Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 4/1/2542

แฉ11บริษัทพัวพัน วัดธรรมกาย
น้องเจ้าอาวาส ถือหุ้นก่อตั้ง3แห่ง

พาณิชย์ตรวจ 11 บริษัทสีกาอี๊ด ที่พัวพันวัดพระธรรมกายเสร็จแล้ว พบข้อมูลน่าตระหนก มีน้องสาวเจ้าอาวาสเข้าถือหุ้น-ก่อตั้งบริษัทด้วย 3 แห่ง ขณะเดียวกันมีลูกศิษย์ที่ได้บวชเป็นพระชั้นในคนสนิทเจ้าอาวาสอีก 7 รูปเข้าไปเกี่ยวพันอีก 8 บริษัท ธุรกิจที่ทำอิงฐานธรรมกาย โดยเฉพาะขายที่ดินที่เน้นระบายให้ลูกศิษย์วัด ทั้งหมดมีสีกาอี๊ดถือหุ้นใหญ่ เตรียมส่งต่อให้กรรมาธิการศาสนา "ธัมฺมชโย"ออกโรงเทศน์สวนหมัดกรมศาสนายืนยันนิพพานของ
ธรรมกายมีตัวตน
กระตุ้นลูกศิษย์อย่าหวั่นไหว รองเจ้าอาวาสเปิดสงครามจิตวิทยาสั่งแจกกระดาษพร้อมซอง
ให้ลูกศิษย์นับหมื่นนั่งเขียนจดหมายกันสด ๆ ถึงสื่อมวลชนที่ลงข่าววัด เขียนเสร็จมีคนเก็บทันที เพื่อติด
สแตปม์ส่งให้เอง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดพระธรรมกายมีศิษยานุศิษย์ได้เดินทางมาจากทั่วประเทศ ประมาณ 30,000 กว่าคน เพื่อมาทำบุญวันถวายข้าวพระ ซึ่งเป็นพิธีการนำข้าวปลาอาหารมากลั่นและถวายพระพุทธเจ้าที่วัดสอนว่ามีอยู่ในพระนิพพาน บนเวทีวันนี้งมีลักษณะเป็นภาพย่อจำลองของธรรมกายเจดีย์ โดยมีรูปปั้นหลวงพ่อสดอยู่บนยอด จากนั้นถัดแถวลงมาเป็นพระไชยบูลย์ ธัมฺมชโย เจ้าอาวาสวัด ถัดลงอีกก็เป็นพระเผด็จ ทัตฺตชีโว รองเจ้าอาวาส
พระไชยบูลย์เดินทางมาถึงสภาธรรมกายแห่งใหม่พร้อมพระเผด็จด้วยด้วยรถแวนสีไข่ไก่ นำเข้าจากต่างประเทศพวงมาลัยซ้ายมือ แล้วก็ขึ้นเทศน์ และนำให้ศิษยานุศิษย์นั่งสมาธิ ซึ่งก็ยังเน้นคำว่า "ดวงแก้วใสใส" หรือ "พระรูปใสใส" ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้ม
จากนั้นก็เริ่มเทศนา บอกให้ศิษยานุศิษย์อย่าท้อถอยในการทำบุญเพื่อสร้างความดี หากได้ยินเรื่องราวอะไรต่าง ๆจากผู้ไม่เข้าใจ ยังสอนให้มีศรัทธาอย่าง่อนแง่น ไม่หวั่นไหว "แม้ว่าใครให้เลิกนับถือรัตนตรัย บอกให้ไม่ควรถือมงคลตื่นข่าว ให้มีความเชื่อมั่น จิตใจอย่าไขว้เขวนะจ๊ะ"พระไชยบูลย์กล่าว
นอกจากนั้นพระไชยบูลย์กล่าวว่าในวันนี้เป็นวันที่ มีอุบาสกแก้วบวช หมื่นกว่าคนที่ประเทศฮ่องกง เพื่อถวายแด่ในหลวง และได้สร้างสถานที่ไว้เพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมร่วมกัน เป็นอารามสถาน ศูนย์กลางธรรมกายในต่างประเทศ โดยได้รับความอุปการะจากคุณยายปราโมช เทวกุล ณ อยุธยา
"ลูกกัลยาณมิตรในต่างประเทศนั้นที่ฮ่องกงมีมากที่สุด นอกจากนี้ในวันนี้ ที่โตเกียว เกียวโต ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา เป็นการสมาทานศีล เพิ่มมงคลชีวิตให้น่าอยู่ อนุโมทนา เริ่มต้นศักราชใหม่เพิ่มความสดใสให้ตัวเองและประเทศชาติ เพิ่มความสงบ ร่มเย็น สะดวกให้กับแผ่นดินฮ่องกง ขออวยพรให้มีครอบครัวแก้ว ครอบครัวธรรมกาย อายุมั่นขวัญยืน อย่าได้
เจ็บป่วยอะไร สมมาตรปรารถณาดังที่ต้องการ มีดวงตาเห็นธรรม เข้าถึงธรรมกาย หากเป็นนักศึกษาของให้มีดวงปัญญาสว่างไสว เป็นข้าราชการก็ให้ปฏิบัติงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎร์ให้ดี เป็นนักธุรกิจของให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจที่ทำอยู่"
จากนั้นเวลา 10.40 น.จึงได้ทำพิธีถวายข้าวพระ และพระไชยบูลย์กล่าวย้ำในเรื่องนิพพานของวัดที่เป็นสถานที่ พระพุทธเจ้า
อยู่ในนั้น โดยเป็นสิ่งที่มีตัวตนหรืออัตตาไม่ใช่เป็นสิ่งที่เป็นอนัตตา
และยังย้ำว่าในวันที่ 29-31 ม.ค.นี้ บวชอุบาสกแก้ว จะมีผู้เข้าพิธีเเป็นเรือนแสน เหมือนกับเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผา่นมา แต่ในคราวนี้ครั้งแรกจะเป็นวันที่ 1-3 ม.ค. แต่ก็ต้องเลื่อนมาเป็นปลายเดือน เพราะว่าติดปัญหารถบัสจองไปเที่ยวงานเทศกาลปีใหม่ ก็เลยต้องเลื่อน
"ขอชวนเชิญกันมาบวชเป็นอุบาสกแก้ว เติมบุญบารมีให้ ปีใหม่สิ่งดีๆเกิดขึ้นแก่เราน้อมเอาบุญอฐิษฐานถวายวัด ให้บิดามารดา ที่เลี้ยงดูเรามา "
จากนั้นพระเผด็จเทศน์ ต่อและสอนในเรื่องของการเขียนการ์ดอวยพรปีใหม่ว่า เวลาที่เขียนอวยพรให้อ้างเอาความดีที่ทุกคนทำมาแล้วจริง ๆ อย่าเที่ยวอ้างอย่างอื่น ให้เอาคุณความดีของเรารวมกับบุญบารมีของคุณพระศรีรัตนตรัย อธิษฐานจิตเอาเอง อย่างนี้เรียกว่าให้พรเป็น และเกิดความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ลูกศิษย์ธรรมกายต้องทำให้เป็นอย่างนี้ ในปีเป็นปีพิเศษ ต้องสร้างสมความดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อสู้กับอุปสรรคทั้งด้านเศรษฐกิจและนานาชนิดที่เกิดขึ้น
"หลวงพ่ออยากจะขอแรง 2 เรื่อง ทั้งพระเณร อุบาสก อุบาสิกา อยากจะให้โน๊ตเอาไว้ด้วย ข้อที่ 1. เวลาที่ส่งส.ค.ส.ถึงใคร เมื่ออวยพรเสร็จแล้ว เพื่อให้เขาประสบความเจริญยิ่งขึ้น ไม่ว่าหญิงหรือชายก็ตาม ชวนเขามาด้วย ชวนเขามาบวชเป็นอุบาสกแก้วใน วันที่ 29-31 ม.ค.นี้ ข้อที่ 2. ขอให้อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายเขียนจดหมายไปหาสื่อมวลชน ว่าเราเป็นใครและเรากำลังทำอะไรอยู่ เขียนไปหาเขาดี ๆแบบสุภาพนะ เขียนไปอวยพรให้สื่อมวลชนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ก็ดี วิทยุ หรือทีวี อวยพรปีใหม่ให้เขา อธิบายให้เขาเข้าใจว่าเรามาทำบุญแล้วเป็นอย่างไร ช่วยกันเขียนหน่อยนะ เอ้าแจกกระดาษและซองจดหมาย"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากพระเผด็จพูดเสร็จลูกศิษย์ก็มาแจกกระดาษและซองเขียนจดหมายสำหรับเขียนถึงสื่อมวลชนสด ๆ ตรงนั้น และมีการประกาศผ่านทางประชาสัมพันธ์ว่าถ้าเขียนจดหมาเสร็จแล้ว ให้นำมาส่งยังที่จัดไว้ให้แล้วทางวัดจะติดสแตมป์ส่งไปให้ยังที่ต้องการ
นายนรวัฒน์ สุวรรณ- อธิบดีกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนสั่งการให้มีการรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายแล้ว เพื่อไปยื่นให้คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ- สภาผู้แทนราษฎร หากมีการเรียกเอกสารเหล่านี้ อย่างไรก็ตามหน้าที่ของกรมทะเบียบการค้าก็เพียงพิจารณาว่าการยื่นก่อตั้งบริษัททำถูกหรือไม่ และมีการดำเนินการหลังจากตั้งบริษัทถูกต้องตามกฎ ระเบียบหรือเปล่า
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เข้าไปตรวจสอบการจดทะเบียนบริษัทธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในวัดพระธรรมกายตามที่นายเสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ได้ยื่นรายชื่อไว้ให้กับกรรมาธิการศาสนา ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบโยงใยที่น่าสนใจ เพราะบริษัทธุรกิจเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันโดยมีวัดพระธรรมกายเป็นศูนย์กลาง และคนที่เข้าไปมีส่วนก่อนตั้งบริษัทก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนสำคัญของวัดไม่ก็มีส่วนสัมพันธ์กับเจ้าอาวาส
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีจำนวนบริษัทมากสุดก็คือกลุ่มของสีกาอี๊ด ซึ่งมีทั้งหมด 11 บริษัท และสีกาอี๊ดถือหุ้นใหญ่ ได้แก่บริษัทดูแวค,บริษัทไวแซค,บริษัทบัวบานการเกษตร,บริษัทเอพริล ,บริษัทซันกรุ๊ป บริษัทซันดาแลนด์ ,บริษัทหมอกมุงเมือง,บริษัทดี เวิล์ด,บริษัทไดเทรด และบริษัทสวนสนบ้านบ่อหลวง
ลักษณะการเกิดของบริษัทธุรกิจเหล่านี้จะมี 3 รูปแบบ โดยรูปแบบแรกคือการก่อตั้งบริษัทจะมีลูกศิษย์หรือเรียกว่าอุบาสกซึ่งสนิทกับเจ้าอาวาสเป็นผู้ก่อตั้งหรือถือหุ้น จากนั้นอุบาสกเหล่านี้ก็พากันบวชเป็นพระวัดพระธรรมกายทั้งหมด และกลายเป็นพระแกนนำของวัด ,รูปแบบที่ 2 จะมีกลุ่มสีกาเป็นผู้ก่อตั้งโดยมีสีกาอี๊ดเป็นแกนนำ และรูปแบบที่ 3 คือมีญาติของเจ้าอาวาสคือมีนางเณริศา อังศุสิงห์ น้องสาวต่างมารดาของเจ้าอาวาสเข้ามามีส่วนก่อตั้งหรือถือหุ้น
ในรูปแบบแรกเป็นการถือกำเนิดธุรกิจที่มีส่วนสัมพันธ์กับวัดพระธรรมกาย ซึ่งได้แก่บริษัทดูแวคเมื่อปี 2527 โดยผู้5ใน 7 ของผู้ก่อตั้งบริษัทได้แก่นายสมชาย กลิ่นหอมรื่น นายสมบุญ- จงภัทรนิชพันธ์,นายชัยเจริญ บุญลยางกูล ,นายสุธรรม ตีรวนิช ,
นายรังสฤษดิ์ จินตมากูล ซึ่งทั้งหมดต่อมาได้บวชเป็นพระวัดพระธรรมกาย และบริษัทดูแวคเข้ามาทำโครงการพัฒนาที่ดินชื่อ
บัณฑิตนครมีสีกาอี๊ดรับเป็นคนติดต่อซื้อที่ดินจากชาวบ้านในราคาต่ำและนำมาจัดสรรขายให้กับลูก
ศิษย์วัดในราคาสูง แต่สุดท้ายก็กลับ กลายเป็นโครงการรกร้างในขณะนี้
บริษัทดูแวคยังมีสภาพคล้าย ๆ กับบริษัทแม่ของธุรกิจในเครือคนของวัดด้วยโดยเข้าไปถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆในกลุ่มอาทิ
บริษัทไวแซค ,บริษัทบัวบานการเกษตร ,บริษัทเอพริลและบริษัทซัน กรุ๊ป
นอกจากบุคคลทั้ง 5 คนแล้ว ในระยะต่อมาได้มีนายอำนวยศักดิ์ โตศิริพัฒนา และนายถวัลย์ศักดิ์ บุญสิริวัฒนกุล เป็นแกนหลักในการก่อตั้งหรือถือหุ้นในบริษัทธุรกิจที่ทยอยตั้งขึ้นมา และขณะนี้นายอำนวยศักดิ์และนายถวัลย์ศักดิ์ก็บวชเป็นพระระดับในสนิทกับเจ้าอาวาสเช่นกัน รวมแล้วมีอดีตอุบาสกและขณะนี้เป็นพระทั้งสิ้น 7 รูป ไปเกี่ยวพันกับบริษัท 8 บริษัท
ส่วนการตั้งธุรกิจรูปแบบที่ 2 จะเป็นกลุ่มสีกาที่ก่อตั้งบริษัท อาทิบริษัทบัวบานการเกษตรปี 2530 ที่เข้ามาร่วมกับบริษัทดูแวคซื้อที่ดินทำโครงการบัณฑิตนครเช่นกัน โดยบุคคลที่มีส่วนก่อตั้งคือนางสาววีรนุช นางสาวมณีรัตน์
และสีกาอี๊ด ซึ่งเป็นกลุ่ม"สามัคคีธรรม"ของวัด
รูปแบบที่ 3 จะเป็นการเข้าไปถือหุ้นหรือมีส่วนก่อตั้งบริษัทโดยนางเณริสา อังศุสิงห์ น้องสาวคนละมารดาของเจ้าอาวาสวัด โดยเข้าไปถือหุ้นหรือก่อตั้งรวม 3 บริษัทได้แก่บริษัทไดเทรด ,บริษัทสวนสนบ้านบ่อหลวง และบริษัทหมอกมุงเมือง
อย่างไรก็ตามถึงแม้รูปแบบการก่อตั้งบริษัทจะแตกต่างกันแต่จะมีลักษณะที่เหมือนกันก็คือจะแอบอิงกิจกรรมของวัด โดยบริษัทเหล่านี้เป็นธุรกิจพัฒนาที่ดินมากสุด จึงอาศัยลูกศิษย์วัดเป็นลูกค้า และบางโครงการอาทิโครงการตะวันธรรมตะวันทอง ของบริษัทดีเวิล์ด มีการวิจัยและระบุว่ามูลนิธิพระธรรมกายถึงกับกระโดดเข้ามาทำโครงการเอง ซึ่งมีการแจกแผ่นพับใบปลิวและประชุมแกนนำกลุ่มกัลยาณมิตร เพื่อโปรโมตโครงการนี้ นอกจากนั้นมีการระบุว่าการอุดหนุนโครงการยังเป็นการทำบุญทางอ้อมด้วยเพราะรายได้จากโครงการวัดจะนำไปใช้ในกิจการ
เผยแผ่ศาสนา หรือแม้กระทั่งบริษัทเอพริล ที่ยื่นขอสัมปทานสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง และการเช่าบ้านพักบนภูกระดึงก็เพื่อรองรับกิจกรรมของวัดที่มกัจะชอบจัดไปนั่งธุดงค์บนภูกระดึง
ที่สำคัญบริษัทธุรกิจเหล่านี้จะมีลักษณะเหมือนกันอีกตรงที่ในระยะแรกที่ก่อตั้งบริษัทยังไม่มีธุรกิจหรือกิจกรรม
มากนัก และต้องรอจนกระทั่งสีกาอี๊ดเข้ามาถือหุ้นหรือเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ค่อยมีกิจกรรมหรือมีธุรกิจเกิดขึ้น โดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือไม่ก็กู้ยืมจากบริษัทของสีกาอี๊ด เพื่อมาลงทุนไม่ก็ซื้อที่ดินเก็บไว้ในมือ ตัวอย่างเช่นบริษัทดีเวิล์ด ที่ตั้งในปี 2531 ปรากฎว่าระยะแรกไม่มีการดำเนินการ แต่เมื่อสีกาอี๊ดเข้ามาถือหุ้นในปี 2532 ก็มีการกู้ยืมเงินจากธนาคาร 2 แห่งได้แก่ธนาคารเอเซีย ธนาคารกรุงเทพ และเงินกู้เกินบัญชีเป็นเงินถึง 118 ล้านบาท รวมถึงการกู้ยืมจากกรรมการอีก 25 ล้านบาทรวมเป็นเงิน 143 ล้านบาทโดยเงินกู้ทั้งหมดถูกใช้ในการซื้อที่ดิน หลังจากนั้นมีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนผู้ถือหุ้นจนในที่สุดสีกาอี๊ดก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ หรือแม้กระทั่งบริษัทบัวบานการเกษตรก็เป็นลักษณะเช่นนี้ที่ระยะแรกไม่ทำกิจกรรม แต่ต่อมาเมื่อสีกาอี๊ดเข้ามามีส่วนมากขึ้นจะมีการกู้ยืมเงินเข้ามาซื้อที่ดิน