Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 28/12/2541

ทัตตชีโวปลุกญาติธรรมตอบโต้สื่อ

จิตวิทยาสูง"พระภาวนาวิริยคุณ"ปลุกระดมญาติธรรม"วัดพระธรรมกาย"ตอบโต้สื่อมวลชน ไม่เว้นแม้เด็กอนุบาล อ้างไม่เขียนหนังสือไปชี้แจงข้อเท็จจริงเท่ากับไม่ช่วยชาติ แถมถูกประณามว่างมงาย-ปัญญาอ่อน ตำหนิ "พระอดิศักดิ์ วิริยโก" ไม่อยู่ในวินัยสงฆ์ เป็นคนพาลนอกลู่นอกทางปล่อยข่าวเรื่อง "ยายจันทร์" ตัวจริงตัวปลอม ย้ำสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ช่วยเศรษฐกิจชาติ คนสุราษฎร์ฯ เตรียมรวมตัวขอเงินทำบุญคืนหลังรู้นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ด้าน "วรัญชัย โชคชนะ" นำกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทยถวายหนังสือ "พระพรหมโมลี" จี้ให้สอบสวนจริงจังโดยด่วน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ธ.ค.ได้มีประชาชนญาติธรรมจำนวนกว่า 4,000 คนเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายตามปกติ แม้ว่าจะเป็นวันเกิดของอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ก็ตามที แต่ปรากฏว่าพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้ร่วมลงปฏิบัติธรรมกับญาติโยมด้วย คงมีแต่เพียงพระภาวนาวิริยคุณ (พระทัตตชีโว) มาเป็นประธานแสดงธรรม
หลังการปฏิบัติธรรมเสร็จสิ้น พระภาวนาวิริยคุณได้แสดงเทศนาแก่ผู้มาปฏิบัติธรรม โดยกล่าวถึงอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งมีวันเกิดครบ 90 ปีว่าเป็นผู้ที่ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย นอก จากนี้ยังได้แสดงความรู้ด้านธรรมและวิชชาธรรมกายกระทั่งมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งตนเองและพระธัมมชโยก็เป็นศิษย์ด้วยเช่นกัน
ในระหว่างที่กล่าวสรรเสริญอุบาสิกาจันทร์นั้น พระภาวนาวิริยคุณได้พูดถึงข่าวที่เกิดขึ้นในเวลานี้ โดยเฉพาะประเด็นของอุบาสิกาจันทร์ตัวจริงตัวปลอม พร้อมทั้งยืนยันว่าตัวจริงก็คืออุบาสิกาจันทร์ที่กำเนิดวัดพระธรรมกายและมีอายุ 90 ปี ในวันที่ 27 ธ.ค.
"หลวงพ่อสงสัยในเรื่องของข่าวเรื่องตัวจริงตัวปลอม แต่อุบาสิกาจันทร์ตัวจริงต้องขนนกยูง และเป็นผู้ให้กำเนิดวัดนี้ ส่วนตัวปลอมอาจจะชื่ออุบาสิกาจันทร์ แต่นามสกุลอาจจะขนนกยางก็ได้ ก็ว่ากันไป ที่ตกใจก็น่าจะเป็นคนที่พูดเรื่องนี้เคยเป็นพระในวัดพระธรรมกายมาก่อน เป็นคนนิสัยไม่ดี เป็นพระนอกลู่นอกทาง ไม่อยู่ในวินัยสงฆ์"
หลังจากที่ได้มีการเทศน์เยินยออุบาสิกาจันทร์แล้ว พระภาวนาวิริยคุณได้กล่าวถึงข่าวสารและการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชนทุกแขนงว่า ไม่ได้ข้อมูลที่เป็นจริง เพราะคนของวัดพระธรรมกายไม่เคยให้ข่าวสารเหล่านี้ รวมทั้งคนทำข่าวไม่เคยเข้ามาคลุกคลีหรือปฏิบัติธรรมภายในวัดแห่งนี้ เลยไม่รู้ข้อเท็จจริง จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่มาปฏิบัติธรรมทุกคนต้องช่วยกันให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ให้ถือว่าทำเพื่อคนไทยและประเทศไทย
ส่วนสาเหตุที่ไม่ออกตอบโต้ด้วยตนเอง หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ไม่ตอบโต้ใดๆ เพราะเกรงข้อครหาว่าพูดเข้าข้างตัวเอง ซึ่งจะทำให้เกิดความสับสนมากขึ้น อีกเรื่องก็คือผู้ที่มาปฏิบัติธรรมนั้นมีรายใดบ้างที่ทำบุญแล้วทำให้ครอบครัวแตกแยก มีแต่จะทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้นมากกว่า
"หลวงพ่อมีเรื่องที่อยากให้พวกเราช่วยกัน ใครมีกระดาษก็เอาขึ้นมาจดกันได้เลยน่ะ หลวงพ่ออยากให้พวกเราช่วยกันเขียนจดหมายไปหาบรรดาคอลัมนิสต์ พวกนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ หรือพวกนักข่าวที่มาทำข่าว เขียนไปอธิบายให้เขาเข้าใจใน 2 เรื่องคือ 1. ทำไมจึงมาวัดพระธรรมกาย 2. มาวัดพระธรรมกายแล้วได้อะไรบ้าง เขียนกันไปเยอะๆ ไม่ใช่เขียนคนเดียวต้องบอกญาติๆพรรคพวก เด็กอนุบาลก็ให้เขาเขียนไปบอกกับพวกนี้ สิ่งที่เขาจะได้รับก็คือข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น"
พระภาวนาวิริยคุณ กล่าวต่อไปว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันเขียนเพราะไม่เช่นนั้นเขาก็จะบอกว่าพวกเรางมงาย ปัญญาอ่อน ดังนั้นจึงต้องเขียนไปให้เขาเข้าใจว่าพวกเราได้อะไรจากวัดพระธรรมกาย แต่การเขียนนั้นจะต้องใช้คำสุภาพห้ามใช้คำหยาบคาย ไม่เช่นนั้นจะเสื่อมเสียมาถึงวัดได้ นอกจากนี้อยากให้คนที่มีความรู้เรื่องเศรษฐ ศาสตร์เขียนบอกสื่อมวลชนว่า การสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ช่วยเศรษฐกิจของชาติได้อย่างไร อธิบายไปเลยว่าทำให้คนไม่ตกงาน มีงานทำหากไม่มีการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์จะมีคนตกงานอีกมากมาย
นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้วยังอยากให้ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายช่วยกันเขียนเสนอแนะ เขียนบอกรัฐบาลและสังคมว่าควรใช้วัดพระธรรมกายให้เป็นประโยชน์มากกว่าย่ำยี วัดพระธรรมกายมีเนื้อที่มากมาย ขนาดเอาสนามหลวง 2 สนามมาบรรจุก็ยังมีพื้นที่ใช้สอยได้อย่างสบายไม่ต้องเป็นห่วง หากทุกคนช่วยกันทำเช่นนี้เชื่อว่าประชาชนและสื่อมวลชนจะเข้าใจ เป็นการช่วยประเทศชาติอีกทางหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พระภาวนาวิริยคุณแสดงเทศนาโดยเฉพาะในเรื่องของการเขียนหนังสือตอบโต้ชี้แจงสื่อมวลชนทุกแขนงนั้น บรรดาผู้มาปฏิบัติธรรมต่างก็นำกระดาษกับปากกามาจดคำถามและแนวทางการเขียนจดหมายนี้กันอย่างตั้งอกตั้งใจด้วย
ด้านพระอดิศักดิ์ วิริยโก อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นผู้ออกมาแฉพฤติกรรมของพระราชภาวนาวิสุทธิ์และเรื่องอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงว่าถูกอุปโลกน์ขึ้นมา จนกระทั่งถูกพระภาวนาวิริยคุณเทศน์โจมตีนั้น เปิดเผยว่า คงไม่ตอบโต้พระทัตตชีโวแน่นอน ปล่อยให้เป็นไปตามเวรกรรมที่เขากระทำ ที่สำคัญการมาเปิดเผยเรื่องนี้ทั้งหมดก็เพียงต้องการให้สังคมตื่นจากหลับไหล เพราะที่ผ่านมามีคนมาร้องเรียนมากมายโดยเฉพาะเรื่องครอบครัวแตกแยก ไม่เคารพไม่เชื่อฟังเหมือนพ่อแม่เป็นคนอื่น เป็นหนี้สินเพิ่มมากขึ้นเพราะการบอกบุญของวัด
"ตอนนี้ทางวัดพระธรรมกายก็ได้ให้ลูกศิษย์มาคอยตรวจสอบการเคลื่อนไหว สิ่งที่ได้พูดไปทั้งหมดนั้นยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง อยากให้สาธุชนใช้วิจารณญานดูว่ามันเป็นอย่างไรอะไรคือความเท็จอะไรคือความจริง"
ส่วนที่สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้านวัดพระธรรมกาย เนื่องจากคนเหล่านี้ได้บริจาคเงินสร้างพระธรรมกายประจำตัว และทำบุญในกิจกรรมอื่น ๆ จำนวนไม่น้อยกับ
วัดพระธรรมกาย แต่ปรากฏว่าวัดนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของการบริจาคและการทำบุญ ทำให้มีการเรียกร้องขอเงินคืนโดยในขณะนี้คนเหล่านี้ได้พยายามรวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือในการขอเงินคืน
จากวัดพระธรรมกายอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา า13.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนดัง พร้อมด้วยกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย ได้เดินทางเข้าถวายหนังสือต่อพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ที่วัดยานนาวา เพื่อขอให้สอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ หากปล่อยให้เนิ่นนานออกไปเกรงจะมีผลให้ประชาชนเกิดความสับสน เสื่อมศรัทธาและสิ้นหวัง
ประเด็นที่ต้องการให้มีการสอบสวนนั้น มุ่งไปที่เรื่องปาฏิหาริย์ การสอนธรรมะของวัด การทำบุญและกิจกรรมของวัดถูกต้องตามหลักศาสนาหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการเงินขอให้มีการตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สินว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง การหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อสดใช้ทองคำน้ำหนักเท่าไรกันแน่ และการก่อสร้างมหาธรรม กายเจดีย์ซึ่งทางวัดระบุว่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ต้องใช้เงินถึง 7 หมื่นล้าน จริงหรือไม่
ทั้งนี้ เมื่อนายวรัญชัยและกลุ่มพุทธ ศาสนิกชนไทยได้ไปถึงด้านหน้ากุฏิของเจ้าคณะภาค 1 ปรากฏว่าไม่พบลูกศิษย์หรือพระลูกวัดรูปใดเลย ต้องเสียเวลาตามหาอยู่นาน ในที่สุดก็ได้พบกับลูกศิษย์รายหนึ่ง แต่เมื่อสอบถามก็ตอบวกวนโดยครั้งแรกกล่าวว่าพระพรหมโมลีไม่อยู่ แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่าเจ้าคณะภาค 1 จำวัดอยู่ชั้นบนของกุฏิ ปกติไม่รับแขกจนกว่าจะลงมาชั้นล่างเอง ทางกลุ่มจึงขอพบกับพระปลัดสุวัฒน สมาธิคุณ พระเลขานุการเจ้าคณะภาค 1 แทน แต่ปรากฏว่าไม่อยู่เช่นกัน ที่กุฏิมีเพียงสามเณรจักรชัย เมืองมูล เฝ้าอยู่เพียงลำพัง ทางกลุ่มจึงถวายหนังสือไว้เพื่อนำถวายให้พระปลัดสุวัฒนนำไปถวายต่อให้กับพระพรหมโมลีอีกที.