได้รับบัตรเขียวจากประเทศอเมริกา
เพ่งลูกแก้วดูจะรู้กันมั้ยเนี่ย ????