Make your own free website on Tripod.com

ชาวพุทธ นัดชุมุนุมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร ์สางเสี้ยนศาสนา"พระพยอม"เปิดวัดสวนแก้ว กำหนดท่าทีก่อนมหาเถรฯ ชี้ขาดปัญหาพระปลอม "ไชยบูลย์" ประกาศเล่นงานพระย่ามตุง รักปากท้องมากกว่าพระธรรมวินัย ระบุถ้ารูปใดหนีประชุมไปนอก แสดงว่าหมดคุณสมบัติ พระเถระแล้วต้องปลดออก สมเด็จวัดชนะฯ ระบุชัดจัดการปัญหาได้แน่ แต่กำหนดเวลาไม่ได้ พระธรรมยุตย้ำ ต้องทำตามลายพระหัตถ์ "อาคม" ไม่ไว้ใจกรมศาสนา ตั้งคณะทำงานระดับกระทรวง ลุยเรื่องโอนที่ดิน ระบุชัดถึงโอนให้ก็ไม่พ้นผิดปาราชิก เตรียมเสนอให้ชี้ขาดทุกเรื่อง รวมถึงการอวดวิเศษ ยอมรับ มีเสียงเรียกร้อง ให้เด้งอธิบดีศาสนา เอาคนดีมีความรู้มาเป็นแทน แก๊งนรกสนับสนุนธรรมกายเอาอีก ขู่ทำร้ายพระธรรมปิฎก ออกใบปลิวกล่าวร้ายประมุขสงฆ์ ทหารเรือทนไม่ไหว ล่ารายชื่อชาวพุทธ หนุนจัดการวัดฉาวแล้ว

การประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า จะมีการจัดการกับนายไชยบูลย์ สุทธิผล พระปลอมอดีตพระธัมมชโย เจ้าอาวาส วัดพระธรรมกายได้หรือไม่ หลังจากสมเด็จพระสังฆราช ทรงมีลายพระหัตถ์ระบุชัดว่าขาดจากการเป็นสงฆ์ไปแล้ว เพราะปาราชิก ลักทรัพย์ อมที่ดินวัดเป็นของตัวเอง และการดำเนินการ ถอดผ้าเหลืองออกจากตัวนายไชยบูลย ์ต้องเสนอมหาเถรฯ แต่ปรากฏว่า มีข่าวจะล้มการประชุมโดยมีพระเถระบางรูป จะไม่เข้าประชุมจนไมˆครบองคŒ โดยเฉพาะพระสมเด็จรูปสำคัญ 2 รูปที่มีข่าว เดินทางไปต่างประเทศ และไม่สามารถ เข้าร่วมประชุมในวันนั้นได้

** จี้ปลดมหาเถรฯ อุ้มพระปลอม

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. พระมหาบุญถึง ชุตินธโร ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย กล่าวว่าเท่าที่ทราบองค์กรพุทธ 172 สมาคม เตรียมจะนำพยานหลักฐาน และตัวบุคคล ฟ้องร้องนายไชยบูลย์ทั้งกรณีทางธรรม และคดีทางโลก นอกจากนั้นหากการประชุมในวันที่ 10 พ.ค. มีความพยายาม จะดึงเรื่องให้ล่าช้า หรือแสดงออก ว่าจะไม่แก้ปัญหา ก็จะมีความเคลื่อนไหวขอให้มหาเถรฯ บางรูปลาออกจากตำแหน่ง หรือขอให้สมเด็จพระสังฆราช ปลดพ้นจากตำแหน่งไป เพราะถือว่าไม่ได้ปกป้องพระศาสนา

"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีการหนีการประ ชุม โดยไปต่างประเทศต้องถือว่าเห็นแก่ธรรมกาย เห็นแก่ความสมบูรณ์พูนสุขของตัวเองมากกว่ารักศาสนา จะมาอ้างว่า ติดกิจนิมนต์ไม่ได้ เพราะต้องชั่งน้ำหนัก ให้ได้ว่าเรื่องธรรมกายเป็นเรื่องสำคัญ ในฐานะเป็นกรรมการมหาเถรฯต้องมารักษาศาสนาก่อน"

พระสุธรรมาธิบดี เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส กรรมการมหาเถรสมาคมสายธรรมยุต กล่าวว่าเรื่องนี้หากคิดว่าเป็นปัญหาก็เป็นปัญหา อาตมา ไม่เคยไปวัดพระธรรมกาย ธัมมชโยเป็นอย่างไรไม่เคยเห็น ส่วนคำสอนที่ผิดเพี้ยนใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่อย่าเอาศาสนาพุทธไปยุ่ง ให้เอาออกไปนอกศาสนาพุทธ เป็นศาสนา ธรรมกายไปเลย ส่วนเรื่องการถือครองที่ดินนั้น ถ้าต้องการถือครองที่ดินให้สึกไป เพราะกฎหมายระบุไว้ว่า การรับมรดก เกี่ยวกับที่ดินสงฆ์ ระหว่างที่เป็นพระจะรับไม่ได้ ต้องสึกออกไปถึงรับได้

** มส.ย้ำชัดทำตามพระบัญชา

"ในวันที่ 10 พ.ค. อาตมา จะไปประชุมมหาเถรฯตามปกติ หากมีรถมาก็จะไป โดยจะต้องมีกรรมการมา 10 รูปถึงครบองค์ หากไม่ครบต้องเลื่อน ส่วนกรรมการมหาเถรฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระสังฆราช การเข้าร่วมประชุมถือเป็นกิจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติก่อนกิจนิมนต์อื่น เมื่อ 1-2 เดือนนี้ เคยมีผู้ชายชื่อสุชาติ ส่งเอกสารลัทธิธรรมกายมาให้ แต่ไม่อ่าน และการประชุมมหาเถรฯ นั้นสมเด็จพระสังฆราชต้องการอย่างไร ก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะท่าน ถือเป็นประมุขสูงสุดแล้ว" พระสุธรรมาธิบดีกล่าว

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิส สโร) วัดชนะสงคราม พระเถระสำคัญอันดับที่ 2 ของฝ่ายมหานิกาย กล่าวว่าการประชุมมหาเถรฯ กำหนดไว้ว่า หากไม่ครบองค์ จะประชุมไม่ได้ ที่ผ่านมาก็มีบ้าง ส่วนกระแสข่าวที่ว่ากรรมการมหาเถรฯบางรูปไปต่างประเทศคิดว่าคงเป็นข่าวลือ เพราะการประชุมมหาเถรฯ ถือเป็นหน้าที่ต้องปฏิ บัติ ปัญหาธรรมกายคิดว่าต้องจบแน่ ไม่สามารถระบุว่า จะจบลงเมื่อใด ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นหลักธรรมชาติสากล อยู่แล้ว และยังไม่ได้มีการประชุมมหาเถรฯ คงไม่สามารถพูดได้ว่าแก้ไขได้ หรือไม่ได้ ปัญหาต่าง ๆ ต้องแก้ไขได้แน่นอน ส่วนลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช ถือเป็นของสูง ไม่อาจพูดถึงได้ และการใช้อำนาจของสมเด็จพระสังฆราชมี 2 ทางคือทรงบัญชา เป็นการส่วนพระองค์ กับบัญชาตามมติมหาเถรฯ

** "พระพยอม" ล่าชื่อไล่ไชยบูลย์

นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าว รายงานว่าในวันที่ 7 พ.ค. เวลา 10.00 น. คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา (ศพพ.) และมูลนิธิเสฐียรโกเศศ- นาคะประทีป ซึ่งเป็นองค์กรด้านศาสนา จะเข้าพบและยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย นายก รัฐมนตรี เพื่อขอให้นายชวน ลงมาจัดการปัญหาด้วยตัวเอง โดยเข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราช เพื่อทูลถาม และรับพระประสงค์มาดำเนินการถอดผ้าเหลือง ออกจากร่างนายไชยบูลย์ จากนั้นในเวลา 11.00 น. จะไปยื่นหนังสือ ถึงมหาเถรฯผ่านกรมการศาสนา

ขั้นตอนต่อไป จะมีการประสานงานกับองค์กรพุทธอื่น ๆ และวัดสวนแก้ว ที่มีพระพยอม กัลยาโณ เป็นประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว เพื่อรวบรวมชาวพุทธ ประกาศ ไม่ยอมรับนายไชยบูลย์

ด้านพระพยอม กล่าวว่าในวันที่ 9 พ.ค. ก่อนประชุมมหาเถรฯ วัดจะจัดสัมมนาเพื่อหาแนวทางดำเนินการหากในวันที่ 10 พ.ค. ไม่มีอะไรชัดเจนแล้วจะทำอย่างไร ถ้าไม่มีอะไรเด็ดขาด ประชาชนควรจะรวมพลังกัน แสดงออกถึงการสนับสนุนลายพระหัตถ์ และวัดสวนแก้วพร้อมจะเป็นศูนย์กลางรวบรวมรายชื่อ เพื่อไม่ให้ต้องระคายเคืองเบื้องสูง และน่าแปลกใจว่า ไม่เคยมีการส่งตำรวจ ไปอารักขาสมเด็จพระสังฆราชองค์ไหนมาก่อน เพิ่งจะมีกรณีนี้ หากสมเด็จพระสังฆราชทรงโดดเดี่ยวเช่นนี้ ถ้าไม่เร่งจัดการศาสนาก็ต้องล่มสลาย

"ระหว่างนี้ได้มีชมรมยุวพุธทะ เดินทางมาให้กำลังใจว่าจะบุกธรรมกายเมื่อไหร่ จะไปด้วย ไปช่วยกันขอร้องอย่าดื้อดึงถ้าเห็นแก่ศาสนาจริง ตอนนี้ต้องสะสางเรื่องนี้ก่อน เอาคนแบบนี้ลงมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะมาอ้างรัฐธรรมนูญ สิทธิมนุษยชน จึงอยากถามว่าพวกที่สนับสนุน ธรรมกายกันอยู่ จะยึดกฎหมาย หรือพระธรรมวินัย เพราะนายไชยบูลย์ขาดจากความเป็นพระแล้ว ถึงจะเลี่ยงบาลีอย่างไรคนก็รู้กันทั่ว ต่อไป ค่อยร่างกฎหมายป้องกันมาให้ชัดเจน ห้ามพระถือครองที่ดิน"

พระพยอมกล่าวอีกว่า เสียดายพระผู้ใหญ่บางรูปไปอุ้มธรรมกาย และไม่ควรต้องเสื่อมลงตามนายไชยบูลย์ ขณะนี้สื่อมวลชนเอง ก็ใช้ถ้อยคำจาบจ้วง พระผู้ใหญ่พอสมควร

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่านาย เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิตได้ส่งพุทธพจน์ไปยังวัดต่าง ๆ โดยใจความก็คือการที่ อย่าให้ภิกษุลุ่มหลงกับลาภ สักการะ อย่าเป็นพวกของผู้ที่ไม่มีความละอาย โดยผลกล้วย ย่อมฆ่าซึ่งต้นกล้วย ดอกอ้อย่อมฆ่าซึ่งต้นอ้อ ลาภสักการะ ย่อมฆ่าบุรุษถ่อยเหมือนลูกม้า ย่อมฆ่าซึ่งแม่ม้าอัสดรไปฉะนั้น

** ขู่ทำร้ายพระธรรมปิฎก

ที่วัดญาณเวศกวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีพล.ต.ท.บุญชัย ชื่นสุชน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เดินทางมากราบนมัสการพระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต) และมีนายตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นายจากสภ.ต.โพธิ์แก้ว เดินทางมาประจำเพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงมีรถสายตรวจมา ตระเวนตรวจความเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมาภายหลังเกิดข่าวว่า พระธรรมปิฎกถูกโทรศัพท์ข่มขู่

พล.ต.ท.บุญชัยกล่าวว่าได้สอบถามพระ ธรรมปิฎกเกี่ยวกับการถูกข่มขู่ ซึ่งท่านยอมรับว่ามีการข่มขู่จริง แต่มีถ้อยคำไม่รุนแรงนัก และท่านไม่ได้วิตกกังวล แต่ตำรวจ รักษาความปลอดภัย เนื่อง จากท่านมีอาการอาพาธอยู่

"ผมศรัทธาในตัวท่าน อ่านงานเขียนของท่านแล้ว เห็นว่าเป็นเพื่อพระธรรมวินัย ให้ชาวพุทธเข้าใจหลักธรรมมากขึ้น ไม่คิดว่าจะมีใครมาทำร้ายท่าน เพราะเป็นพระที่ดี"

** ย้ำใครก็ปกป้อง ไชยบูลย์ž ไม่ได้

ส่วนนายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาธิการเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติชัดเจน เกี่ยวกับการดำเนินการปัญหาวัดพระธรรมกาย กระทรวงศึกษาฯ ก็ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีที่เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จะต้องอธิกรณ์หรือไม่นั้น ผู้ที่เข้าใจพระธรรมวินัย และรู้กฎหมายสงฆ์ว่าเป็นอย่างไร ก็คงจะทราบว่า ต้องรอมหาเถรสมาคมมีมติออกมาก่อน จากนั้น จึงจะมีการดำเนินการตามมติ ไม่มีสิทธิ์ปกป้องแต่อย่างใด และก็ไม่มีใคร สามารถจะปกป้องใครได้ด้วย

สำหรับเรื่องที่ดินนั้น กรมการศาสนาจะต้องสนองตามลายพระหัตถ์ ขณะเดียวกันครม.ก็กำชับให้ดำเนินการให้เสร็จก่อนวันที่ 10 พ.ค. เพื่อที่จะนำประเด็น ให้มหาเถรฯ พิจารณาด้วย ในเบื้องต้น ก็ได้สั่งการให้กรมการศาสนาไปประสานกับกรมที่ดิน เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโฉนดที่ดินที่เป็นชื่อวัด ชื่อมูลนิธิธรรมกาย และชื่อของเจ้าอาวาส นอกจากนี้ ยังให้มีการสอบถามด้วยว่าหากจะต้องโอนที่ดิน จะเสียค่าธรรมเนียมแปลงละ 75 บาท จริงหรือไม่ จากนั้นก็ประสานวัดพระ ธรรมกายว่าจะโอนที่ดินเมื่อใด เมื่อได้ความชัดเจนแล้ว กรมการศาสนาก็จะดำเนินการทันที

"เพื่อความบริสุทธิ์แล้ว คิดว่าวัดควรส่งตัวแทนมาร่วมกับทางกรมการศาสนาและกรมที่ดิน ซึ่งในส่วนของกรมที่ดินนั้นได้รับแจ้งจากพล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตร ีและรมว.มหาดไทยแล้วว่าจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ การโอนที่ดินอาจจะไม่แล้วเสร็จทุกแปลงภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เพราะที่ดิน ของวัดพระ ธรรมกายมีหลายแปลงทั่วประเทศ แต่ต้องดำเนินการ เท่าที่จะทำได้เพื่อยืนยันว่าวัดไม่บิดพลิ้วต่อ เรื่องนี้"

** มั่นใจไม่กล้าเลื่อน มส.

นายอาคมกล่าวว่า ในวันที่ 10 พ.ค. มั่นใจว่าจะมีการประชุมมหาเถรฯ เพราะประชาชนกำลังรอมติเรื่องนี้อยู่ แต่อย่างไรก็ตามหากไม่มีการประชุมแล้ว มหาเถรฯ ก็ต้องออกมาแถลงเองว่า เพราะเหตุใด และไม่จำเป็นที่กรรมการต้องเข้าประชุมครบทุกองค์

"ส่วนกรณี ที่มีการกล่าวหาว่า ผมมีส่วนได้ส่วนเสียและรับผลประโยชน์จากวัดนั้น คงห้ามไม่ให้ใครกล่าวหาคงไม่ได้ การเป็นนักการเมือง มักจะต้องถูกตรวจสอบเสมอ ดังนั้นหากใครมีข้อมูลเรื่องนี้ชัดเจน ก็ขอให้นำข้อมูลนั้นไปให้พรรคฝ่ายค้าน สำหรับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จะซักฟอกเรื่องนี้ก็ยินดีที่จะตอบ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมานั้น ยืนยันได้ว่าไม่เคยเพิกเฉย หรือไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกาย แต่บางเรื่องยัง ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมีกฎหมายและพระธรรมวินัยรองรับอยู่"

** ตั้งกรรมการตามงานโอนที่ดิน

เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกัน นายมานพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญกรมการศาสนา เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายอาคม เพื่อหารือถึงการแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกายว่า นายอาคมได้แต่งตั้งคณะกรรม การติดตามการดำเนินการโอนที่ดินของนายไชยบูลย์ เพื่อพิจารณาดูว่า ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้วัดมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะโอนไปเป็นของวัดทั้งหมด โดยมีนายสุวัฒน์ เงินฉ่ำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการประ กอบด้วยนายจรวย หนูคง ผู้ตรวจราชการกระ ทรวงศึกษาฯ นายไพบูลย์ เสียงก้อง รองปลัดกระ ทรวงศึกษาฯ นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการประจำสถาบัน พัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ตัว แทนกรมการศาสนา กรมที่ดิน และตัวแทนจากวัดพระธรรมกายเป็นกรรมการ โดยตนเอง เป็นเลขานุการคณะกรรมการ

การแต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาก็เนื่อง จากว่ากรณีดังกล่าวนี้ อยู่ในความสนใจของสื่อ มวลชนและประชาชน ส่วนจะมีผลต่อเนื่องไปยังวัดอื่น ๆ หรือไม่ จะต้องแล้วแต ่มติมหาเถรฯเพื่อสำรวจเรื่องน ี้ให้ชัดเจนอีกครั้ง

** ย้ำถึงโอนที่ก็ไม่พ้นปาราชิก

อย่างไรก็ตามการโอนที่ดินนั้น เป็นคนละเรื่องกับที่มหาเถรฯ จะต้องพิจารณาลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราช โดยในวันที่ 10 พ.ค. นั้นจะมีการ พิจารณาหารือกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอวดวิเศษไม่มีในตัว ไม่เฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่ง

"ในการถือครอง ที่ดินของพระสงฆ์นั้น ได้มีการบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ว่า ทรัพย์สินของพระภิกษุ ที่ได้มาระหว่างที่อยู่ในสมณเพศนั้น เมื่อถึงแก่กรรม ให้ทรัพย์นั้นตกเป็นสมบัติของวัด ที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นได้จำหน่าย ไปในระหว่างที่มีชีวิต หรือโดยพินัยกรรม กฎหมาย นี้ถือว่าเป็นปัญหา ที่เกิดช่องว่าง ซึ่งหลายฝ่ายมีความเป็นห่วง อยากให้มีการดำเนินการแก้ไขว่า ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างความเป็นพระ ควรโอนเป็นของวัดโดยทันทีหรือไม่ ซึ่งต้องมีการพิจารณากันต่อไป"

นายมานพกล่าวอีกว่า วัดพระธรรมกายจะมาอ้างมาตรา 1623 และไม่ยอมโอนที่ดินคงไม่ได้ เพราะต้องดูเจตนาของผู้บริจาคให้ชัดเจนว่าต้อง การบริจาคให้ใคร กรมที่ดิน ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าผู้บริจาคระบุให้ตัวบุคคลหรือให้วัด ถ้าให้วัดก็ต้องโอนเป็นของวัดโดยทันทีไม่มีปัญหา แต่หากให้พระภิกษ ุก็ต้องดูถึงที่มาที่ไป และต้องตรวจสอบ ว่าเอกสารถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งเงื่อน ไขของการบริจาคให้ด้วย และหากว่าเจ้าอาวาส เอาเงินบริจาคไปซื้อที่ดินแล้ว ก็ถือว่าที่ดินนั้นเป็นสมบัติของวัด

มหาเถรฯ ควรกำหนดเงื่อนเวลา ในการโอนที่ดินคืนแก่วัดด้วยว่าจะต้องดำเนินการภายในกี่วัน หากวัดไม่ทำจะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง จึงค่อยมาว่ากัน ในเรื่องของต้องปาราชิกได้ แต่ขณะนี้ยังไม่รู้ว่า วัดจะทำหรือไม่ ส่วนกรณีที่เกรงว่าการประชุมมหาเถรฯ จะไม่ครบองค์ประชุมและประ ชุมไม่ได้นั้น ที่ผ่านมา การประชุมก็มีองค์ประชุมไม่ครบบ่อยครั้ง

"การประชุมนั้น จะต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมเกินครึ่งหนึ่ง โดยต้องมีกรรมการทั้งฝ่ายที่เป็นสมเด็จพระราชาคณะ และกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่หากไม่ครบองค์ประชุมจริง ก็จำเป็นต้องเลื่อนออกไป แต่ที่ผ่านมานั้น หากมีเรื่องสำคัญต้องพิจารณากรมการศาสนา อาจจะมีหนังสือไปถึงกรรมการชั้นสมเด็จพระราชาคณะ มาลงนามเพื่อเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย 1 รูปแล้วจะกลับก่อนก็ได้ อย่างไรก็ดี กรณีของวัดพระธรรมกายนี้ น่าจะนำไปสู่การปฏิรูป การปกครองคณะสงฆ์ใหม่ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒน ธรรม ก็ได้ดำเนินการปฏิรูปไปแล้ว แต่ยังมีบางมาตรา ที่ไม่สอดคล้องคงต้องแก้ไขเพิ่มเติมเข้าไป"

นอกจากนั้น กรมการศาสนาจะไม่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เพราะการฟ้องร้องต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเสียหาย เหมือนกรณียันตระถึงทำได้ กรมทำไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ คนฟ้องต้องมีส่วนได้เสีย

** ยอมรับเสียงร้องเด้งอธิบดีศาสนา

เวลา 19.00 น. ของวันเดียวกัน นายอาคมให้สัมภาษณ์ว่า ได้ติดต่อประสานงานกับวัดพระธรรมกาย ในเรื่องการโอนที่ดินแล้ว ล่าสุด วัดประชุมกรรมการที่เกี่ยวข้อง และยืนยันจะเร่งโอนให้ก่อนวันที่ 10 พ.ค. และตนยังลงนาม ให้อธิบดีกรมการศาสนาเร่งปฏิบัติตามมติครม. หากวัดพร้อมเมื่อไรใ ห้กรมการศาสนาติดต่อเชิญผู้สื่อข่าว ให้เดินทางไปวัดเพื่อรับคำชี้แจง และเป็นพยานในการดำเนินการตามแนวลายพระหัตถ์

** พระอาการไข้สูง

ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อเวลา 09.30 น. น.พ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำในพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมน.พ.ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล รองผ.อ.โรงพยาบาลจุฬาฯ เดินทางมาตรวจรักษา พระอาการประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้นำประกาศงดเข้าเฝ้ามาติดไว้ จนกว่า จะมีพระอาการหายเป็นปกติ

ขณะเดียวกันเวลา 11.00 น. กลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายก รัฐมนตรี รมว.มหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการตำรวจภาค 1 ให้จัดการนายไชยบูลย์ข้อหาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ และระบุว่า กลุ่มได้ไปแจ้งความวัดพระธรรมกาย ที่กองปราบฯ นานแล้ว แต่ไม่ยอมจัดการ ขัดกับการที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รมว.มหาดไทยระบุว่า จัดการไม่ได ้เพราะไม่มีผู้แจ้งความ

ม.ล.จิตต นพวงศ์ ศิษย์ผู้ใกล้ชิดสมเด็จพระสังฆราช หรือรู้จักกันในนามศิษย์ห้องกระจกกล่าวว่าได้รับทราบจาก น.พ.สงคราม อาการไข้สมเด็จพระสังฆราช วัดปรอทได้สูงถึง 40 องศา และจะเชิญเสด็จ ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่ทรงยินยอม แพทย์ได้เพิ่มความถี่ในการรักษาเป็นวันละ 2 ครั้ง และการที่ นายอาคมกล่าวว่าเรื่อง ต่าง ๆ ศิษย์ห้องกระจก เป็นผู้ทำนั้นเป็นเรื่องน่า อาย เป็นผู้ชายไม่น่าจะพูดอย่างนี้ต้องรับผิดชอบคำพูด "อย่างนายไชยบูลย์ ถ้าไม่โดนเรื่องที่ดิน ก็ต้องโดนเรื่องอวดอุตริมนุสธรรม อย่างที่มีการวิจารณ์ว่า มีผู้บริหารรับเงิน ถ้าเป็นฆราวาสก็รับไป แต่ความถูกต้องอีกเรื่อง ฉันชอบคนจริง คนไม่จริงฉันไม่ชอบ เพื่อสถาบันแล้วไม่ต้องกลัว เพราะถ้าสถาบันอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน"

ที่บริเวณ ประตูทางเข้าออก ด้านต่าง ๆ ของวัดบวรฯ มีนายทหารกองทัพเรือ ได้นำแฟ้มมารวบรวมรายชื่อประชาชน ที่สนับสนุน ลายพระหัตถ์ สมเด็จพระสังฆราช นอกจากนั้นยังมีบุคคลต่าง ๆ เดินทางมาห้องกระจก เพื่อชื่นชมที่ปกป้องศาสนา บริเวณบางลำพู ยังมีป้ายประกาศจับ นายไชยบูลย์ติดไว ้ตามจุดสำคัญต่าง ๆ ด้วย

** แก๊งนรกหนุนธรรมกายอีก

ขณะเดียวกันแก๊งนรก สนับสนุนวัดพระ ธรรมกายออกใบปลิวอีกรอบว่าลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราชเป็นแค่การพระดำริ และความพยายาม จะทำให้เป็นคำสั่ง ถือเป็นการทำให้พระสังฆราชเสียชื่อเสียง และเกิดความรุนแรงได้ นอกจากนั้นยังกล่าวว่าคำสอนของวัดธรรมกาย เป็นคำสอน ที่ตามแนวทางหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ที่บรรลุธรรม ในโบสถ์วัดบางคูเรียง โดยโบสถ์เหมือนบ้านพระพุทธเจ้า ใครว่ากล่าวก็ถือว่าดู หมิ่นพระพุทธเจ้าด้วย นอกจากนั้น พระไตรปิฎกฉบับเถรวาทก็เป็นคำสอนของพระธรรมดา ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า โดยตรง

การที่ญาติโยม บริจาคเงินให้นายไชยบูลย์ ก็เพราะศรัทธา การจะนำเงินไปซื้อที่ดินก็ไม่ผิด เพราะเป็นเงินที่บริจาคให้นายไชยบูลย์ และมีพระจำนวนมากถือครองที่ดิน การแก้ปัญหาแก๊งนรก นี้ระบุว่าให้มีการออกกฎหมาย มาควบคุมห้ามโอนที่ดินของพระให้กับผู้ไม่ใช่พระ, ให้พระสามารถ ถือครองที่ดินได้ ถ้าสึกให้ที่ดินตกเป็นของวัด และการกระทำใด ๆ ที่ส่อไปในทางทุจริตให้เป็นโมฆะทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่สวนหย่อม ข้างวัดบวรนิเวศวิหาร ถนนสิบสามห้างบางลำภู บริเวณเสาเหล็กติดป้ายประกาศ ได้มีมือมืดนำแผ่นกระดาษ ซึ่งมีการซีร็อกซ์ข้อความว่า "เจอที่ไหนสึกที่นั่น" โดยมีรูปของ "ธัมมชโย" ติดหราอยู่ด้วย ล่างรูปเขียนภาษาอังกฤษไว้ว่า "WANTED" และมีเครื่องหมาย อัศเจรีย์ หรือเครื่องหมายตกใจอยู่ด้วย ขณะเดียวกัน ตามบริเวณเสาไฟฟ้าหลายต้น ยังมีแผ่นใบปลิวดังกล่าว ติดอยู่ด้วยเช่นกัน ต่อมามีสายตรวจ สน.ชนะสงครามมาเก็บไป.