Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 26/12/2541

น.ส.พ.อเมริกาวิจารณ์ธมฺมชโย

หนังสือพิมพ์ไทยในสหรัฐฯวิจารณ์ธรรมกายยับ เจ้าอาวาสเป็นพระ"นะจ๊ะ"สอนทำสมาธิก็ลงท้ายว่านะจ๊ะ ทำใจให้ว่างก็นะจ๊ะ แถมเน้นเรื่องนรก-สวรรค์ขายบุญเกินไป ขนาดให้ญาติโยมเตรียมตัวเตรียมใจใครมีบ้านก็ให้ขายบ้าน ใครมีทรัพย์สมบัติเท่าไหร่ก็ให้นำมาขาย จะได้เอาเงินมาเป็นรองประธานสร้างมหาธรรมเจดีย์ใน 2 ปีข้างหน้า แถมท้ายวิจารณ์วันอัศจรรย์ตาเบิกโพลงคล้าย ๆ กับจัดฉากล่วงหน้า ส่วนปริศนาแม่ชีจันทร์อาจารย์เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเป็นตัวจริง ตัวปลอมยังไม่แน่ชัด พระที่เคยรู้จักไม่ตอบชัด ๆ แต่ยืนยันไม่รู้จักแม่ชีจันทร์ วัดพระธรรมกาย
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับเรื่องแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งเป็นอาจารย์ของพระไพบูลย์ ธมมฺชโย เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ โดยการเปิดเผยจากพระ อดิศักดิ์ วิริยสฺกโก อดีตพระเหรัญญิกของวัดพระธรรมกายว่า แม่ชีจันทร์ ที่อยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นตัวปลอม ตัวจริงได้เสียชีวิตไปแล้ว โดย หลวงพ่อฟัก ภัทรจารี เจ้าอาวาสวัดเขาวงพระจันทร์ เป็นผู้รู้เรื่องเพราะทราบว่าท่านเคยเป็นลูกศิษย์แม่ชีจันทร์ตัวจริง ในขณะนี้หลวงพ่อฟักมีอายุ 82 ปี ในวันนี้ได้มีผู้สื่อข่าวทุกฉบับได้เดินทางไปที่จังหวัดลพบุรี เพื่อที่จะสอบถามเรื่องข้อเท็จจริงทั้งหมด
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเกี่ยวกับเรื่องแม่ชีจันทร์ หลวงพ่อฟักได้กล่าวปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จัก แม่ชีจันทร์ หากจะถามเรื่องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อก็ไม่ค่อยทราบเรื่องก็ได้แค่ติดตามข่าวเท่านั้น
ส่วนถ้ามีพระที่สอนที่ไม่ตรงกับหลักพระพุทธศาสนา คงไปวิจารณ์ไม่ได้ แต่มีอยู่คำพูดหนึ่งที่จะบอกคือใครทำดีก็ได้ดี ใครทำชั่วก็ได้ชั่ว ดูผลจากการกระทำของเขา คอยฟังและคอยดู ใครทำไม่ดีไม่ช้าผลกรรมก็จะตามสนองเองไม่ช้าก็เร็ว พระไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร อะไรที่เห็นว่าดีก็ว่าดี อะไรที่เห็นว่าไม่ดีก็ว่าไม่ดี
นอกจากนั้นหลวงพ่อยังกล่าวถึง พระวันชัย ซึ่งเป็นพระที่อยู่ในวัดพระธรรมกายว่า เมื่อก่อนท่านไปมาหาสู่กับหลวงพ่อบ่อยครั้งในฐานะที่สนิทกัน แต่ตอนหลังท่านหายไปนานแล้ว ไม่ทราบเรื่องเลย ผู้สื่อข่าวถามว่าเคยรู้จักและเห็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายหรือไม่ หลวงพ่อบอกว่า นานมาแล้วเคยมาเยี่ยม 2 ครั้ง แต่ไม่มีการสนทนาธรรม เป็นการพูดคุยเรื่องอื่นมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามเรื่องผิวพรรณของหลวงพ่อธมมฺชโยว่างามขนาดไหน เนื่องจากมีลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับพระธมมฺชโยบอกว่า ท่านไปอบผิวด้วยสมุนไพรอย่างดี อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง พร้อมทั้งใช้สบู่อย่างดีที่สั่งมาจากเมืองนอก หลวงพ่อฟักตอบว่า มีคนมาพูดให้หลวงพ่อฟังว่า มีแม่เหล็กสัมผัส ที่มีขนาดเท่ากับเม็ดถั่วเขียว เมื่อฝั่งไว้ในเนื้อจะเป็นก้อน เมื่อกระทบกับแสงไม่ว่าจะเป็นแสงไฟหรือแสงแดด มันก็จะทำให้เกิดแสงแวววาวกระจายไปทั่วตัว หลวงพ่อไม่ทราบเพราะไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ มีคนเขาพูดให้ฟังก็ฟังเท่านั้น
ส่วนเรื่องของบุญ หลวงพ่อคงพูดอะไรมากไม่ได้ โดยมีการนำเอาแก้วที่มีน้ำอยู่เกือบเต็มยกมาให้นักข่าวดูเป็นตัวอย่าง พร้อมทั้งเปรียบเทียบ ให้ดูว่าเมื่อเอาเงินที่เป็นแบงก์มาปิดปาก เมื่อเทน้ำลงไปอีกก็ผ่านเข้าไปในแก้วไม่ได้ ถ้าจะเอาเนื้อหนูไปปะเนื้อช้าง แม้กระทั่งแค่แบงก์ 500 ใบเดียว เอาไปปิดแก้วน้ำที่ใกล้เต็ม มันก็ไม่สามารถผ่านลงไปยังแก้วได้ ฉะนั้นนับประสาอะไรกับเรื่องของคนมีเงิน ยิ่งมีเงินเป็น 1,000 ล้าน จะทำอะไรก็ได้ หลวงพ่อพูดว่าเคยได้ยินมั้ยว่า "คนที่ว่ามีบุญ แล้วบุญหล่นได้" ไปคิดกันเอาเองนะ เพราะปกติคนที่มีบุญมีแต่จะสูงส่งขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันมีแปลกคือ มีบุญแล้วหล่นได้" หลวงพ่อฟักกล่าว
สำหรับปัญหาวัดพระธรรมกายได้โด่งดังไปสหรัฐฯ-โดย หนังสือพิมพ์ไทยในสหรัฐอเมริกาชื่อ "ไทยคอม" ฉบับล่าสุด ประจำเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ได้ตีพิมพ์เรื่องราวของวัดพระธรรมกาย โดยผู้ใช้นามปากกาว่า เปรียญเอก เนื้อหานั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นรวมถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2541 ซึ่งเป็นวันที่เกิดปาฏิหาริย์ภาพพระมงคลเทพมุนีหรือหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญที่เรียกว่าอัศจรรย์ตะวันแก้วซึ่ง เปรียญเอกได้เข้ามาร่วมทำบุญที่วัดด้วย
เปรียญเอกเล่าว่า เมื่อได้สัมผัสกับพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ธมมฺชโย) แล้วรู้สึกผิดปกติ เนื่องจากว่านำคำว่านะจ๊ะมาใช้พูด อะไร ๆ ก็นะจ๊ะอยู่ตลอดเวลา เช่นทำใจให้เป็นสมาธินะจ๊ะ ทำใจให้ว่างเปล่านะจ๊ะ ฟังแล้วทำให้งุนงงไปหมดว่าทำไมพระระดับนี้ถึงนำเอาคำพูดเช่นนี้มาใช้
นอกจากนั้นคำสอนที่ออกมามักจะให้มีการสวดมนต์อ้อนวอนขอโน้นขอนี่ ถือว่าประหลาด เช่น จะพูดว่าถ้าใครมีเงิน 1 ล้านบาท ก็ให้อธิษฐานนะจ๊ะ ขอให้มี 2 ล้านบาท 3 ล้านบาท
คำสั่งสอนของพระราชภาวนาวิสุทธิ์นั้น ยังสอนโดยเน้นในเรื่องของนรก สวรรค์ มากเกินไป คำก็นิพพาน 2 คำก็นิพพานมากกว่าที่จะนำข้อเท็จจริงในปัจจุบันมาเตือนสติสั่งสอน
"บางช่วงคำสอนของหลวงพ่อธมมฺชโย เป็นการสอนให้เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้จนเกินไป เช่นบอกว่า ในวันมาฆบูชา พ.ศ. 2543 หรืออีก 2ปีข้างหน้าญาติโยมควรเตรียมตัวเตรียมใจในการทำบุญ
ให้พร้อม ใครมีบ้านก็ให้ขายบ้าน ใครมีทรัพย์สมบัติเท่าไหร่ก็ให้นำมาขาย เพื่อจะได้เอาเงินมาเป็นรองประธานสร้างมหาธรรมเจดีย์ เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่พระมาพูดแบบนี้ มีที่ไหนให้คนเอาบ้านเอา
ทรัพย์สมบัติไปขายแล้วนำเงินมาให้วัด"
ระหว่างงานกิจกรรมของวัด ยังมีการจัด เวทีรวมถึงการถ่ายทอดโทรทัศน์วงจรปิดอวดอ้างฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพระมหาสิริราชธาตุที่ใครทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัว 1 หมื่นบาท ก็จะได้รับพระมหาสิริราชธาตุ อาทิ มีผู้หญิงมาบรรยายค้าขายขาดทุนไป 7 ล้านบาท แต่เมื่อเข้าวัดและได้พระมหาสิริราชธาตุไปบูชาเงินทองก็ไหลมาเทมาจนใช้หนี้ได้หมด และจะมีรายการเช่นนี้นับชั่วโมง
นอกจากนี้ยังได้มีการกล่าวถึงเรื่องอัศจรรย์ตะวันแก้วด้วยว่า เป็นเรื่องที่ผิดปกติเนื่องจากว่า ได้มีการจัดเตรียมทุกอย่างไว้ก่อนล่วงหน้า โดยหลังจากทำบุญกันเสร็จ ก็มีการบอกแก่คณะญาติโยมที่มาร่วมปฏิบัติธรรมว่าอย่าเพิ่งกลับ ออกไปถ่ายรูปที่มหาธรรมเจดีย์กันก่อน ซึ่งบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่มีการกล่าวอ้างกันถึงสิ่งปาฏิหาริย์หลวงพ่อสด
อย่างไรก็ดีบทความดังกล่าวยังเรียกร้องให้วัดพระธรรมกายหยุดทำการระดมเงินสร้างมหาธรรมเจดีย์ แต่ควรจะนำเงินบริจาคจำนวนดังกล่าวมาช่วยเหลือประเทศในยามวิกฤติมากกว่าด้วย.