Make your own free website on Tripod.com

ล้างคุกรอได้ ตำรวจใกล้รวบตัวแก๊งนรก ออกใบปลิวหนุนธรรมกายจาบจ้วงสถาบันพระสังฆราช การสื่อสารสั่งเข้มงวดจดหมายทัวประเทศ พบแล้ว 2 อมนุษย์ผูกเนกไทขนเอกสารธรรมกาย ไปถึงไปรษณีย์อยุธยาหวังส่งทั่วประเทศ 2 พันใบ แต่พบพิรุธ ส่งข้อมูลรูปพรรณให้สันติบาลตามล่าหัว ระบุวัดฉาวถึงขั้นระดมป้องกันการกระชากผ้าเหลือง คนนับหมื่นแห่ไปวัดบวรฯ ถวายพระพรให้กำลังใจพระสังฆราชสางเสี้ยนศาสนา ตำรวจวางกำลังล้อมวัดเกือบพันนายกรีดเลือดแช่งแล้วพร้อมแจกตำราดูพระให้ประชาชน ขณะเดียวกัน "พระธรรมกิตติวงศ์" กรรมการ มส.ที่ปรึกษาธรรมกาย เรียกเจ้าคณะอำเภอธัญบุรีถกเครียดกลางงานฉลอง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ได้มีการฉลองพัดยศของพระสุเมธาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมูลจินดาราม ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาคำฟ้องของนายมาณพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ กรมการศาสนาและนายสมพร เทพสิทธา ประธานยุวธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ที่ฟ้องปาราชิกนายไชยบูลย์ สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายใน 4 ข้อหา ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี โดยมีประชาชนมาร่วมราว 1,000 คน พ.ต.ท.ณัฐพล ศุภระสร รองสว.สส.สภ.อ.ธัญบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นายมาดูแลรักษาความปลอดภัยในวัด

จากนั้นเวลา 09.00 น. นายสมพร เทพสิทธาและคุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้เข้านมัสการ โดยพระสุเมธาภรณ์ได้กล่าวขอบคุณแก่ผู้มาร่วมงานทุกคน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมีเจ้าหน้าที่ของวัดพระธรรมกายราว 10 คนเข้ามาร่วมในงาน โดยที่ไม่ได้มีการแต่งชุดขาวเหมือนปกติ

พระธรรมกิตติวงศ์ขอข้อมูลฟ้อง

สำหรับบรรยากาศงานฉลองพัดยศพระสุเมธาภรณ์นั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพระเถระผู้ใหญ่เดินทางมาร่วมงานและแสดงความยินดีอย่างคับคั่งอาทิ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุวรรณาราม สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะ สงคราม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดเทพธิดาราม พระธรรมวโรดม วัดเบญจมบพิตรฯ พระวิสุทธาธิบดี วัดสุทัศน์ฯ พระพรหมโมลี วัดยานนาวา พระธรรมกิตติวงศ์ วัดราชโอรสาราม พระธรรมปริยัติโสภณ วัดไตรมิตรฯ พระธรรมปริยัติโมลี วัดทินกรนิมิตร พระธรรมญามุนี วัดพนัญเชิง

หลังจากที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์แล้ว ได้มีการประพรมน้ำมนต์แก่พระสุเมธาภรณ์ อย่างไรก็ตามระหว่างที่มีพิธีการอยู่นั้นสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เจ้าคณะใหญ่หนกลางได้หารือกับพระปริยัติวโรปการ เจ้าคณะอำเภอธัญบุรีอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 10 นาที ซึ่งเป็นการหารือกันในเรื่องการยื่นฟ้องนายไชยบูลย์ สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย์ได้แนะนำเจ้าคณะอำเภอธัญบุรีไปเรียนให้พระธรรมกิตติวงศ์ ซึ่งเป็นกรรมการมหาเถรฯและวัดพระธรรมกายเคยประกาศว่าเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของวัดรับทราบด้วย อย่างไรก็ดีเมื่อผู้สื่อข่าวจะถ่ายภาพพระทั้ง 2 รูปจึงยุติการหารือ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการหารือกันใหม่อีกครั้ง

มั่นใจหลักฐานไม่เบาเป็นนุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถามความเห็นกรณีวัดพระธรรมกาย พระธรรมกิตติวงศ์กล่าวว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์อะไรเพราะไม่ใช่หน้าที่ ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเท่านั้น ในขณะที่พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้นขึ้นรถกลับออกจากวัดมูลจินดารามทันที ส่วนพระธรรมวโรดม วัดเบญจมบพิตรฯกล่าวว่า เรื่องที่เจ้าคณะภาคทั้ง 18 คณะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องของเจ้าคณะที่ไม่ได้เป็นกรรมการมหาเถรฯเนื้อความเป็นอย่างไรนั้น เจ้าคณะภาคที่เป็นกรรมการมหาเถรฯไม่มีใครทราบ และไม่ได้ร่วมลงนามสนับสนุน ส่วนเรื่องของวัดพระธรรมกายนั้นขณะนี้อยู่ในกระบวนการสงฆ์แล้วไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ

นายสมพรกล่าวว่า เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีไม่ได้มาเร่งรัดเรื่องนิคหกรรม ส่วนเรื่องหลักฐานที่มามอบให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แต่มีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้นั้น เรื่องนี้ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าจะต้องมีการโต้แย้งจึงได้มีการหารือกับนักกฎหมายไว้ก่อน เทปหลักฐานการเผยแพร่คำสอนที่บิดเบือนของนายไชยบูลย์นั้น ได้มอบหมายให้คณะทำงานถอดเทปและพิมพ์ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อนำมาเป็นหลักฐาน ในการจัดพิมพ์ก็มีการระบุชื่อของผู้ที่กล่าวในเทป ผู้ถอดเทปและผู้พิมพ์เรียบร้อยจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำหนักพอเป็นหลักฐาน

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีกล่าวว่า ทางจังหวัดได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และเชื่อว่าหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงจริงก็สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด เพราะผู้ที่มาร่วมงานวัดพระธรรมกายคงไม่มุ่งหวังให้เกิดเหตุการณ์ใด ๆ

ตำรวจระดมกำลังรับมือ

ในวันเดียวกันที่บชภ. 1 เมื่อเวลา 09.30 น. พล.ต.ท.สมชาย วาณิชเสนี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วยพล.ต.ท. อนันต์ ภิรมย์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้เรียกพล.ต.ต.รวมศักดิ์ ประสานสุข ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้าประชุมเพื่อเตรียมรับสถานการณ์กรณีวัดพระธรรมกาย โดยใช้เวลาในการประชุม 3 ชั่วโมง

พล.ต.ท.สมชายกล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อหารือและสรุปด้านการข่าวเพื่อเตรียมแผนการปฏิบัติงาน ในการรับสถานการณ์กรณีกิจกรรมวัดพระธรรมกาย ที่จะมีขึ้นในวันวิสาขบูชา ซึ่งจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และกำลังจากหน่วยงานอื่น ๆ อาทิ ตชด. สันติบาล คาดว่าใช้กำลังประมาณ 900 คนต่อวันสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันรักษาความปลอดภัย โดยประเมินว่าจะมีผู้มาร่วมกิจกรรมของวัดราว 50,000-100,000 คน แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ด้านพล.ต.ท.อนันต์กล่าวว่า ทุกประตูจะมีการตรวจค้นอาวุธ และติดตั้งเครื่องตรวจระเบิดตรวจสอบทุกคน ที่จะผ่านเข้าออกนอกวัดพระธรรมกาย โดยจะใช้เจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายร่วมตรวจสอบ ส่วนแผนปฏิบัติการนั้นขณะนี้ได้กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะให้เกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด และจะไม่มีการเลือกปฏิบัติ โดยเดิมเปิดให้เข้าออก 4 ประตูก็จะเปิดแค่ 2 ประตู

วัดฉาวเตรียมอาวุธพร้อมรับมือ

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากตำรวจสันติบาลว่า จากการตรวจสอบด้านการข่าวขณะนี้คาดว่า จะมีผู้เดินทางมาร่วมชุมนุมในกิจกรรมของวัดพระธรรมกายราว 100,000-150,000 คนขึ้นไป โดยจะมีการเกณฑ์พระภิกษุสามเณรราว 30,000-50,000 รูป นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีการระดมกำลังและอาวุธส่วนหนึ่งซุกซ่อนไว้ในวัด เพราะมีการหวั่นเกรงกันว่าฝ่ายที่ต้องการสึกนายไชยบูลย์ ตามลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราชจะเดินทางมาที่วัด และอาจจะเกิดการปะทะกัน

พระสมชาย ฐานวุฑโฒ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่พุทธศาสนาวัดพระธรรมกายกล่าวว่า ในงานวันวิสาขบูชานั้นทางวัดไดั้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเลิกเข้มงวด หรือกีดกันสื่อมวลชนไม่ให้เข้ามาทำข่าวในวัด ตรงกันข้ามทางวัดจะให้เสรีภาพและอิสระทุกอย่าง หากสื่อมวลชนประสงค์ที่จะเข้ามาทำข่าว ส่วนเสียงเรียกร้องที่จะให้นายไชยบูลย์ สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเสียสละ ด้วยการสึกออกไประหว่างที่มีการดำเนินการตามกระบวน การนิคหกรรม เพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ ที่คาดว่าจะบานปลายออกไปนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่สามารถตอบแทนได้ แต่อยากให้ทุกคนยึดถือกระบวนการสงฆ์และรอให้ทุกอย่างปรากฏชัดออกมาก่อน

"อาตมาเชื่อว่าปัญหานี้จะยุติไม่บานปลายได้หากว่าทุกคนเคารพกติกา เลิกวิพากษ์วิจารณ์และปล่อยให้กระบวนการสงฆ์ดำเนินการต่อไปจนกว่าผลจะออกมา หากทุกคนเคารพกติกาแล้วก็ไม่น่าจะเกิดการเผชิญหน้าแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ทางวัดก็สั่งลูกศิษย์ที่จะมาปฏิบัติธรรมแล้วว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าโต้ตอบเด็ดขาด"

การสื่อสารสั่งตรวจใบปลิว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พระนครศรีอยุธยาว่าที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง ได้รับคำสั่งจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยให้ตรวจสอบการส่งเอกสาร ใบปลิวที่โจมตีสถาบันหรือสร้างกระแส ปรากฏว่าได้พบการกระทำที่ทำการไปรษณีย์โรจนะ ได้มีชายสองคนรูปร่างสูง ผิวพรรณดี ใส่เสื้อแขนยาว ผูกเนกไท เดินถือถุงพลาสติกขนาดใหญ่ แบบที่ใช้ใส่ขยะภายในมีเอกสารเต็มถุงโดยบอกว่าปิดแสตมป์ไว้หมดแล้ว จากนั้นวางไว้และเดินทางออกไปทันที พฤติกรรมดังกล่าวตรงกับที่ทำการไปรษณีย์อีก 2-3 แห่งที่ได้รับรายงาน และเมื่อแกะถุงพบเอกสารกว่า 2 พันฉบับ ส่งไปถึงวัด ต่าง ๆ ในภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง จึงมีการเปิดใบปลิวพบข้อความเกี่ยวกับธรรมกาย และส่อไปในทางจาบจ้วงเบื้องสูง จึงมอบให้การสื่อสารแห่งประเทศเพื่อให้ตำรวจสันติบาลดำเนินการต่อไป

รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้ได้ตัวแก๊งนรกทำใบปลิวโจมตีสถาบันและสมเด็จพระสังฆราชแล้ว โดยทีมงานสอบสวนได้รายงานต่อพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ มท.1 ทราบเป็นระยะ ๆ และได้มีคำสั่งให้เร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าว

ทางด้านนายวิเชียร ชุ่มช่วย ศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งไปยังศึกษาธิการอำเภอทุกแห่งทำประชาสัมพันธ์ให้ครูและนักเรียน ข้าราชการ ประชาชนทำบุญเวียนเทียนใกล้บ้านในวันวิสาขบูชา ส่วนพระภิกษุวัดต่าง ๆ อาทิ พระครูเสนาคณานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอเสนา ได้มีการประชุมพระสังฆาธิการ ไม่ให้ไปวุ่นวายกับวัดพระธรรมกาย และเจ้าอาวาสวัดต่าง ๆ ยืนยันจะไม่ส่งพระเณรไปร่วม ส่วนพล.ต.ต.พจนารถ เศวตาศัย ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา สั่งกำลังหน่วยปราบปรามจากทุกสภ.ในพื้นที่ให้เตรียม พร้อมนำกำลังไปสนับสนุนการรักษาความสงบที่วัดพระธรรมกายด้วย

ตั้งคณะทำงานธรรมกาย

นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการศึกษาปัญหาและปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์ที่มีนายสุรัฐ ศิลปอนันต์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานว่า การที่ตัดหน้าที่ในการแก้ปัญหาวัดพระธรรมกายออกไปเนื่องจากมีการปรึกษากัน และอยากให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวเป็นชุดที่จะปรับปรุงโครงสร้างพ.ร.บ.สงฆ์ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งต้องใช้เวลามาก และหน้าที่คณะกรรมการนี้ในข้อ 4 ระบุไว้ชัดเจนสามารถตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการหรือคณะกรรมการได้

กรณีธรรมกายเป็นเรื่องร้อน อยากให้ยุติได้ในเวลาอันรวดเร็วก็สามารถตั้งคณะทำงานขึ้นมาได้ ไม่ต้องกำหนดลงในไปในคำสั่ง โดย เท่าที่ทราบจะแบ่งการทำงานเป็น 3 กลุ่ม คือศึกษาพ.ร.บ.คณะสงฆ์, ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา และปัญหาวัดพระธรมกาย และจะมีตัวแทนทั้งคณะกรรมาธิการการศาสนา สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมนัดแรก

นายอาคมกล่าวอีกว่าจะไปกราบนมัสการพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะปทุมธานี หลังจากที่ท่านได้ประชุมอธิกรณ์ไปแล้ว ส่วนข้อเสนอที่ให้ใช้กฎมหาเถรฉบับที่ 21 สึกก่อน ทำได้ หรือใช้กฎมหาเถรฯฉบับที่ 24 ปลดจากเจ้าอาวาสก็ทำได้เช่นกัน โดยการที่นายผ่อง เล่งอี้ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายกล่าวว่าหากมีการสึกทันทีจะเกิดความวุ่นวาย ก็เพราะเป็นศิษย์นับถือกัน ก็คงไม่ยอม

ส่วนปัญหาที่ดินนั้นถึงแม้จะมีการออกมาอ้างว่าที่ไม่โอนเป็นของวัด เพราะต้องรอถามเจตนาของผู้บริจาคนั้น ต้องดูวันที่ 1 มิ.ย.ว่าจะทำอย่างไร และจะส่งแผนการโอนที่ดินให้หรือไม่ แต่กรมการศาสนาแจ้งมาก็คือว่าการที่ไม่โอนที่ดินเพราะถึงโอนก็ยังถูกฟ้องร้องปาราชิกเรื่องที่ดิน จึงไม่โอน

นายมาณพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญกรมการศาสนากล่าวว่าเรื่องที่ดินไม่ใช่ประเด็นหลัก ควรมุ่งไปที่คำสอนที่บิดเบือนให้สึกหรือพักจากการเป็นเจ้าอาวาส

คนนับหมื่นลงชื่อล้างเดียรถีย์

นายทินกร รัตนกุสุมภ์ เลขานุการส่วนพระองค์ในสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า ขณะนี้พระพลานามัยของสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นปกติแล้ว คาดว่าต้นเดือนมิ.ย.นี้จะสามารถเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าเฝ้าได้ และในวันที่ 29 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา ที่วัดบวรนิเวศวิหารจะมีพิธีทางศาสนา มีการเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงเป็นองค์ประธานในพิธีด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพระองค์ทรงติดตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอด ทรงอ่านข่าวจากทั้งหนังสือพิมพ์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ไม่ได้ทรงมีรับสั่งเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดบวรนิเวศฯว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค. มีประชาชนมาร่วมลงนามถวายพระพรกว่า 10,000 คน เจ้าหน้าที่ต้องจัดสมุดลงนามเพิ่มเป็น 40 กว่าเล่ม ผู้ที่มาลงนามมาจากหลายสาขาอาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล นักศึกษา ฯลฯ ซึ่งในจำนวนนี้มีนายพิจิตต รัตตกุล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นำข้าราชการ ระดับสูงและผู้บริหารในสังกัดกทม. รวมทั้งประชาชนจากเขตต่าง ๆ กว่า 50 เขตทั่วกทม. จำนวนกว่า 5,000 คน มาร่วมลงนามถวายพระ พรด้วย

นายพิจิตตกล่าวว่า ขณะนี้คิดว่า ไม่มีเรื่องใดที่จะรบกวนพระทัยสมเด็จพระสังฆราช เท่าปัญหาวัดพระธรรมกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมาให้กำลังพระทัยท่าน

กรีดเลือดขับพระปลอม

วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. นายสอาด เมฆรุ้งนภา พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มชาวพุทธและชมรมศูนย์พระเครื่อง ได้เดินทางมาที่หน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท้องสนามหลวง โดยนายสอาด ได้ใช้ผ้าแดงผูกข้อมือด้านขวา เคียนผ้าแดงที่เอว และกล่าวคำปฏิญาณอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประกอบด้วยองค์อัมรินทร์ พระสยามเทวาธิราช และพระแม่ธรณีฯ มีการนำรูปภาพนายไชยบูลย์ มาวางที่แท่นบูชา จากนั้นนายสอาดได้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดที่ใต้ข้อศอกซ้ายของตนเอง จนเป็นแผลแล้วบีบเลือดให้หยดใส่รูปนายไชยบูลย์ และใช้ข้อศอกที่ชุ่มเลือดถูไปมาบนรูป พร้อมตะโกนสาปแช่งนายไชยบูลย์ว่า อีกไม่นานหน้าของนายไชยบูลย์จะเปื้อนเลือดเช่นนี้

นอกจากนี้ นายสอาดยังประกาศด้วยว่า ตนและพรรคพวกจะเดินทางไปที่วัดพระธรรมกาย เป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ ไปกระตุกหนวดเสือ โดยจะใช้วิธีของชาวพุทธไม่ใช้ความรุนแรง จะไปแบบมือเปล่าไม่พกพาอาวุธใด ๆ จะใช้วิธีที่พระพุทธเจ้าเคยใช้ปราบมาร คือการซักถามปัญหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มของนายสอาดยังได้มีการแจกเอกสารวิธีการดูพระแท้-พระปลอม โดยมีใจความระบุว่า "พระสงฆ์แท้ปกป้องพระไตรปิฎก พระสกปรกปกป้องเดียรถีย์ พระแก่ ๆปกป้องอลัชชี พระสดุดีคือพระธรรมวินัย" นอกจากนี้ ในเอกสารยังมีเนื้อหาพาดพิงถึงนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี และพรรคประชา ธิปัตย์ โดยระบุว่าสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ใช้รูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า มีมารผจญทำร้าย ทำลายสมาธิ พระแม่ธรณีฯได้ขึ้นมาบีบมวยผมจนเกิดน้ำท่วมพัดพาเอาเหล่ามารทั้งหลายจมน้ำตาย

ขณะนี้พระพุทธศาสนากำลังเกิดวิกฤติ ถูกกลุ่มลัทธิธรรมะกลาย ทำลายล้าง สอนผิดเพี้ยนตรงข้ามพระไตรปิฎก ทำให้พระสงฆ์และประชาชนหลงเชื่อ เกิดการแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย ถือเป็นอนันตริยกรรม หากนายชวนออกมาปกป้องพระพุทธศาสนา พระธรรมวินัย พระไตร ปิฎก และสมเด็จพระสังฆราช พรรคประชาธิปัตย์ก็จะเจริญรุ่งเรืองต่อไป แต่หากปล่อยให้ลูกพรรคออกมาปกป้องลัทธิดังกล่าว พระแม่ธรณีฯก็จะโศกเศร้าเสียใจหลั่งน้ำตาจนท่วมพรรคประชา ธิปัตย์ให้ล่มสลายหมดสิ้น

ส่งคนขู่พระพยอมอีก

ทางด้านพระพิศาลธรรมพาที หรือพระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว เปิด เผยว่าเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ค. ตอนเวลา 22.00 น. มีผู้ชาย 2 คนมาที่วัด อ้างว่าจะมาปฏิบัติธรรม แต่กลับยืนสูบบุหรี่ หน้าตาก็ไม่คุ้น ผิดสังเกตมาก จึงไล่ออกไปเลย โดยทั้งคู่เอารถมาจอดซุ่มและเดินเข้าทางช่องทางเล็ก

พระพยอมยังกล่าวอีกว่าขณะนี้ได้มีศิษย์ที่เคยบริจาคที่ดินที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ให้ธรรมกาย 32 ไร่ ก็ขอคืนและมาบริจาคให้มูลนิธิวัดสวนแก้ว หลังจากได้ติดตามข่าวที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดสวนแก้ว พล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์แก้ว ผบช.ภ.1 พล.ต.ต. วิฑูรย์ ศิริพากษ์ ผช.ผบ.ภ.1 พล.ต.ต.จุมพล มั่นหมาย ผช.ผบ.ภ. 1 และพ.ต.อ.ลัทธสัญญา เพียรสมภาร ผกก.อ.บางใหญ่ ได้เข้านมัสการพระพยอม หลังจากเกิดเรื่องกรณีนางสุภาพ เยือกเย็น พกอาวุธปืนและกระสุนปืนจำนวนมากเข้ามาภายในวัด เมื่อคืนวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่พบ พล.ต.ท.อนันต์จึงเดินตรวจดูบริเวณรอบวัด พร้อมกับหารือเกี่ยวกับการรักษาความปลอด ภัยกับคณะผู้ติดตาม ซึ่งในวันวิสาขบูชาจะมีประชาชนมาร่วมกันเวียนเทียนที่วัดสวนแก้วกันมาก หวั่นว่าอาจเกิดเหตุร้ายแรงได้

พล.ต.ท.อนันต์กล่าวว่าได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ลัทธสัญญา จัดวางกำลังตำรวจทั้งในเครื่อง แบบและนอกเครื่องแบบเต็มอัตรา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในวันวิสาขบูชา ซึ่งทาง ผกก. สภ.อ.บางใหญ่ ได้จัดเตรียมกำลังไว้พร้อมแล้ว และยังได้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ อปพร. และอาสาสมัคร ตำรวจชุมชน นอกจากนี้จะได้สั่งให้ทาง วัดพระธรรมกายงดการจัดงานในวันวิสาขบูชา เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายแรง แต่ไม่ขอยืนยันว่าทางวัดพระธรรมกายจะยินยอมปฏิบัติตามด้วยหรือไม่ เพราะวันดังกล่าวเป็นวันสำคัญทางศาสนา

ขน 600 คนคุมสนามหลวง

ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 18.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ. พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รองผบ.ตร.ได้มีหนังสือคำสั่งมาถึงพล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ผบช.น.เรื่องให้จับตาเฝ้าดูความเคลื่อนไหวกรณีวัดพระธรรมกายอย่างใกล้ชิด ทั้งฝ่ายที่ให้การสนับสนุนวัดและฝ่ายต่อต้านวัด โดยให้ทางบชน. ประสานงานกับทางบชภ.1 ในด้านการข่าวและความเคลื่อนไหวต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมการรักษาความสงบเรียบร้อยหากเกิดเหตุรุนแรง พร้อมทั้งให้เร่งสืบหาความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนรับจ้างที่อาจจะมาก่อคดีในช่วงนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.วรรณรัตน์ได้สั่งการให้บก.น.1 และบก.สปพ. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยละ 300 นาย มาคอยอำนวยความสะดวกและรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ที่สนับสนุนวัดพระธรรมกายจะฉวยโอกาสเดินทางมาชุมนุมในงานสัปดาห์พุทธศาสนา อย่างไรก็ตามหากว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นจริง ได้มีการสั่งการให้พล.ต.ต. ดำรงศักดิ์ นิลคูหา ผู้ช่วยผบช.น.ฝ่ายปราบปรามเข้ามาควบคุมดูแลสั่งการอย่างใกล้ชิดด้วย

ลือ "เสฐียรพงษ์" เจ็บสาหัส

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีกระแสข่าวว่านายเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีวัดพระธรรมกายอย่างรุนแรงถูกทำาร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หมู่บ้านเมืองทองธานี 3 อ.ปากเกร็ด นนทบุรี หลังจากได้ทราบข่าวผู้สื่อข่าวจำนวนมากได้ไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุและสอบถามคนในละแวกนั้น ปรากฏว่าไม่มีใครทราบเรื่องหรือเห็นเหตุการณ์แต่อย่างใด นอกจากนี้จากการสอบถามไปยังพ.ต.ท.ประเวศน์ มูลประมุข รองผกก.สส.สภ.อ. ปากเกร็ด ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามสถานพยาบาลและโรงพยาบาลต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีสถานพยาบาลใดทราบเรื่องหรือรับผู้บาดเจ็บ ที่มีอาการอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด