Make your own free website on Tripod.com

ทหารตบเท้า เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช บิ๊กกองทัพ ระบุทุกคนสนับนุน ลายพระหัตถ ์จัดการพระปลอม"ไชยบูลย์" เผยกองทัพตามมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ไม่มีหน้าที่โดยตรง ควรจัดการไปนานแล้ว ปล่อยไว้อนาคตวุ่นวาย กรมการศาสนา ชี้ฟ้องนิคหกรรมต้องมีชื่อ "พระเผด็จ ทัตตชีโว" รวมด้วย ฐานสมรู้ร่วมคิด วัดฉาวยังไม่สิ้นเล่ห ์เจรจาโอนที่ดิน ล่าสุดยืดเวลาออกไปอีก อ้างทั้งหมดไม่เกิน 30 พ.ค. ลูกแม่ถ้วนมาแปลกส่ง "วิษณุ เครืองาม" เข้าร่วมประชุมมหาเถรฯ ชี้เป็นผู้ชำนาญ ด้านกฎหมายสงฆ์น่าจะเป็นประโยชน ์และแสดงเจตนารมณ์ ของกฎหมาย ได้ดีกว่าเพื่อน สาวกธรรมกายบุกกองปราบฯ แจ้งดำเนินคดีพระ "พยอม" ตั้งข้อกล่าวหา หนักจาบจ้วง สมเด็จพระสังฆราช แถมปลุกระดม ให้สังคมแตกแยกต่างหาก

ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พ.ค. นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษา ธิการ เปิดเผย ภายหลัง เรียกนายสำรวย สารัตถ์ ผอ.สำนัก งานเลขาธิการมหาเถรสมาคม เข้าพบว่า นายสำรวย ได้รายงานว่า ตามที่ให้ประสานงาน กับพระผู้ใหญ่หลายคน เพื่อระดมแนวทาง การแก้ไขปัญหา วัดพระธรรมกาย อาทิพระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) พระพิศาลธรรมพาที พระมหาบุญถึง ชุตินธโร ในวันที่ 19 พ.ค.นั้น ปรากฏว่า ไม่มีพระรูปใดว่างเลยยกเว้นเพียงพระธรรมโกศาจารย์เท่านั้น จึงเปลี่ยนใจ คิดจะไปกราบนมัสการ ด้วยตนเองที่วัดแทน

ฟ้องนิคหกรรม "ทัตตชีโว" ด้วย

นอกจากนี้ นายสำรวย ยังได้รายงานใน เรื่องของการโอนที่ดินเป็นชื่อวัด ซึ่งขณะนี้มีความยุ่งยากมากมาย จนถึงปัจจุบันนี้ วัดไม่ควรถ่วงเวลาในการโอน เพราะจะไม่เป็นผลดีเลย ซึ่งก็ได้กำชับ กรมการศาสนาแล้วว่า ให้เป็นฝ่ายรุกบ้าง กำหนดระยะเวลามาเลยว่า จะต้องโอนให้เสร็จ ภายในกี่วัน และให้วัดลงนาม รับทราบไว้ด้วย จะได้ไม่บิดพลิ้วอีก นอกจากนี้ในการประชุมรัฐมนตรี ของพรรคประชาธิปัตย ์เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมานายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามสถานการณ์ล่าสุดเรื่องวัดพระธรรมกาย โดยได้แสดงความห่วงใยว่า ทำไมเรื่องการโอนที่ดิน จากชื่อนายไชยบูลย์มาเป็นชื่อวัดถึงยังมีปัญหามาก ซึ่งก็ได้รายงาน เหตุการณ์ทั้งหมดให้ทราบแล้ว

นายมานพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญกรมการศาสนา ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการ ดำเนินการด้านพระธรรมวินัย กล่าวว่า คณะอนุกรรมการ จะรวบรวมหลักฐานเพื่อกล่าวโทษนายไชยบูลย์ สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย และนำเสนอต่อ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการตามกฎนิคหกรรม การฟ้องร้องครั้งนี้ จะมีการพ่วงเอาพระเผด็จ ทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสฯ เข้าไปด้วยเนื่องจากเป็นกลุ่มเดียวกัน มีส่วนรู้เห็นด้วย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีผู้กล่าวโทษร้องทุกข์จำนวนมากซึ่งรวบรวมได้แล้วประมาณ 10 เรื่อง ก็จะสอบถามไป ยังหน่วยงานที่รับผิด ชอบต่าง ๆ เช่นเจ้าคณะภาค 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ รวมไปถึงองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก เพื่อเก็บรายละเอียด ให้มากที่สุด

บุกธรรมกายทวงโฉนดไร้ผล

ต่อมาเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดพระธรรมกายว่า นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมคณะ ได้เดินทางมา ยังวัดพระธรรมกาย เพื่อดำเนินการในเรื่องโฉนดที่ดิน 139 ไร่ ที่ได้มอบให ้กรมการศาสนา ดำเนินการโอนที่ดินเป็นชื่อวัด แต่ไม่ได้แนบเอกสาร มอบอำนาจ และบัญชีแสดงรายรับ จ่ายของวัดมาด้วย ทำให้ต้องมาติดต่อให้มีหนังสือมอบอำนาจออกมา 2 ชุด นอกจากนี้แล้วยังจะทวงถาม ถึงเรื่องโฉนดที่ดิน ที่เหลืออยู่อีกกว่า 1,600 ไร่ ซึ่งยังไม่ได้มอบให้กรมการศาสนาตามที่มีหนังสือแสดงเจตนาไว้

รายงานระบุว่า ผู้เข้าร่วมหารือครั้งนี้ประกอบด้วย นายพิภพ นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายประทีป หงษ์โสภา ศึกษาธิการจังหวัด นายสมศักดิ์ เอี่ยมไชยสงค์ ผอ.ฝ่ายทะเบียนกรมที่ดิน นายกำธร กังแฮ เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน โดยในส่วนของวัดพระ ธรรมกายนั้น ประกอบด้วยพระเผด็จ ทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นายผ่อง เล่งอี้ อดีตอธิบดีกรมป่าไม ้และที่ปรึกษา มูลนิธิธรรมกาย นายวีรศักดิ์ ฮาดดา นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสให้การต้อนรับ โดยห้ามไม่ให ้สื่อมวลชน ทุกแขนงเข้าทำข่าว

การหารือครั้งนี้ ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง สาระส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยกันในกรอบกว้าง ๆในเรื่องของการโอนโฉนดที่ดินเป็นชื่อวัด โดยจะสำรวจ ความพร้อม เป็นโซน ๆ ในแต่ละจังหวัด แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องมีการปรึกษา เจ้าของที่ดินเดิม ก่อนว่าจะยินยอม โอนที่ดินให้แก่วัดหรือไม่ อย่างไรก็ตามหลัง การประชุมหารือเสร็จสิ้น นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนาได้เดินทางออกจากวัดทันที ไม่ยอมให ้สัมภาษณ์ใด ๆ แก่สื่อมวลชน

นายประทีป หงษ์โสภา ศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วยกล่าวว่า มาสังเกตการณ ์ตามอำนาจหน้าที่ ศึกษาธิการจังหวัด ที่จะต้องดูแลในส่วนของที่ดินที่เป็นของวัด แต่ปัญหาที่ดิน วัดพระธรรมกายนี้ ยังไม่ได้รับแจ้ง จากนายพิภพ ให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น คาดว่ากรมการศาสนา จะเป็นผู้ดำเนินการ เองโดยตรง

สาวกยกพลบุกทำเนียบฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00 น. ได้มีกลุ่มผู้อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาจำนวนประมาณ 300 คน เดินทางไปชุมนุมกัน ด้านหน้าเพื่อยื่นหนังสือ และมอบดอกไม้ให้กับนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ขอให้ดำเนินการ แก้ปัญหา กรณีวัดพระธรรมกาย ตามมติมหาเถรสมาคม โดยมีนายนิพนธ์ บุญญภัทโร รองเลขาธิกา รนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมารับแทน กลุ่มผู้ชุมนุมได้ถือป้ายผ้าสีเหลือง ขนาดใหญ่มีข้อความว่า "เคารพกติกา มหาเถรสมาคม อย่าสร้างอารมณ์ประชาชนให้เกลียดชัง หยุดตั้งศาลเตี้ย หยุดอ้างมติมหาเถรสมาคม หยุดอ้างประชาชน จากกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนา"

นายปรียงค์ อาภรณ์สุวรรณ เป็นผู้มอบหนังสือให้นายนิพนธ์ พร้อมกล่าวว่า ที่มาวันนี้ เพราะเป็นห่วงสถานการณ์ หากเรื่อง วัดพระธรรมกาย บานปลายเกรงว่า จะเกิดความแตกแยก ไม่ว่าจะเป็นการอ้าง ชาวพุทธสร้างกระแส ปลุกเร้าให้เกิดการ ประท้วงถึงขนาดกรีดเลือด ซึ่งไม่ใช่วิธีการของชาวพุทธ เรื่องนี้น่าจะพูดกันด้วยเหตุผล ซึ่งนายนิพนธ์ได ้กล่าวตอบว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรียึดมั่นในหลักการ และดำเนินการด้วยเหตุผล โดยยึดกติกา ของสังคมอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมา ในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง และสวมสร้อยคอแขวนพระดูดทรัพย์ ของวัดพระธรรมกาย รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ ของสำนักงาน มูลนิธิธรรมกายร่วมเดินทางมาด้วย นอกจากนี้ยังได้มีการถ่ายรูปบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วย

ให้ตำรวจซิวหัวหน้ารปภ.วัดฉาว

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ จ.ส.อ.เทียนชัย ชะตารัตน์ หัวหน้าชุด รปภ.วัดพระธรรมกาย แอบอ้างว่า เป็นทหารประจำการ ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้นว่า เขาไม่ได้เป็นทหารแล้ว การมาแอบอ้าง เป็นคนของกองทัพ ก็เป็นเรื่องท ี่ทางตำรวจต้องจัดการ ที่ผ่านมาก็มีหลายคนอ้างตัวเป็นร้อยเอก พันตรี ไปทำเรื่องไม่ด ีให้กองทัพเสื่อมเสีย อย่างไรก็ตาม กรณีวัดพระธรรมกายนั้น ยังไม่ถึงขั้นที่ทหารต้องลงไปดูแล เป็นเรื่องของศาสนา คิดว่าสิ่งที่ทางฝ่ายศาสนาดำเนินการไปแล้วก็เป็นสิ่งสมควร ขณะนี้ยังเป็นเรื่อง ตัวบุคคลยังไม่ถึงขั้น กระทบความมั่นคง อาจจะมีความเชื่อที่แตกต่างกันแต่ก็ขออย่าแบ่งเป็นฝ่ายเผชิญหน้ากัน จะได้ไม่เกิดแตก ความสามัคค ีในชาติบ้านเมือง ส่วนที่มีการเสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าไปดูแลนั้น คงพูดอะไรไม่ได้ เพราะไม่ได ้ทำงานในสมช.

พล.อ.อู๊ด เบื้องบน ผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้รับหนังสือ ขอให้ตรวจสอบ จากทางกองทัพบก แต่เมื่อมีเรื่องเช่นน ี้ก็ต้องตรวจสอบทันทีว่าอยู่ในสังกัด อผศ.หรือไม่ และต้องดูว่านักข่าว ที่ถูกขู่จะเอาเรื่องหรือไม่ด้วย และจะได้ดำเนินการ ไปตามรูปคดี แต่การลงโทษของอผศ.นั้นผิดกับทางกองทัพ จะมีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้น ปลดออก ไล่ออก โดยจะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้น มาสอบสวนทางวินัย แต่คิดว่าความผิดนี้ คงไม่ถึงกับขั้นไล่ออก อย่างไรก็ดี การจะสั่งการ ไม่ให้เข้าไปยุ่งกับ วัดพระธรรมกายนั้น คงทำไม่ได้ หากว่า จ.ส.อ.เทียนชัยไปวัดในวันหยุดราชการ

พล.ท.ทวีป สุวรรณสิงห์ แม่ทัพภาค 1 กล่าวว่า การแอบอ้างกองทัพ และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น กองทัพคงทำอะไรไม่ได้ และที่ผ่านมา ก็มีการแอบอ้างกันบ่อย แต่โดยส่วนตัวแล้ว น่าจะมีมาตรการ ขั้นเด็ดขาดออกมาจัดการ กับบุคคลเหล่านี้

เกณฑ์พระหมื่นรูปก่อม็อบวืด..!!

มีรายงานข่าว จากกรมการศาสนาเปิดเผยว่า พระครูสุวรรณวชิรธรรม เจ้าอาวาสวัดสกุณปักษี อ.เมืองสุพรรณบุรี และประธาน โรงเรียนพระปริยัติกลุ่ม 5 ได้จัดให้มีการประชุม สัมมนาคณะครูอาจารย ์และนักเรียน โรงเรียนพระปริยัติ แผนกสามัญศึกษา ทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 10,000 รูป ที่พุทธมณฑลในวันที่ 20 พ.ค. 2542 โดยในกำหนดการนั้น จะมีการบรรยายพิเศษเรื่อง พระพุทธศาสนา กับสื่อมวลชน และการปกป้องพุทธศาสนา จากวิกฤติการณ์ปัจจุบัน โดยมีพระระดับพระครูจาก 4 ภาคมาเป็นผู้บรรยาย

ในกำหนดเดียวกันนี้ ในเวลา 16.00 น. หลังจากการสัมมนาเสร็จสิ้น กลุ่มผู้ร่วมสัมมนา ทั้งหมดจะเดินทาง ไปพบนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเสนอความคิดเห็น และมีกำหนด ที่จะถวายสักการะ แด่กรรมการมหาเถรฯ ด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่า ในกำหนดการนั้น ระบุว่า ค่ายานพาหนะ ที่จะร่วมเดินทางมาสัมมนานั้น ให้เบิกจ่ายจากประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมกลุ่ม 5 ด้วย ซึ่งเป็นวิธีการคล้าย ๆ กับที่วัดพระธรรมกายกระทำเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่มีการเกณฑ์ญาติโยม และพระภิกษุ-สามเณรมาร่วมงาน โดยทางวัด เป็นผู้จ่ายค่ายานพาหนะให้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม กรมการศาสนาได้มีคำสั่งด่วนให้ระงับโครงการสัมมนาครั้งนี้ เนื่องจากในวันที่ 20 พ.ค. นั้นจะเป็นวันที่ ครบกำหนด ตามมติคณะรัฐมนตรีให้เร่ง ดำเนินการรวบรวมข้อมูลหลัก ฐานในการยื่นฟ้องนิคหกรรม นายไชยบูลย์ สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กรมการศาสนาเกรงว่า การสัมมนา และการเดินทาง เข้าพบนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ อาจจะหวังผลในการกดดัน และแสดงพลัง เพื่อเบี่ยงเบน การฟ้องวัดพระธรรมกาย

แจงสถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะสม

นายบุรี แก้วเล็ก ผู้อำนวยการกอง ศาสนศึกษา กรมการศาสนากล่าวว่า ทางกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม กลุ่มที่ 5 ได้ขออนุญาต ใช้พุทธมณฑลจริง แต่เห็นว่า อาจเป็นการไม่เหมาะสม เพราะขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างช่วงเริ่มเปิดเทอม จึงเห็นว่าเป็นการ ไม่ปลอดภัยที่จะนำ นักเรียนออกนอกสถานท ี่พร้อมกันเป็นหมื่นคนเช่นนั้น จึงอาศัยอำนาจตามระเบียบ กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งผอ.กองศาสนศึกษา ทำหน้าที่ดูแลอยู่ สั่งระงับการจัดงานดังกล่าวไว้ก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งอาจถูกมองว่าการ จัดงานดังกล่าว จะมีผลกระทบกับการ ดำเนินการกรณีปัญหาวัดพระธรรมกาย ดังนั้นก็ควรรอให ้มหาเถรสมาคมแก้ปัญหาวัดพระธรรมกายให้เสร็จสิ้นก่อน

พระครูสุวรรณวชิรธรรมกล่าวว่า การจัดประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการศึกษาของสงฆ์ และข่าวเกี่ยวกับ องค์กรสงฆ์ โดยเฉพาะการที่นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก ออกมาแสดงความคิดเห็น ให้สมเด็จพระสังฆราช ลาออกจากการเป็นประธาน มหาเถรสมาคมนั้น ทำให้เกิด ความสะเทือนใจ แก่ประชา ชนและพระสงฆ์ทั่วประเทศ เพราะไม่เคยมีเรื่องลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตาม หากการประชุมดังกล่าวถูกสั่งระงับไป ก็ไม่ได้หมายความจะยกเลิกไปเลย แต่คงต้องมีการ พิจารณาต่อไปว่า จะจัดขึ้นใหม่เมื่อใด

ทหารตบเท้าหนุนสังฆราช

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันเดียวกันนี้ ยังได้มีคณะนายทหารเป็นจำนวนมาก มาร่วมลงชื่อในสมุดเยี่ยม พระอาการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งประกอบด้วย นายทหารจากกรมการรักษาดินแดน ภายใต้การนำของพล.ต.หาญ เพทาย เจ้ากรมรักษาดินแดน พล.อ.ปรีชา โรจนเสน อดีตรองผู้บัญชาการ ทหารสูงสุดด้วย ซึ่งในส่วนของพล.อ. ปรีชาได้ระบุในสมุดเยี่ยมว่า ขอยืนยันต่อฝ่าพระบาทว่าลายพระหัตถ์ต่าง ๆ ที่ทรงประทานมานั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามพระไตรปิฎกและพระธรรมวินัย กับถูกต้องและเหมาะสมด้วยกาล เทศะ หากผู้มีอำนาจทางฝ่าย ฆราวาสตอบรับ ลายพระหัตถ์ฉบับต่างๆโดยไม่เห็นแก่หน้าพรรคพวกแล้ว เหตุการณ์นี้ คงจบลุล่วงเรียบร้อยไปนานแล้ว หากปล่อยไว้ จะยิ่งเกิดปัญหา ที่ยากแก่การแก้ไขมากขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย ยังได้มีนายทหารจากทุกเหล่าทัพคือ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการทหารสูงสุด จำนวนกว่าหลายพันนาย ตบเท้ามาร่วมลงชื่อด้วย จากการสอบถาม เหล่านายทหารทราบว่า ในส่วนของกองทัพ ได้ติดตามกรณีปัญหาวัดพระธรรมกาย อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แต่เนื่องจาก เป็นข้าราชการ จึงต้องวางตัวเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม การเดินทางมาของบรรดานายทหารในวันน ี้นอกจาก เพื่อถวายพระพรแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจสมเด็จพระสังฆราช สนับสนุน ลายพระหัตถ์ของพระองค์ด้วย

ลายพระหัตถ์ปราบมารถูกต้องแล้ว

พล.อ.ปรีชา โรจนเสน อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวภายหลังการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชว่า ในหมู่ทหารเอง ก็มีการพูดกัน ถึงปัญหาวัดพระธรรมกาย ในกองทัพนั้น คงมีอยู่จำนวนไม่เท่าไหร ่ที่เข้าร่วมกิจกรรม กับวัดพระธรรมกาย ซึ่งทางกองทัพ ได้มีการตรวจสอบ การเคลื่อนไหวของวัดนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2524 แต่ต้องเข้าใจว่าทหารไม่สามารถเข้ามาดำเนินการได้ทุกเรื่อง ถ้ารัฐบาล มีคำสั่งออกมาให้ กองทัพ เข้าไปดำเนินการแล้วเชื่อว่ากองทัพพร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการ

"ผมยังไม่เคยเห็น รัฐบาลชุดใดลงมาแก้ไขปัญหาพุทธศาสนานี้อย่างจริงจัง ทั้งที่มีปัญหามานานแล้ว ตั้งแต่ช่วงแรก พระทะเลาะกับชาวบ้าน ทั้งยังห้ามชาวบ้าน ที่ไม่รู้จักเข้าไปในวัด ผมว่ามันแปลกตั้งแต่เริ่มแรก รู้สึกห่วงใย พระพุทธศาสนาจะเกิดความแตกแยกในหมู่คณะ ซึ่งไม่เป็นผลดี ต่อประเทศชาติเลย"

พล.อ.ปรีชา กล่าวต่อไปว่า ลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราชที่มีออกมาทั้ง 6 ฉบับเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แสดงให้เห็นถึง น้ำพระทัยที่เด็ดเดี่ยวที่จะปกป้อง และบำรุงศาสนา ให้ถูกต้องตามพระไตรปิฎก และพระธรรมวินัย อีกทั้งช่วงเวลา ที่มีลายพระหัตถ์ออกมานั้น ก็ถูกต้องเหมาะสม ลายพระหัตถ์นั้น เป็นคำแนะนำ ในการปฏิบัติ ถ้าหากเป็นทหารก็ถือว่าได้รับมอบนโยบาย ต้องปฏิบัติตามโดยทันที

ต่อมาเมื่อเวลา 10.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนธ์ บุญญภัทโร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตร ีได้เดินทางมาเข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราชที่คณะเหลืองรังสี โดยกราบทูลว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้เป็นผู้นำดอกไม้มาเข้าเฝ้าเยี่ยมพระอาการ เนื่องจากมีความเป็นห่วง ในพระอาการประชวร อย่างไรก็ดีภายหลัง การเข้าเฝ้านายนิพนธ์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดกัน ถึงปัญหา วัดพระธรรมกายแต่อย่างใด โดยส่วนตัว เชื่อว่าปัญหานี้ฝ่ายสงฆ์คงจะสามารถแก้ไขได้

วัดฉาวไม่น่าไว้ใจ 20 ปีมาแล้ว

พล.ต.หาญ เพทาย เจ้ากรมการรักษาดินแดนกล่าวว่า ทหารในสังกัดกรมการรักษาดินแดนจำนวนกว่า 1 พันคนจะทยอย เดินทางมาลงนาม ถวายพระพรแด่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้พระองค ์ทรงดำเนินการ แก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในพระพุทธศาสนาให้สำเร็จลุล่วงไป โดยส่วนตัว ไม่เคยติดตามปัญหา วัดพระธรรมกาย แต่ทราบว่าพระองค์ ทรงมีลายพระหัตถ์ออกมาแล้ว จึงเห็นด้วยกับ คณะบุคคลต่างๆที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องพุทธศาสนา

พล.ท.ชูชาติ หิรัญรักษ์ อดีตผู้บัญชาการ วิทยาลัยเสนาธิการ ทหารกล่าว หลังจากที่นำคณะเข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราชว่า การที่พระองค ์ทรงมีลายพระหัตถ ์ต่อกรณีปัญหา วัดพระธรรมกายนั้น ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะจากการที่ได้ติดตาม ข่าวสารด้านพุทธศาสนา ตั้งแต่ปัญหาอดีตพระยันตระพระองค ์ก็ทรงกระทำเช่นนี้ เท่ากับเป็นการชี้ทางออกให้ โดยส่วนตัวทราบปัญหา ของวัดนี้มาราว 20 ปีแล้วเพราะเห็นว่า ไม่เป็นไปตามครรลอง แต่เป็นเพราะชาวพุทธไม่ค่อยรู้เรื่องศาสนาดีพอ ดังนั้น การที่ผู้มีความรู้ ออกมาให้คำแนะนำ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ตอนนี้คงต้องรอ เพียงหลักฐานเท่านั้น เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ก็มีบางคนไม่เข้าใจเรื่องนี้

พล.ต.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ เลขานุการกองทัพบก ได้ชี้แจงถึงกรณีที่ทหารมาร่วมลงนามถวายพระพร ทางสำนักงาน เลขานุการกองทัพบก ได้มีหนังสือเวียน ให้กำลังพลทั้งหมด ไปให้กำลังใจ สมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงพระประชวร ทุกอย่างกระทำไป ด้วยความปรารถนาดี หากกองทัพไม่ทำ ก็จะถูกถามว่า นับถือศาสนาอะไร

ต่อข้อถามที่ว่า ไม่กลัวว่าจะถูกมองว่า เดินทางไปเพราะกรณีวัดพระธรรมกายนั้น เลขานุการกองทัพบกกล่าวว่า ความกลัวที่ไร้เหตุผลนั้น ทำให้เกิดความเสื่อม มันเสื่อมตั้งแต ่ตนเองไปจนถึงกองทัพ เราทำเพราะเราได้รับความรักความเมตตา ถึงใครจะมองอย่างไรก็ช่าง พล.อ.สุรยุทธ ์ทราบเรื่องนี้ดี เรื่องน ี้ใครจะว่าไงก็ช่างทำดีเท่านั้นพอ เมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงพระประชวรก็อยากให้หาย ไม่มีเจตนาอย่างอื่น

เชื่อมั่นธรรมะต้องชนะอธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่า ที่บริเวณหน้าตำหนักเพชร ตั้งแต่ช่วงเช้า ได้มีคณะบุคคลต่างๆ เดินทางมาร่วมลงชื่อ ในสมุดเยี่ยมพระอาการสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งมีทั้งครู-อาจารย์ และนักเรียนจาก โรงเรียนวัดบวรนิเวศกว่า 800 คน

นางราตรี แสงประทีป อาจารย์ 3 ระดับ 8 โรงเรียนวัดบวรนิเวศ กล่าวว่า นักเรียนที่รวมพลัง มากันในวันนี้ มาโดยสมัครใจไม่มีใครบังคับ ทุกคนต่างสำนึก ในพระเมตตากรุณาของสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ทรง เป็นองค์อุปถัมภ์ของโรงเรียน การมาร่วมลงชื่อวันน ี้แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แต่ทุกคนก็เต็มใจทำ

นายคม คงแก้ว นักเรียนชั้น ม.5/6 โรงเรียนวัดบวรนิเวศ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของนักเรียนชั้น ม.ปลาย พวกเราขอเทิดทูน กตัญญูต่อพระองค์อันเป็นที่รักยิ่ง ขณะนี้มีปัญหา วัดพระธรรมกาย ยิ่งทำให้พระองค์ ทรงไม่สบายพระทัย แต่สิ่งเลวร้ายคงจะจบลงในเร็ววันนี้ เพราะธรรมะ ย่อมชนะอธรรม ความดีย่อมชนะความชั่ว เราทุกคนขอเป็นกำลังใจให้พระองค์หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว และสถิตเป็นมิ่งขวัญ ของพวกเราต่อไป

ต่อมาในช่วงบ่าย บรรดาศิษย์ใกล้ชิดสมเด็จพระสังฆราช หรือที่เรียกว่า "ศิษย์ห้องกระจก" กว่า 60 คน นำโดย ม.ล.จิตติ นพวงศ์ ได้เดินทางมาร่วมลงชื่อ ที่บริเวณหน้าตำหนักเพชรด้วย ซึ่งม.ล.จิตติเปิดเผยว่า นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ได้โทรศัพท์มา เพื่อขอโทษกรณีมีข่าวว่า ได้เสนอให้สมเด็จพระสังฆราช ลาออกจากตำแหน่ง ประธานกรรมการมหาเถรฯ พร้อมทั้งชี้แจงว่า ไม่ใช่เสนอ เป็นแนวคิด ที่พูดกันนอกรอบเท่านั้น

ทั้งนี้ ในส่วนของ ม.ล.จิตติเองได้เขียนข้อความในสมุดลงชื่อว่า "คณะศิษย์ห้องกระจก ยินดีที่สุดในชัยชนะ ที่ทรงได้ ด้วยทรงมีพระกตัญญู กตเวทิตาธรรมต่อพระพุทธศาสนา" โดย ม.ล.จิตติระบุว่า ที่เขียนว่ายินด ีในชัยชนะนั้น เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชเป็นฝ่ายถูกต้อง เป็นฝ่ายธรรม ซึ่งธรรมะย่อมชนะอธรรมอยู่แล้ว

ลุยกองปราบฯแจ้งจับ"พระพยอม"

ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 15.00 น. ได้มีกลุ่มประชาชนประมาณ 200 คน อ้างตัวว่า เป็นกลุ่มตัวแทนชาวพุทธ ทั่วประเทศ เดินถือป้ายประท้วง มีข้อความโจมตีพระพิศาลธรรมพาที หรือพระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว และได้ส่งตัวแทนเข้าพบกับ พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา รอง ผกก.3ป. เพื่อให้ตำรวจ กองปราบปราม ดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีกับพระนักเทศน์ชื่อดังรูปดังกล่าว ที่ได้ออกมาเคลื่อนไหว และโจมตีนายไชยบูลย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทางกลุ่มถือว่า พระพยอมได้มีการ กล่าวจาบจ้วง สมเด็จพระสังฆราช นอกจากนี้ ยังได้มีการ สร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้น ในวงการสงฆ์ จนเกิดความแตกแยกอีกด้วย

นายสากล ตรีเดชสุขแสง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/10 หมู่ 2 ซอยเลิศพัฒนาใต้ แขวงจอมทอง เขตบางขุนเทียน กท. ตัวแทนกลุ่มฯ กล่าวว่า ต้องการให้กองปราบฯ ดำเนินคดีกับพระพยอม เนื่องจากที่ผ่านมา ได้มีการพูดพาดพิง ในลักษณะที่เหมือนกับ เป็นการหมิ่นสมเด็จพระสังฆราช และสร้างความแตกแยก ในหมู่สงฆ์อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ โดยได้มีการ เตรียมหลักฐานเป็นเทป วิดีโอ ข่าวจาก น.ส.พ. ฉบับต่างๆ มามอบให้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว ้เป็นหลักฐานด้วย คิดว่าที่ผ่านมาพระพยอมได้ออก มามีบทบาทชี้นำ ในการคัดค้านมติของมหาเถรสมาคม และสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความเสียหาย ต่อคณะสงฆ์ และพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกด้วย

ฟ้อง"ไชยบูลย์"โกงที่ดินนางสาลี่

เมื่อเวลา 12.00 น. นายประเสริฐ วรรณ ศิริ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 ต.สองพี่ น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยญาติพี่น้องจำนวน 5 คน ซึ่งเดินทางมาจากสุพรรณบุรี ได้เข้าพบพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่วัดมูลจินดาราม โดยได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 20377,20379,20380,20381 และ 20382 รวมทั้ง เอกสาร การโอนซื้อขาย ที่ดินกับวัดพระ ธรรมกาย

นายประเสริฐได้แจ้งกับ เจ้าคณะจังหวัดว่า ที่เดินทางพร้อมญาติพี่น้องครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการให้ ทางเจ้าคณะจังหวัด ได้ดำเนินการกับ วัดพระธรรมกายข้อหาโกงที่ดิน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของพวกตน โดยระบุว่าเมื่อ พ.ศ. 2539 ได้มีนายปรัญชญา ก้อนจันทร์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากทางมูลนิธิธรรมกายในการทำนิติกรรมจัดซื้อที่ดิน ได้มาติดต่อขอซื้อที่ดิน จากนางสาลี่ เพ็ชร์ชูดี อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นแม่ยาย และได้ทำสัญญาซื้อขาย กับนางสาลี่เพียงคนเดียว โดยที่ทางลูก และญาติพี่น้องไม่รับทราบเรื่อง เมื่อลูก ๆ ถามนางสาลี่บอกว่า ได้บริจาคที่ดินให้กับวัดพระธรรมกาย เพียง 1 ไร่ เพื่อทำที่สำหรับจอดรถ และก่อนที่ นางสาลี่จะบริจาคที่ดินให้วัดเคยทำบุญให้วัดพระธรรมกายไปแล้วหลายแสนบาท มาระยะหลัง ได้มีข่าวเรื่องธรรมกายมีปัญหา จึงได้นำเอกสารมาดู จึงพบว่าในสัญญา ได้ระบุว่านางสาล ี่ได้ขายที่ดินทั้งหมด ประมาณ 3 ไร่และได้รับเงินมา 160,000 บาท ทั้งที่นางสาลี่ไม่เคยได้รับเงินมาเลย และในสัญญา ยังระบุด้วยว่า เป็นที่ดินว่างเปล่า ซึ่งที่จริงแล้วที่ดินดังกล่าวมีบ้านซึ่งปลูกมากว่าสิบปีแล้วถึง 4 หลัง

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า นางสาลี่นั้นเป็นคนไม่รู้หนังสือ เมื่อเขาเอาอะไรมาให้เซ็นก็เซ็นหมด โดยที่ตัวเองไม่รู้เรื่อง พอมาตรวจด ูจึงรู้ว่าที่ดินทั้งหมดเป็นของมูลนิธิธรรมกาย จึงได้เดินทางไปที่ วัดพระธรรมกาย และได้พบกับรองเจ้าอาวาส ก็รับปากว่าจะจัดการให้แต่เมื่อถึงเวลาก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงเดินทางมาพบ เจ้าคณะจังหวัดเพื่อขอความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบหลักฐานที่นายประเสริฐนำมากล่าวหาวัดพระธรรมกายโกงที่ดิน พบว่ายังขาด หนังสือมอบอำนาจจากนางสาลี่ ขอให้นำมาให้ครบ ทางเจ้าคณะจังหวัด จะได้เรียกผู้ถูก กล่าวหาคือเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมาสอบ หากทางวัดไม่ยอมรับทางเจ้าคณะจังหวัด ก็ต้องส่งเรื่องไปยังเจ้าคณะภาค เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน หลังจากนั้นนายประเสริฐและญาติจึงเดินทางกลับ และจะนำหลักฐาน ที่ยังไม่ครบ มามอบให้ทางเจ้าคณะจังหวัดในวันที่ 20 พ.ค. 42 นี้

ส่ง"เลขาครม."ประชุมมหาเถรฯ

นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีวัดพระธรรมกายภายหลังประชุม ครม. เสร็จสิ้นว่า ในเรื่องของ การโอนที่ดินนั้นได้ ให้อธิบดีกรมการศาสนาไปประสานกับทางวัดพระธรรมกาย ซึ่งระหว่างการประชุม ครม. นายพิภพ ได้โทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่า ได้เจรจาเรื่องโอนที่ดินแล้วโดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1.ที่ดิน 139 ไร่ซึ่งจะมีการโอน โดยเร็วที่สุด 2.ที่ดิน ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 1,700 ไร่จะโอนให้แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรขึ้นอยู่กับความพร้อม 3.ที่ดินที่เจ้าของเดิม ไม่ยินยอมให้โอนเป็นของวัด ซึ่งในกฎหมายที่ดินนั้นสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องถามเจ้าของเดิม แต่ถ้าไม่โอน ก็ทำได้ มหาเถรฯ เคยมีข้อแนะนำให้พระทั่วประเทศปฏิบัติไว้

นายชวนกล่าวต่อไปว่า ในการประชุมมหาเถรฯในวันที่ 19 พ.ค. นั้นจะให้นายวิษณุ เครืองาม เลขาธิการ คณะรัฐมนตร ีเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อที่ว่าหากมีข้อกำหนดหมายใดมีปัญหาจะได้ชี้แจงให้เข้าใจ และถ้าเป็นไปได้ ก็จะให้กราบทูล สมเด็จพระสังฆราช ทรงเข้าเป็นองค์ประธานการประชุมด้วย ส่วนเรื่องการฟ้องร้องกันไปมานั้น แต่ละฝ่าย ก็มีกรอบปฏิบัติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระวินัย กฎมหาเถรฯ เรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหวที่ต้องใช้เวลาปรับความเข้าใจกันมาก

นายชวนกล่าวด้วยว่า เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่พระมีถืออยู่ทั่วประเทศนั้นเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจ เป็นทั้งเรื่องของศรัทธาวัด และศรัทธาส่วนตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ส่วนเรื่องรถราคาแพงที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่มีไว้ใช้นั้น ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะอาศัยอยู่กับวัดเล็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่เป็นเด็กวัดนั้น พระผู้ใหญ่ก็ไม่เคยมีแบบนี้

เข้าประชุมขอสิทธิ์แสดงความเห็น

นายวิษณุ เครืองาม เลขาธิการ ครม. เปิดเผยว่า การประชุมมหาเถรฯในวันที่ 19 พ.ค. นี้นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้เป็นตัวแทน เข้าร่วมประชุมมหาเถรฯ พร้อมกับอธิบดีกรมการศาสนา โดยจะขออนุญาต จากมหาเถรฯว่า รัฐบาล ส่งไปสังเกตการณ์ อย่างน้อยก็เพื่อถวายข้อมูลบางอย่างต่อที่ประชุมได้ เนื่องจากเป็นผู้ที่ เคยร่วมร่าง พ.ร.บ.สงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 มาก่อน จึงพร้อมที่จะ อธิบายถึงเจตนารมณ์ ของกฎหมายแต่ละมาตรา ซึ่งทางออกของปัญหานี้จะต้องดูข้อเท็จจริงก่อนว่าเกิดจากอะไร เพราะถ้าแก้ไขปัญหา เรื่องที่ดินได้แล้วก็จะมีปัญหาอื่นๆตามมาอีก เพราะต้นตอของปัญหาไม่ใช่เรื่องที่ดิน

อย่างไรก็ตาม คงบอกไม่ได้ว่าการดำเนินการของอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถึงขั้นปาราชิกหรือไม่ เพราะขนาดพระด้วยกัน กล่าวหาพระองค์อื่น ๆ ว่าปาราชิกก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว คงไปกล่าวหาพระไม่ได้ แต่โดยหลักการแล้ว พระมีสิทธิถือครองที่ดินได้และการโอนให้ใครนั้นเป็นสิทธิของพระ แต่หากพระรูปนั้น มรณภาพโดย ไม่มีการทำพินัยกรรมไว้ สมบัติจะตกเป็นของวัดต้องยกให้วัดทั้งหมด

เสนอตัวขอเข้าประชุมมหาเถรฯเอง

รายงานข่าว จากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า ในการประชุมครม.ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ได้รายงานถึงการดำเนินการ กรณีวัดพระธรรมกายเกี่ยวกับเรื่อง การโอนที่ดิน ซึ่งนายอาคม เอ่งฉ้วน ได้รายงานถึงความคืบหน้าในการดำเนินการด้วย ทั้งนี้นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ได้กำชับนายอาคมในที่ประชุม ครม. ว่า ให้ดำเนินการ ตามหลักการ และหลักกฎหมาย อย่าไปแตะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาเถรฯเพราะจะเท่ากับว่า ไปแตะต้อง สมเด็จพระสังฆราชด้วย

นอกจากน ี้ในระหว่างการประชุมนั้น นายวิษณุ เครืองาม เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุม ครม. ว่าขออนุญาต นายกรัฐมนตรีในการที่จะเข้าร่วมประชุมกับมหาเถรฯ โดยให้เหคุผลว่า สนใจและเป็นผู้ร่วมร่างกฎหมายสงฆ์ เข้าใจในเนื้อหาสาระของกฎหมายเป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องนี้ ก็ได้มีการประสานงาน กับทางนายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนาให้เตรียมเอกสารการประชุมไว้พร้อมแล้ว โดยที่นายกรัฐมนตรี ก็เห็นชอบในเรื่องนี้ด้วย และให้นายวิษณุไปดำเนินการตามที่ขออนุญาต

นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาฯกล่าวหลังการประชุมว่า อธิบดีกรมการศาสนา ได้รายงานการเจรจา กับทางวัดพระธรรมกายเกี่ยวกับการโอนที่ดินเป็นชื่อวัดแล้ว โดยมีการแบ่งออกเป็น 3 โซน สำหรับสิทธ ิในการถือครองที่ดินนั้น เลขาธิการ ครม.ได้ชี้แจงแล้วว่า การโอนที่ดินมีปัญหา ในทางปฏิบัติหากว่า พระที่ถือครองที่ดินนั้น ย้ายวัด และมีการโอนที่ดินให้แก่วัดอื่น ๆ ดังนั้นมหาเถรฯ ต้องมีมติที่ชัดเจนกว่านี้ ซึ่งมหาเถรฯ ก็เคยมีคำแนะนำ ในเรื่องนี้ไว้เช่นกัน ส่วนในเรื่องระยะเวลาของการโอนนั้น ถ้าไม่ติดขัด ในเรื่องของเอกสาร ก็สามารถทำได้ใน 7 วัน ดังนั้นขณะนี้จึงไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้อีกเกรงว่าจะมีการผิดพลาด ซึ่งที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ก็บอกแล้วว่า จะให้เสร็จภายใน 7 วัน 15 วัน ซึ่งอธิบดีกรมการศาสนา ได้เจรจาแล้วว่า จำเป็นต้องโอน โดยไม่ควรใช้เวลามากเกินไป และให้มีการทำลายลักษณ์อักษรมาด้วย ไม่ใช่กำหนดเวลากันลอย ๆ

"พิภพ" แจงผลเจรจาวัดฉาว

เวลา 16.30 น. ที่กรมการศาสนา นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมคณะ ได้ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังเดินทางกลับ จากวัดพระธรรมกาย โดยนายพิภพกล่าวว่า จากการหารือกับทางวัดได้ข้อสรุป 3 ประการคือ 1.นายไชยบูลย ์ยังยืนยันที่จะโอนที่ดิน 1,747 ไร่เศษที่ถือครองอยู่ให้กับวัด 2.ยืนยันจะมอบเอกสารการโอนที่ดิน 5 แปลง เนื้อที่ 139 ไร่ ที่ยังไม่ครบถ้วน ให้กรมการศาสนาภายในวันที่ 25 พ.ค. นี้ 3. ที่ดินแปลงอื่น ๆ ที่เหลือนายไชยบูลย ์ขอประสานกับ ผู้บริจาคก่อน และจะแจ้งแผนการโอนต่อกรมการศาสนาภายในวันที่ 30 พ.ค. โดยจะแจ้ง แผนการโอนแต่ละครั้งว่า มีจำนวนกี่แปลง จนกว่าจะครบ

นายพิภพ ยังได้กล่าวถึงการรับเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีวัดพระธรรมกายผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของกรมการศาสนาว่า จนถึงวันที่ 18 พ.ค. มีผู้ร้องทั้งสิ้น 101 ราย มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของวัดพระธรรมกาย โดยไม่มีการแสดงหลักฐานใด ๆ แต่กรมฯ จะรวบรวมถวายต่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีในวันที่ 20 พ.ค. และหลังจากวันที่ 20 พ.ค. หากยังมีร้องเข้ามาอีก ก็จะนำเสนอเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ นายพิภพยังได้เปิดเผยอีกครั้งเมื่อเวลา 17.30 น. ว่า นายวิษณุ เครืองาม เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งมาว่า จะขอเข้าร่วมรับฟังการประชุมมหาเถรฯในวันที่ 19 พ.ค.นี้ด้วย ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ซึ่งคงจะได้รับมอบหมาย จากนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี โดยนายวิษณุบอกว่า อาจจะแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวทาง และความต้องการของรัฐบาลกรณีวัดพระธรรมกายด้วย ซึ่งการเข้ารับฟังนั้นสามารถทำได้ ส่วนการแสดงความคิดเห็น คงต้องถามกรรมการมหาเถรฯในระหว่างการประชุมว่าจะอนุญาตหรือไม่

นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การที่นายไชยบูลย์ ต้องการสอบถาม ผู้บริจาคที่ดินก่อน ที่จะมีการโอนให้วัดนั้น เพราะต้องการรักษาความศรัทธาและรักษาน้ำใจของผู้บริจาค แต่ตามกฎหมาย การโอนถือเป็นสิทธิ์ขาดของนายไชยบูลย์ ซึ่งนายไชยบูลย์ก็ยืนยันที่จะโอนให้กับวัดแล้ว

มหาดไทยรายงานเรื่องโอนที่ดิน

รายงานข่าว จากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ตามที่ครม.ได้มีมติให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน อำนวยความสะดวก ในการโอนที่ดิน ที่มีชื่อนายไชยบูลย์ สุทธิผล ถือครองให้กับวัดพระธรรมกายนั้น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท. 0710/5442 ส่งถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เป็นวาระจร โดยหนังสือดังกล่าว ระบุว่า กรมที่ดินได้ทำการตรวจสอบในเบื้องต้นสรุปได้ว่า วัดพระธรรมกายมีที่ดินอยู่ก่อนแล้ว 1 แปลง เนื้อที่ 196-0-09 ไร่ และนายไชยบูลย์ถือครองที่ดินในจังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี พิจิตร เลย ลพบุรี ปทุมธานี และเพชรบูรณ์ รวททั้งสิ้น 60 แปลง เนื้อที่รวม 1,511-1-8.9 ไร่

สำหรับขั้นตอน การโอนและรับโอนนั้น วัดและผู้โอนที่ดินให้วัดต้องยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ หรือ ณ งานจดทะเบียนกลาง กรมที่ดิน จากนั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบจากนายอำเภอหรือปลัดอำเภอ ก่อนจะสรุปเสนอให ้อธิบดีกรมที่ดินอนุมัติแทน รมว.มหาดไทย ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 625/2535 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2535 มอบอำนาจ ให้อธิบดีกรมที่ดินปฏิบัติราชการแทน ในการสั่งอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคล ตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่กรณีที่ดินที่วัดรับโอนเมื่อรวมกับที่ดินเดิมแล้วมีจำนวนเกิน 100 ไร่ ก่อนจะเสนอขออนุมัติ จะต้องขอความเห็นชอบจากกรมการศาสนาก่อน

ในส่วนของ ค่าใช้จ่ายในการโอน กรณีที่วัดรับโอนที่ดินเพื่อใช้เป็นที่ตั้งศาสนสถานรวมกับที่ดินที่มีอยู่ก่อนแล้ว ไม่เกิน 50 ไร่ เสียค่าธรรมเนียม 0.01% ของราคาประเมินที่ดิน ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้น, กรณีวัดรับโอน ที่ดินเนื้อที่เกิน 50 ไร่ เสียค่าธรรมเนียม 2% ของราคาประเมิน ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีธุรกิจเฉพาะ เสียตามปกติ, การจดทะเบียนประเภท "โอนให้ตัวการ" เสียค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาท ค่าคำขอแปลงละ 5 บาท ค่าพยาน 20 บาท ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้น

หากคู่กรณ ีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำนิติกรรมแทน เสียค่าธรรมเนียมมอบอำนาจเรื่องละ 20 บาท อากรมอบอำนาจเรื่องละ 10 บาท ถ้ามอบอำนาจเกิน 1 เรื่องเสียอากร 30 บาท แต่กรณีวัดมอบอำนาจได้รับยกเว้น

ทั้งนี้ กรมการศาสนา ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 03008/5121 ลงวันที่ 13 พ.ค. 2542 ส่งโฉนดที่ดินเลขที่ 14502 อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี, โฉนดที่ดินเลขที่ 17927 อ.ไทรน้อย(บางบัวทอง) จ.นนทบุรี, น.ส. 3 ก. เลขที่ 651 อ.ขลุง จ.จันทบุรี, น.ส. 3 ก. เลขที่ 1045 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมทั้งหนังสือ มอบอำนาจของนายไชยบูลย ์และของกรมการศาสนา เพื่อดำเนินการ ยื่นคำขออนุมัติโอน ซึ่งกรมที่ดินได้รับแล้ว และจะส่งเรื่องให้จังหวัด เพื่อให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ตรจสอบตามขั้นตอน โดยกรมที่ดิน จะประสานกับ กรมการศาสนา แล้วแต่กรณี เสร็จแล้วก็จะขออนุมัติโอนให้เสร็จสิ้นต่อไป

"สังฆราช" เสด็จออกกำลังกาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.40 น. ที่คณะเหลืองรังสี วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงเสด็จลง จากตำหนักเพื่อผลัด เปลี่ยนพระอิริยาบถ โดยเสด็จออกนอกบริเวณสังฆมณฑลประมาณ 200 เมตร และได้เดินกลับพระตำหนัก โดยระหว่างเสด็จ พระดำเนินกลับ ได้ทรงทักทายบรรดา เจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าอารักขา อยู่ที่ตำหนัก พร้อมกับยิ้มให้สื่อมวลช นและสอบถามว่า เหนื่อยหรือไม่ และถามเจ้าหน้าท ี่ถึงเรื่องต้นไม้ในอาณาบริเวณ และตรัสถึงสภาพอากาศดี

รายงานระบุว่า ระหว่างที่ ทรงผลัดอิริยาบถนั้น สมเด็จพระสังฆราช ทรงเสด็จด้วยพระองค์เอง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ช่วยประคอง แต่ทรงใช้ไม้เท้ายันพระวรกาย ทั้งนี้ พระมหาสะท้าน และเจ้าหน้าที่อารักขา ได้เฝ้าระวังเดิน ติดตามพระดำเนิน การผลัดอิริยาบถครั้งนี้ทรงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีพระพักตร์ สดชื่นยิ้มแย้มแจ่มใสโดยตลอด

น.พ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกล่าวว่า พระอาการ ของสมเด็จพระสังฆราช ดีขึ้นมาก ภายหลังการตรวจไม่พบว่ามีพระอาการหอบแต่อย่างใด จึงถือว่า อาการของสมเด็จพระสังฆราช เป็นปกติเทียบเท่ากับครั้งที่ยังไม่ทรงมีอาการประชวร ส่วนจะสามารถ เข้าร่วมประชุมมหาเถรฯ ได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสมเด็จพระสังฆราชเอง.