Make your own free website on Tripod.com

สมช. ประเมิน "ธรรมกาย" ปรับแผนวาง 6 ยุทธศาสตร์สร้างความร้าวฉานในสังคม ให้พระชนพระ พุทธชนพุทธ จนสุดท้าย กลายเป็น ความเบื่อหน่ายแตกแยกไปเอง สื่อมวลชนเจอเต็มเปาอยู่ในแผนเด็ดปีก นักข่าว"เดลินิวส์" ที่ตามข่าวธรรมกาย ถูก โทรศัพท์ลึกลับ โทรข่มขู่ อ้างขอเลขท ี่บ้าน จะเอาของสำคัญมาส่งคืน ขณะที่พระนักวิชาการถูกใบสั่งห้ามพูด เจ้าคณะปทุมฯ ประกาศชัด จัดการเดียรถีย์ ประเมินคำฟ้องเบื้องต้น ถ้าเข้าศาลสงฆ์มีสิทธิ์จับ "ไชยบูลย์"นุ่งกางเกง เจ้ากู ปฏิเสธข่าว จ่ายให้รูปละพัน ไปงานวันวิสาขบูชา แต่สุดท้าย เณรเรียงแถว ยืนยันต่อหน้า ได้จริง ๆ ทำเอาหน้าถอดสี ขณะที่วัดฉาว ยอมรับ จ่ายจริง อ้างเป็นเงินญาติโยม จัดแจกรางวัลสาวกอยู่เฝ้า 7 วันได้ไปนั่งสมาธิในโรงแรมหรู ยื้อเกมที่ดินอีกโอนให้ก่อน 5 แปลง ที่เหลือ พันกว่าไร่ยังต้องรอ อดีตศิษย์ ประเมิน ใกล้ยุติปัญหาแล้ว คาด สมเด็จพระสังฆราช ไม่ปล่อยให้ย่ำยีคำสอน

ความเคลื่อนไหว ในการจัดการพระปลอม"นายไชยบูลย์ สุทธิผล" ที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงมีลายพระหัตถ์ ชี้ชัดแล้วว่า เป็นพระปลอม และต้องปาราชิกในฐานฉ้อโกงนำที่ดินเป็นของตัวเองนั้น เริ่มประสบ ปัญหาโดยท่าท ีของวัด พระธรรมกาย ปรับแผน ในการต่อสู้ โดยเฉพาะ สื่อมวลชน เป็น เป้าหมายหลัก ที่มีทั้งไม้อ่อนคือการเปิดวัดให้เข้าไปทำข่าว พร้อมกับ ใช้ไมตรีจิต ยิ้มแย้มแจ่มใส ด้วยชนิดที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน แต่ขณะเดียวกัน ในอีก ด้านสื่อมวลชน ที่มีการติดตาม ข่าวธรรมกาย ก็ถูกข่มขู่ คุกคามจาก บุคคลลึกลับ

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.เชาวลี ชุมขำ นักข่าว"เดลินิวส" ที่ติดตามทำข่าววัดพระธรรมกายตั้งแต่ต้น ได้ถูก โทรศัพท ์ลึกลับโทรฯ ไปที่บ้าน โดยบอกว่ามีของสำคัญและลับมากจะให้ รวมถึงต้องการทราบบ้านเลขที่ของน.ส.เชาวลี ปรากฎว่า เมื่อมีการ ซักไซ้ ถึง วัตถุประสงค ์ก็ไม่ยินยอมบอก สุดท้ายก็ใช้คำลามกอนาจารกล่าวทิ้งท้ายข่มขู่ไว้ สำเนียง ของชายลักลับจะเนิบนาบ และไม่ใช่ พวกโรคจิตแน่นอน ซึ่งเรื่อง ดังกล่าว น.ส.เชาวล ีได้แจ้งความ กับตำรวจแล้ว ที่สน.บางเสาธง โดยกล่าวว่า ไม่มีข้อขัดแย้ง กับใคร และขณะนี้ ข่าวที่ทำ คือเรื่องธรรมกายเรื่องเดียว

ก่อนหน้านี้ บุคคลหลายคนที่เกี่ยวข้องกับธรรมกายถูกข่มขู่คุกคามตลอด อาทินายเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ที่ถูกระเบิดเพลิง ปาใส่บ้าน และมีการติดตามความเคลื่อนไหวของนายเสฐียรพงษ์,พระพิศาลธรรมพาทีหรือพระพยอม กัลยาโณ ประธาน มูลนิธิวัดสวนแก้ว ,พระมหา บุญถึง ชุตินธโร ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย รวมไปถึง ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์อีกลายฉบับที่มีการสืบข้อมูลส่วนตัวไว้อย่างละเอียด

นอกจากนั้น ได้มีความเคลื่อนไหวเพื่อห้ามไม่ให้พระหลายรูปออกมาสัมภาษณ์อาทิที่มหาจุฬาฯ พระราชวรมุนี องค์อธิการบดี ห้ามพระในมหาจุฬาฯ ออกมาสัมภาษณ์อีกต่อไป โดยระบุว่าทางทำเนียบฯมีหนังสือห้ามพูด รวมไปถึงพระรูปอื่น ๆ ที่ถูกดัน ผ่านกลไกสงฆ์เช่นกัน โดยเฉพาะ เมื่อเจ้าคณะ ภาค 18 ภาคของพระสายมหานิกายทั้งหมด ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตร ีให้ดูแลการเสนอข่าวรวมไปถึงขอการอารักขาสมเด็จพระสังฆราชและกรรมการมหาเถรฯ

นาย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เจ้าของรายการ "ตามหา...แก่นธรรม" เปิดเผยว่า ตนกำหนดจัดรายการ ตามหาแก่นธรรม เสาร์หน้า ที่จ.นครราชสีมา ได้นิมนต์พระมหาบุญถึง ชุตินธโร ผู้ช่วยอธิการบดี มหาจุฬาฯไว้ปรากฎว่า พระมหาบุญถึง ขอถอนตัว กระทันหัน รวมไปถีง ได้มีพระ หลายรูป ที่รับนิมนต์ไว ้ก็บอกปฏิเสธไปทั้งหมด

ยันหลักฐานจับนุ่งกางเกงได้

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา นายประจิณ ฐานังกรณ์ ได้เดินทาง ไปที่วัดมูลจินดาราม เพื่อยื่นหนังสือ กล่าวหาเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต่อพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี โดยนำเอกสารจำนวน 40 แผ่น เทป คำสอน 2 ม้วน สำเนา พระไตรปิฎก ข้อจตุตถปาราชิกสิขาบท ปาราชิกกัณฑ์ 1 แผ่น มาเป็นหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ นายประจิณ กล่าวว่า ตนยื่นข้อกล่าวหาในประเด็นสอนผิดเพี้ยนบิดเบือน เหลวไหลเพ้อเจ้อ พูดให้เข้าใจไขว้เขว และอวดอุตริ มนุสสธรรม ที่ไม่มีตัวตน ขอให ้เจ้าคณะ จังหวัดปทุมธาน ีช่วยพิจารณา ตัดสินด้วย เพื่อคุ้มครอง พระธรรมวินัย และพระพุทธศาสนา ให้ยั่งยืนสืบไป

นอกจากน ี้นายประจิณยังกล่าวด้วยว่า หากการพิจารณาโทษนายไชยบูลย์ตากฎนิคหกรรมมีทีท่าว่าจะเอนเอง ตนก็จะไปฟ้องศาล ในทางโลกอีกทางหนึ่ง

ด้าน พระสุเมธาภรณ์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ให้ดำเนินการตามกฎนิคหกรรมกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรวมแล้ว 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายประเสริฐ บุตรเขยนางสาลี่ เพชรชูดี กรณีฉ้อโกงที่ดินบริจาค 2.นายมาณพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านพุทธศาสนา กรมการศาสนา 3.นายสมพร เทพสิทธา ประธานยุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ และ 4.นายประจิณ ฐานังกรณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ตนต้องตรวจสอบเอกสารจำนวนนับพันหน้า

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ หลักฐานอย่างคร่าวๆ เชื่อว่าน่าจะมีผลให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องอาบัติปาราชิก ถูกจับสึกแน่นอน อย่างไรก็ตาม ต้องขอเวลาพิจารณาโดยละเอียดก่อน คาดว่าภายในเดือนมิ.ย.นี้จะสรุปได้ จากนั้นจะเรียกตัวนายไชยบูลย์มาสอบ หาก ยอมรับ ความผิด ข้อกล่าวหาใด ก็จะต้องปรับโทษสถานนั้นๆไป

ตีแสกหน้านักแอบอ้าง

เมื่อเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายหัสชัย ไตรโภคสมบัติ อายุ 49 ปี อยู่อำเภอเดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี อ้างตัวว่า เป็นลูกศิษย์สมเด็จพระสังฆราช ได้เข้าพบพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี โดยบอกว่า มาเพื่อ เยี่ยมเยียนเท่านั้น และขอให้ พระสุเมธาภรณ์ ยึดเอาพระธรรมวินัยเป็นที่ตั้ง อย่าหวั่นไหว กับกระแสที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกระแส ตัดสินขอ งสื่อมวลชน อย่าเอนเอียงไปตามกระแส ไม่อยากให้เกิดความแตกแยกขึ้นในประเทศ เมื่อพูดมาถึงตรงน ี้พระสุเมธาภรณ์ กล่าวสวนกลับว่า ไม่ต้องมาสอน

นายหัสชัย ยังได้กล่าวกับพระสุเมธาภรณ์อีกว่า ได้ยื่นหนังสือให้นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบลายพระหัตถ์ทั้ง 5 ฉบับของ สมเด็จพระสังฆราชว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะรู้ดีว่าเป็นฝีมือของห้องกระจก สื่อมวลชน ก็โจมตีพระเถระ ชั้นผู้ใหญ่ เป็นการ บ่อนทำลายศาสนา พระสุเมธาภรณ์ กล่าวทันทีว่า เรื่องลายพระหัตถ์นั้นไม่น่าที่จะเอามาพูดกัน เพราะเป็นเรื่อง ที่สูงเกินกว่า จะนำเอามาพูดกัน

นายหัสชัยนั้น ได้เคยแอบอ้างตนเองว่าเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์"สื่อธุรกิจ" ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันในเครือเดลินิวส์" นอกจากน ี้ยังแอบอ้างว่า เป็นผู้สื่อข่าวและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยก่อนหน้านี้เคยอ้างในลักษณะนี้ที่วัดบวรนิเวศวิหาร จน กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ ์เดลินิวส์ ได้ลงข้อความตีพิมพ์ไปแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย รวมถึง ไม่เกี่ยวข้องกับ หนังสือพิมพ์ "สื่อธุรกิจ"ด้วย และนายหัสชัยมักจะแอบอ้างเช่นนี้เสมอ โดยหากใคร ถูกนายหัสชัย ไปทำความเสียหาย ขอให้ดำเนินคดี อาญาได้ทันที และขณะน ี้กำลัง อยู่ในระหว่าง การรวบรวม หลักฐาน เล่นงาน นายหัสชัยฐาน แอบอ้าง ทำให้เกิดความเสียหายด้วย

วัดฉาวรับแจกเงินจริง

ส่วนกรณ ีพระสิทธิชัย (หลวงตากู) พาพระภิกษุสามเณรกว่า 90 รูปไปร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชาที่วัดพระธรรมกาย และทางวัดพระธรรมกาย แจกเงินแก่พระ-เณรเหล่านั้นรูปละ 1,000 บาท ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานข่าวไปนั้น ปรากฎว่า พระสิทธิชัย ได้เดินเข้ามา ต่อว่า สื่อมวลชนว่า เอาเรื่องไม่จริงมาเผยแพร่ ทำให้วัดเสียชื่อเสียง ผู้สื่อข่าว จึงได้เดินเข้าไป ตามสามเณรวิโรจน์ แซ่ซ้งและสามเณรหลี่เจง แซ่ท้าว ซึ่งให้สัมภาษณ ์สื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ออกมา ให้ปากคำอีกครั้ง ต่อหน้า พระสิทธิชัย โดยสามเณรทั้ง 2 รูปยอมรับว่า ได้รับเงิน ค่าจ้าง จากวัดพระธรรมกายจริง รูปละ 1,000 บาท หลังจาก ที่เสร็จพิธ ีทางวัด ก็ให้เข้าแถวรับเงินและได้รับกันทุกองค์ที่ไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้พระสิทธิชัยถึงกับถอดสีหน้าพูดไม่ออกอ้าปากค้างทันที

พระสิทธิชัย ยอมรับในภายหลังจากถูกสามเณรยืนยันแล้วว่า ไม่มีเจตนาที่จะรวมพลในวัด แต่เห็นว่า วัดพระธรรมกาย เป็นวัดใหญ ่และเรียกสามเณรไปศึกษาหาความรู้เสมอ ไม่เคยทราบมาก่อนว่าวัดจะให้เงินมากมาย ขนาดนี้ และที่ต้องการ พระเณร ที่มาจากเขา จากป่าก ็เพราะว่า ต้องการให้ พระเณรเหล่านี้รู้จักโลกภายนอกบ้าง ส่วนเงินที่มอบให้ พระเณรนั้น คงจะเป็นค่ารถ มากกว่าที่วัดพระธรรมกายคิดเป็นอย่างอื่น และขอยืนยันว่าอาตมาไม่ได้รับเงินจริงๆ หากกิจกรรม ครั้งน ี้หากจะผิด ก็เพียง ที่ไม่นำพระเณร มาส่งให้ถึงวัด เท่านั้น ซึ่งก็เพราะไม่มีที่กลับรถ

พระปลัดสุธรรม สุธัมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กล่าวชี้แจงกรณีพระสุทธิชัย วัดสว่างภพ นำพระเณร จากโรงเรียนปริยัติธรรม มาร่วมงานวันวิสาขบูชาที่วัดพระธรรมกายจำนวน 900 รูปว่า ไม่ได้เป็นการระดมจ้างมา ทุกอย่างปฏิบัต ิไปตามกฎ มหาเถรฯ ซึ่งญาติโยม ได้ร่วมกันบริจาค ช่วยเป็นทุนการศึกษาแก่พระเณรเป็นเงิน 1,000 บาทต่อรูป แต่ทางวัด ได้มีการประกาศ รายชื่อผู้บริจาค นอกจากนั้นพระปลัดสุธรรมยังต่อสายโทรศัพท์ให้ผู้สื่อข่าวคุยกับพระสิทธิชัยด้วย โดยไม่รู้ว่า ได้มีผู้สื่อข่าว อีกกลุ่ม ไปจับโกหก พระสิทธิชัยแล้ว

พลิกเกมยื้อให้ที่ดิน139ไร่

ทางด้าน นายวีระศักดิ์ ฮาดดา เลขานุการมูลนิธิธรรมกายกล่าวว่าในวันที่ 1 มิ.ย.จะมีการโอนที่ดิน 5 แปลงให้กับวัด จำนวน 139 ไร่ โดยได้มีการ ลงนามในเอกสารต่าง ๆ แล้วรวมถึงได้กำหนดแถลงข่าวที่กรมการศาสนาด้วย เอกสารทั้งหมด

ด้าน นายปรีดา เรืองวิชาธร ผู้ประสานงานศูนย์เฉพาะกิจธัมมชโย ได้กล่าวตอบโต้การกล่าวหาของพระปลัดสุธรรม สุธัมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย ที่ระบุว่าได้ตรวจสอบพบว่าผู้ประสานงานศูนย์ฯเป็นตัวปลอม เพราะตัวจริงที่ใช้ชื่อปรีดา เรืองวิชาธร เป็นผู้หญิง ว่า การออกมา กล่าวหาว่าใช้ชื่อปลอมหรือใช้ชื่อคนอื่นบังหน้านั้น ขอยืนยันว่านายปรีดา เรืองวิชาธร คือคนๆเดียว กับที่ทำหน้าที่ผู้ประสานงานศูนย์เฉพาะกิจธัมมชโย ไม่ทราบว่าไปเอาหลักฐานที่ไหนมากล่าวหากัน ซึ่งผู้ที่มา ทำงาน ที่ศูนย์เฉพาะกิจฯ ทุกคน ไม่เคยใช้ชื่อเล่น หรือใช้ นามแฝง ปรีดาก็คือ นายปรีดาตัวจริง ไม่ทางเป็นปรีดาปลอม ถ้าจะมี ก็มีแต่เฉพาะ พระปลอม เจ้าอาวาสปลอม ฝากนมัสการพระปลัดสุธรรมด้วยว่า การพูดออกมาเช่นนี้เท่ากับเป็นการพูดปดมดเท็จ ไม่เหมาะ กับคนที่เป็นพระจะออกมาพูด มาว่ากัน ด้วยเหตุผล และข้อเท็จจริง จะเหมาะสมกว่า

1มิ.ย.เข้าเฝ้าพระสังฆราช

ที่คณะเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศฯ ตั้งแต่เวลา 06.40 น. สมเด็จพระสังฆราช ทรงลงจากพระตำหนัก คอยท่าปราโมช เพื่อเปลี่ยน พระอริยาบถ โดยได้เสด็จพระดำเนินออกจากคณะเหลืองรังษีไปตามถนนภายในวัดผ่านมาด้านคณะสูง คณะกุฏิ และพระเจดีย์ ไปสิ้นสุด ที่พระอุโบสถ วัดบวรฯ รวมระยะเวลากว่า 500 เมตร ทั้งนี้สมเด็จพระสังฆราชยังได้เสด็จขึ้นอุโบสถฯ ก่อนจะเดินทางกลับ ตำหนัก โดยประทับ บนรถพระประเทียบ ระหว่างนั้นทรงตรัสถามถึงชื่อของอาคารสถานที่ที่ทรงเสด็จพระดำเนินผ่านไป โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที

พระสะท้าน จิตตวโร พระผู้สนองงานในองค์สมเด็จพระสังฆราช กล่าวถึง รายชื่อของประชาชน ที่แสดงประชามต ิเพื่อสนับสนุน ลายพระหัตถ์ และถวายกำลังพระทัยสมเด็จพระสังฆราช ว่า ภายหลังจากที่อาตมาได้รับมอบรายชื่อจากประชาชน ตามที่ได ้ลงนาม จากพระราช รัตนมงคล เลขานุการ สมเด็จพระสังฆราชแล้ว ในช่วงตอนเย็นของวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้นำถวาย สมเด็จ พระสังฆราชทันที ซึ่งทรงทอดพระเนตรรายชื่อทั้งหมด แต่มิได้รับสั่งประการใดออกมา จากนั้น ได้นำรายชื่อทั้งหมด เก็บรวบรวม ไว้ที่สำนักเลขานุการฯ สำหรับ การเปิดให้ ประชาชนทั่วไป เข้าเฝ้าได ้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นั้น จะไม่มีการ กำหนดชัดเจน ว่าบุคคลใด จะได้เข้าเฝ้าบ้าง แต่จะพิจารณาความคุ้นเคย ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นหลัก

ต่อมา เวลา 10.30 น. น.พ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เดินทาง มาตรวจพระอาการ สมเด็จ พระสังฆราช ซึ่งใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยว่า สมเด็จพระสัฆราชทรงหายจากอาการพระประชวรแล้ว โดยต่อนี้ไป ทรงสามารถ ปฏิบัติ ภารกิจได้ตามปกติ

พ.ต.ท.เพทาย พรล้วนประเสริฐ สวป.สน.ชนะสงคราม กล่าวถึงขั้นตอนการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชว่า คณะบุคคล หรือบุคคล ที่จะเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช จะต้องยื่นเรื่องต่อสำนักเลขานุการสมเด็จฯไว้ล่วงหน้า จากนั้น สำนักเลขาฯ จะส่งเรื่องกลับ โดยใช้ใบศาสนกิจ ของ สมเด็จ พระสังฆราช มาให้ล่วงหน้าก่อน 1 วัน โดยระบุเวลาเข้าเฝ้าช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 07.30 น.-08.30 น. ในวันที่1 มิ.ย.นี้ คณะบุคคลที่จะได้เข้าเฝ้าเป็นคณะของครูและอาจารย์จากโรงเรียนวัดบวรฯ ครอบครัวของนายอานุภาพ ซึ่งได้แจ้งความ จำนงไว้ ล่วงหน้า ก่อนแล้ว ส่วนผู้ที่ขอเข้าเฝ้า ไว้แต่ยังไม่มีรายชื่อ จะไม่อนุญาติโดยเด็ดขาด

สำหรับ การรักษาความปลอดภัยนั้นอาจเกิดความไม่สะดวก จะมีการตรวจค้นกระเป๋าและสิ่งของก่อนเข้า โดยจะม ีเจ้าหน้าท ี่จากสำนักพระราชวัง และตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการรวม 6 คน และภายในตำหนัก จะมีเจ้าหน้าที่ ,จากศูนย์รักษา ความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) 4 นาย ค่อย เฝ้าถวาย การอารักขา และจะมีกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบจาก สน.ชนะสงครามอีก 6 นาย และสายสืบ 4 นาย และเจ้าหน้าที่ ศรภ.4 นายอยู่บริเวณวัด

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ประชาชนจำนวนมากยังเดินทางมาลงนามถวายพระพร โดยเวลา 10.20 น.สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา ศูนย์รวมซิกข์ ศาสนิกชนแห่งประเทศไทยที่นับถือศาสนาซิกข์ เดินทางนำช่อดอกไม ้และถวายพระพร ด้วยการสวดขอพร ตามศาสนาซิกข์

อยู่ป้อง"ไชยบูลย์"7วันรับรางวัล

ที่บริเวณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย เมื่อเวลา 9.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไชยบูลย์ ได้ออกมา บรรยายธรรม และนำผู้มาปฏิบัติธรรม กว่า 700 คนนั่งสมาธิ วึ่งส่วนใหญ่มาปฏิบัติธรรมตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางวัดประกาศว่า ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมครบ 7 วันนั้น จะได้รับ รางวัล สมนาคุณจากนายไชยบูลย์ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 300 รางวัล กระทั่งเวลา 12.00 น. จึงได้มีการ จับรางวัล สำหรับรางวัลนั้นประกอบด้วยรางวัลที่ 1 จักรแก้ว ที่พิธีกรได้บรรยายลักษณะและคุณสมบัติว่าเป็น 1 ใน 7 อย่างของวิเศษ ซึ่งเป็นสมบัติ ของจักรพรรดิ เป็นลูกแก้ว ใสไว้สำหรับ แขวนคอ ซึ่งเป็นวัตถุมงคลของวัดจัดทำขึ้นเอง รางวัลที่ 2 เป็นลูกแก้ว ซึ่งก็เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ทางวัดจัดสร้างขึ้นเองเช่นกัน รางวัลที่ 3 คือได้สิทธิ์เดินทางไปพักผ่อนปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิที่ รอยัลบลู ลากูน เกาะสมุย ฟรี ที่พักพร้อม อาหาร 3 วัน 2 คืน ท่ามกลาง บรรยากาศที่ครื้นเครง

ภายหลังจาก แจกรางวัลเสร็จสิ้น นายไชยบูลย์พร้อมด้วยผู้ใหญ่ในวัดได้ถ่ายภาพร่วมกันกับผู้มาปฏิบัติธรรม แต่ห้าม ไม่ให้สื่อมวลชน ถ่ายภาพโดยระบุว่าเป็นกิจกรรมภายใน ทำให้เกิดการถกเถียงกันแต่ก็ไม่มีเหตุ การณ์รุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระหว่าง มีพิธีนั้น นายไชยบูลย ์ได้ประกาศ เชิญชวน ให้ผู้มาปฏิบัติธรรมมาร่วมงานวันที่ 8 ส.ค.ซึ่งเป็นวัน ครบรอบ การทิ้งระเบิด ปรมาณูที่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นวันครบรอบ 91 ปี แม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ผู้ที่ได้รับการยกย่องเป็นผู้ปัดระเบิดปรมาณู

ผู้ข่าว รายงาน ด้วยว่าการเลือกจัดงานวันที่ 8 ส.ค.ของวัดถือเป็นวันสำคัญ เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2488 สหรัฐฯได้นำ ลูกระเบิด ไปทิ้งที่เมืองฮิโรชิมา และในวันที่ 8 ส.ค.ปีเดียวกันไปทิ้งที่เมืองนางาซากิ ซึ่งวัดพระธรรมกาย โอ้อวดปาฏิหารย์ ของแม่ชีจันทร ์ตลอดมาว่า เป็นผู้ปัด ระเบิด ทั้ง 2 ลูกไปทิ้งที่ญี่ปุ่น จากเดิมที่จะทิ้งในประเทศไทย

เสนอศึกษา"นิพพาน"ใหม่

ส่วนที่ พุทธมณฑล เมื่อเวลา 14.30 น. ได้มีการจัดปัจฉิมนิเทศโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่น 5 จำนวน 57 รูป ร่วมกับ สมัชชา สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและกรมการศาสนา โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นประธาน แต่บรรดา พระเถระ ชั้นผู้ใหญ่อาทิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ พระธรรมกิตติวงศ์ พระธรรมราชานุวัตร ต่างปฏิเสธ ที่จะพูดเรื่อง วัดพระธรรมกาย และได้ขอตัวไปขึ้นรถกลับทันที

ด้าน พระศรีปริยัติโมลี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) ที่ได้รับการยก เว้นจากพระผู้บริหาร มจร.ให้วิพากษ์วิจารณ ์และแสดงความคิดเห็นกรณีวัดพระธรรมกายได้แต่เพียงผู้เดียวนั้นกล่าวว่า การที่วัดพระธรรมกาย เปิดกว้าง ให้สื่อมวลชน เข้าไป ตรวจสอบ ภายในได้ถือเป็นเรื่องที่ดี น่าจะกระทำมานานแล้ว ที่ผ่านมา ก็ได้วิพากษ์วิจารณ ์กันตลอดถึงเวลา ที่จะให้วัดพระธรรมกายได้พูดบ้างแล้ว เรื่องใดที่ยังไม่ปฏิบัติตามมติมหาเถรฯบ้าง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง

"กรณี คำเทศนา ที่ยังยืนยันว่านิพพานเป็นอัตตานั้น ให้ถือว่า เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐาน และเกณฑ์ ในการตัดสิน ได้แล้วว่า นิพพานเป็นอนัตตา ตามหลักพระธรรมวินัยที่อยู่ในพระไตรปิฎก น่าเห็นใจ วัดพระธรรมกาย ได้มีคำสอนเรื่องนี้ มานาน จะให้เปลี่ยน ทันทีคงไม่ได้ เราได้ให้เวลา เขาไปแล้ว แต่ก็ยังเหมือนเดิม เรื่องคำสอนนี้จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ น่าจะมีการ หารือกันใหม่ในมหาเถรฯโดยใช้คณะสงฆ์และอาจารย์ที่มีความรู้ร่วมสัมมนากัน เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง"

ผลประโยชน์ทำคดีวัดฉาวช้า

พระศร ีปริยัติโมลี กล่าวต่อไปว่า การที่ศาสนาสอนว่านิพพานเป็นอนัตตานั้นเป็นศาสนาพุทธแบบเถรวาท เพราะฉะนั้น ต้องเชื่อตาม พระไตรปิฎกหรืออรรถคาถา ถ้าไม่เชื่อก็เป็นความเชื่อตามแบบมหายาน หรือกลายเป็น ลัทธิอื่น ที่คล้ายมหายาน ก็น่าจะมีการ ประกาศตัว ออกไปให้ชัดเจน แต่ตอนนี้ยังมีขั้นตอนอยู่ ยังไม่สามารถกระทำได้เพราะเกี่ยวเนื่องกับคณะสงฆ์ และสมบัต ิของชาวพุทธที่ได้ถวายให้ และอยู่ระหว่างการดำเนินนิคหกรรม แต่ปัญหา กลับอยู่ที่กฎ ไม่ได้ระบุ เรื่องเงื่อนเวลา ในการพิจารณาไว้ โดยวัดพระธรรมกาย ยังคงสอน และเรี่ยไร เงินเช่นเดิม ถ้าจะให้ดี กฎนิคหกรรมนั้น จะต้องมีการ ควบคุม ผู้เผยแพร่ และการรับบริจาค หากทำไม่ได้จำเป็นต้องมีกฎอื่นเข้ามาช่วยเสริมหรือกำกับ โดยจะต้องเริ่ม ที่กรรมการ มหาเถรฯ จากนั้น รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยอย่างเต็มตัว

"สถาบัน ศาสนาเป็นสถาบันที่บอบบางและอ่อนแอ อยากให้จัดการยุติปัญหานี้โดยเร็ว ยิ่งช้า พุทธศาสนิกชน ยิ่งแตกแยก และเกิดวิกฤตศรัทธา กับคณะสงฆ์ รวมไปถึงรัฐบาลด้วย ที่ปัญหาล่าช้าเพราะวัดพระธรรมกายแบ่งเป็นหลายฝ่าย ซึ่งทุกฝ่าย มีผลประโยชน์ ร่วมกัน เมื่อมี ผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องที่ถูกก็กลายเป็นผิด เรื่องที่ยืดเยื้อน่าจะมาจากผลประโยชน์ที่มีในวัด ส่วนที่มหาเถรฯ ออกกฎแต่ทางวัดพระธรรมกายไม่ปฏิบัติตามนั้น มหาเถรฯไม่สามารถทำอะไรได้ คำสั่งดูเหมือนไม่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งส่วนนี้ มหาเถรฯ สามารถ ขอ อำนาจรัฐ มาตัดสิน กรณี วัดพระธรรมกายได้ ขึ้นอยู่กับว่ามหาเถรฯจะดำเนินการหรือไม่เท่านั้น"

ประเมินไชยบูลย์ขวัญหนีแล้ว

ขณะเดียวกัน อดีตพระลูกศิษย์ วัดพระธรรมกาย รูปสำคัญกล่าวว่า การที่ยังมีการ เทศน์นิพพาน เป็นอัตตาเชื่อว่า สมเด็จพระสังฆราช คงไม่ปล่อยไว้ และไม่นานอาจจะทรงมีพระบัญชีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ออกมาอีก และคงไม่มีการ โอนที่ดิน เพราะห่วงสมบัติ "นายไชยบูลย์ กลัวว่าจะหลุด จากความเป็นพระตามลายพระหัตถ์ จึงต้องสร้างภาพระดมคน และให้ นายผ่อง เล่งอี้ อดีต อธิบดีกรมป่าไม้ออกไปพบปะเดินสายและขู่ว่าหากไปสึกเจ้าอาวาสจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง และการะดมพล จำนวนมาก วัดไม่ได้เข้มแข็ง หรือยิ่งใหญ ่เหมือนที่เห็นเป็น ความพยายาม สร้างภาพออกมาทุกวันว่ามีคนมาก ข้างในกลวง ไม่เหมือน สันติอโศก ที่เข้มแข็งภายใน มีศรัทธาเหนียวแน่น เพราะวัดนี้ มีแต่ผลประโยชน ์ทังนั้น แม้พระในวัด ก็รู้เต็มอกว่า อดีตเจ้าอาวาส ไปทำอะไรไว้บ้าง ตลอดเวลา มีแต่พวก ไม่กล้าเปิดเผย ความจริง อีกไม่กี่เดือน ปัญหาคงจบ เท่าที่พูดคุย กับสาวกแล้ว การที่มีคนมางานวันวิสาขบูชา 3 หมื่นคนถือเป็นเกณฑ์ต่ำมาก และเงินที่บริจาคลดลงไปด้วย"

นอกจากนั้น ในอีก 2 วันข้างหน้าจะเปิดภาคเรียนของมหาจุฬาฯเชื่อว่าขบวนการจัดการปัญหาธรรมกายจะเข้มข้นกว่านี้ และคงไม่มี พระรูปใดยอมให้ใครมาปิดปาก ทางออกคือต้องให้มีการตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายคนใหม่ และเปิดโอกาส ให้ญาติโยม ตัวแทน ทางการ เข้าไปเป็นกรรมการ บริหารหยุดสูบเลือดประชาชน และเปลี่ยนคำสอนใหม่ วัดฉาววาง6แผนสู้

รายงานข่าว จากสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ประเมิน แผนการรับมือ วัดพระธรรมกาย ในขณะนี้ว่าวัดได้ดำเนินการ โดยวิธี1 .เปลี่ยนเป้า เสี้ยมเขาให้ชนกัน2. การกันจำเลย3.ให้สังคม เกิดความเพิกเฉยและชาชิน4.จากนั้นเริ่มได้ยิน เกิดความ รำคาญ 5.ทำให้เกิด ความ ร้าวฉานในสังคม และ6.ระดมคนเป็นระยะ

"ที่ผ่านมา จะเห็นมีการส่งคนใกล้ชิดนายไชยบูลย์ออกมารับหน้า สื่อมวลชนไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ และข่าว ที่ออกมา จะแสดงถึง ความล่าช้า ในการแก้ปัยหา ประชาชน จะเกิดความเบื่อหน่ายและเกิดความแตกแยกในสังคมตั้งแต่กรรมการมหาเถรฯ คณะสงฆ ์ฝ่ายต่าง ๆ แม้ สื่อมวลชนเอง ก็แตกแยกระหว่างนักข่าวกับคอลัม นิสต์ มีการสร้างภาพโดยการระดมคนเป็นระยะ และจะซื้อ สื่อมวลชน หรือไม่ก็ขู่ให้กลัว วัดอยู่ในสภาพหลังชนฝา หากจำเป็นต้องสู้จะใช้วิธีถ่วงเวลา ขณะน ี้เกิดปัญหา เรื่องเงินบริจาค ในวัด ที่ลดลงไป ถึง 70% และคง ปิดเจดีย ์ไม่ได ้ในปี 2543 ทั้งหมด จึงได้มีการระดมนักธุรกิจ แกนนำของวัดมาปรับแผนกัน"