Make your own free website on Tripod.com

จับตา แผนท้าทายอำนาจพระสังฆราชล้มประชุมมหาเถรฯ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาจุฬาฯ ระบุอาจไม่ครบองค์ประชุม ล่าสุด 2 สมเด็จ มีข่าวเดินทางด่วนไปต่างประเทศ สมเด็จวัดชนะฯไล่เก็บหลักฐานธรรมกาย หลังพบปัญหาพระพรหมโมลีไม่เคยส่งข้อมูลให้ ยืนยันชัด ลายพระหัตถ์ระบุ"ไชยบูลย์"พระปลอม ถูกต้องเป็นพระธรรมวินัยโดยแท้ แต่มหาเถรฯจะตัดสินได้ต้องมีโจทก์ฟ้อง จี้"อาคม"ส่งเรื่อง เข้าที่ประชุมพร้อมระบุโทษ กุนซือรมช.ศึกษาฯประชุมเครียด หลังถูกเล่นงิ้ว กรมศาสนาเก็บงำ ลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช ไม่รายงานให้ทราบ เลยประกาศเป็นของปลอม อธิบดีก็อ้างหน้าซื่อยังไม่เห็น แต่ปรากฎไปรายงานกลางครม.ว่าได้รับตั้งแต่วันแรก สั่งเด็ดขาดต่อไป กรมศาสนาต้องทำตามพระบัญชา จงรัก"ลั่นคำล่าแก๊งนรกสนับสนุนธรรมกายออกใบปลิวต่อต้านพระสังฆราช พระอดิศักดิ์เรียกแล้ว ฉายาเก่า"คุณแว่น"

ปัญหากรณีธรรมกายที่เกิดขึ้น และยืดเยื้อมานานนั้นปรากฎว่ามีความพยายามที่จะล้มการประชุมมหาเถรสมาคมในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ที่จะมีการประชุมเพื่อชี้ขาด ลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช ที่ระบุนายไชยบูลย์ สุทธิผล เป็นพระปลอม ต้องปาราชิกไปแล้ว และผู้รักษากฎหมาย ผู้ดูแลพระศาสนาต้องเข้ามาจัดการ

ประชุมมหาเถรฯล่ม???

เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา พระมหาบุญถึง ชุตินธโร ผู้ช่วยอธิการบด ีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันกรรมการมหาเถรฯมี 19 รูป แต่ป่วยอาพาธโดยเฉพาะในฝ่ายธรรมยุติ จะเหลือผู้เข้าประชุมเพียง 16 รูป และในวันที่ 10 พ.ค.นี้ทราบว่า จะมีกรรมการไม่มา 5 รูปขึ้นไป หากขาดไปหลายรูปจะไม่ครบองค์ประชุมได้ เพราะต้องมีพระเถระ 10 รูป ถึงถือว่าครบองค์

หากการประชุม ต้องเลื่อนออกไป หรือมีมติไม่ชัดเจน ต้องถือว่าเป็นการท้ายทายอำนาจสมเด็จพระสังฆราช ขั้นร้ายแรงที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน ในประวัติศาสตร์ และการที่นายอาคมกล่าวว่าต้องรอมติมหาเถรฯวินิจฉัยการปาราชิกนั้น แสดงว่า นายอาคมไม่รู้เรื่อง ด้วยเหตุที่การอวดอุตริมนุสธรรมหรืออวดคุณวิเศษไม่มีในตัว การฉ้อฉลเงินชาวบ้าน ไปซื้อที่ดินถือว่า ขาดจากความเป็นพระไปแล้ว ไม่ต้องรอวินิจฉัย ถือเป็นที่สุด รัฐบาลสามารถตรากฎออกมาบังคับได้ ไม่ต้องเกรงจะเกิดความวุ่นวาย เพราะแม้วัดมีลูกศิษย์มาก แต่ประชาชนมีมากกว่าที่ไม่เห็นด้วย เชื่อว่ารัฐบาลจะดูแลสถานการณ์ได้"

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่าสมเด็จพุฒาจารย์วัดสระเกศ(เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ และสมเด็จพระมหารรัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญโญ) วัดปากน้ำ 2 พระเถระรูปสำคัญของมหานิกาย อาจไม่อยู่ในการประชุมมหาเถรฯวันที่ 10 พ.ค.นี้ เพราะติดภารกิจด่วน เดินทางไปต่างประเทศ

สมเด็จวัดชนะเก็บหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายังมีเถระรูปสำคัญของฝ่ายมหานิกายคือสมเด็จพระมหาธีราจารย์(นิยม ฐานิสสโร) วัดชนะสงคราม ในฐานะ พระผู้ปกครองสูงสุดอันดับ 2 ในสายมหานิกายรองจากสมเด็จวัดสระเกศ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ซึ่งดูแลพระพรหมโมลี และวัดพระธรรมกายโดยตรง ได้รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายมาวิเคราะห์แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา พระพรหมโมลี ไม่เคยนำแนวทางการแก้ปัญหา มาเสนอเพื่อขอความเห็นเลย นับตั้งแต่มหาเถรฯ มีมติให้ไปดูแลก็เก็บเรื่องเงียบรูปเดียว ผิดหลักการแก้ไขปัญหาของคณะสงฆ์ที่ต้องรายงานตามลำดับชั้น และเริ่มมีข่าวว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ จะไม่ต่ออายุการเป็นเจ้าคณะภาค 1 ให้พระพรหมโมลี เนื่องจากปฏิบัติงานย่อหย่อนหลายครั้ง และมีแนวทางจะตั้งพระหนุ่มๆ อย่างพระราชปริยัติบดี วัดสามพระยา เป็นแทน

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปกราบสัมภาษณ์ ถึงกรณีธรรมกาย โดย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เปิดเผยว่า การแก้ปัญหายอมรับว่าบางเรื่องต้องทำแบบช้า ๆ ป้องกันไม่ให้ผิดพลาด รอบคอบเท่าใดยิ่งดีเพราะจะไม่พลาด หากพระรูปใดถูกฟ้องว่า ปาราชิกต้องสอบสวน ผู้สื่อข่าวถามว่าจริงหรือไม่มีกรรมการมหาเถรฯอุ้มวัดพระธรรมกาย สมเด็จวัดชนะสงครามกล่วว่า ใครจะเป็นอย่างไรอาตมาไม่ทราบ แต่คนอย่างอาตมาไม่เคยอยู่ใต้อาณัติใคร และอาตมา ก็ไม่เคยไปวัดพระธรรมกาย สนับสนุนลายพระหัตถ์

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวถึงลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราชด้วยว่า ที่ท่านออกมานั้นถูกต้องเพราะถือเป็นพระธรรมวินัยโดยแท้ ที่พระสงฆ์ทั่วไปต้องยึดถือ แต่เรื่องของกฎหมาย มหาเถรฯจะไปสึกโดยไม่สอบสวนไม่ได้ ต้องมีโจทก์มีหลักฐานมาร้องเรียน หากไม่มี พระที่ถูกสึก จะฟ้องร้องกลับมาได้ว่าทำผิดขั้นตอน คราวนี้จะยุ่งกันใหญ่ มหาเถรฯยังต้องเป็นองค์กรสูงสุดปกครองสงฆ์ หากต้องเสียหาย เพราะดำเนินการผิดพลาดอนาคตจะเอาความเชื่อถือที่ไหนต้องระมัดระวัง

อาตมาเคยเขียนข้อเสนอแนะ ต่อที่ประชุมมหาเถรฯว่า หากใครข้องใจต่อมติมหาเถรฯ ขอให้เตรียมหลักฐาน มาร้องเรียนอย่างเป็นทางการ เราไม่ปิดกั้น และจะพิจารณาให้ ไปเปิดดูได้ที่กรมการศาสนา ดังนั้นหากนำลายพระหัตถ์เข้าที่ประชุม แล้วมอบให้เจ้าคณะภาค 1 รับไปดำเนินการก็ต้องมีหลักฐานให้เจ้าคณะภาค 1 ไปปฏิบัติด้วย เพราะอำนาจ เจ้าคณะภาคกำหนดชัดในพ.ร.บ.สงฆ์ แม้ทางโลกการพิจารณาทางศาล ยังอนุโลมให้ผู้ถูกกล่าวหาบริสุทธิ์ตราบยังไม่มีหลักฐานชี้ขาด อย่างกรณี อดีตพระนิกรมีหลักฐานชัดเจนปาราชิก มหาเถรฯสั่งสึกเลย หรืออดีตพระยันตระถูกสึกตามกฎมหาเถรฉบับที่ 21 เห็นได้ว่าเราดำเนินการได ้เพราะมีผู้ร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ต่างกับกรณีธรรมกายที่มีแต่คนพูดไม่มีใครยอมเป็นโจทก์"

ให้"อาคม"มาเป็นโจทก์ สมเด็จพระมหาธีราจารย์กล่าวว่า ที่ผ่านมาดูเหมือนว่านายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาธิการ จะเอาจริงแต่สุดท้ายก็เงียบ ถ้าจะให้มหาเถรฯดำเนินการขอให้นายอาคมเขียนมาเลยมีความผิดกี่ข้อ เอาหลักฐานจากกรมที่ดินมายืนยัน แต่นี่พูดแต่เพียงว่ารู้ว่าทำผิด รู้มาจากข่าว อาตมาก็รู้เหมือนกันเพราะอ่านข่าวทุกวัน โดยเฉพาะเรื่องที่ดินที่วัดพระธรรมกาย จะใช้วิธีทำพินัยกรรมถ้าเจ้าอาวาสมรณภาพจะยกให้วัด ถ้าแน่จริงไม่ต้องโอนพินัยกรรม ถ้านายอาคม ยึดหลักเกณฑ์ความถูกต้องในเรื่องนี้ และเห็นว่าเจ้าอาวาสไม่ยอมโอนจริงก็ฟ้องร้องมาจะพิจารณาให้ มหาเถรฯเองกำลังยกร่าง กฎข้อแนะนำสงฆ์เกี่ยวกับการถือครองที่ดิน และกรมการศาสนาจะเสนอให้รับรองในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยไม่ขัดต่อทางโลกด้วย จึงทำรวดเร็วไม่ได้ และหวังจะแก้ปัญหาโดยรวม ที่จะทำให้องค์กรคณะสงฆ์ต้องล่ม ไม่ใช่เฉพาะกรณีธรรมกายเท่านั้น ส่วนจะยุติเรื่องนี้ได้ไม่ใช่จะอยู่ที่กฎหมายอย่างเดียว แต่อยู่ที่คนปฏิบัติด้วย จะยอมทำตามหรือไม่

ม.ล.จิตติ นพวงศ์ ศิษย์ผู้ใกล้ชิด สมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยต่อว่า หากการประชุมมหาเถรฯในนัดหน้า จะมีคณะกรรมการมหาเถรฯ รูปไม่เข้าร่วมประชุม ก็เป็นเรื่องที่ดีจะได้ทราบกันว่า ปัญหานี้จะไม่รับจัดการ และจะได้รู้ว่าใครเป็นพวกวัดพระธรรมกาย หรือจะเป็นพวกที่ ปกป้องศาสนาพุทธ

สำหรับกรณีที่มีมือมืด ได้จัดส่งเอกสารสนับสนุนวัดพระธรรมกายโดยระบุว่า ลายพระหัตถ ์ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นการกรรโชกทรัพย์ และถือว่ามีความผิดต้องอาบัติว่า วัดพระธรรมกายได้ยอมรับแต่ต้นแล้วในเรื่องที่ดิน เพราะไม่ได้ออกมาปฏิเสธ แต่กลับอ้างว่าไม่มีเงินโอน ซึ่งหากจะดำเนินการจริงๆก็เสียค่าธรรมเนียมแปลงละ 75 บาทเท่านั้น ส่วนกรณีที่ระบุว่าลายพระหัตถ์เป็นของปลอมนั้น ความเป็นจริงพระผู้ใหญ่จะไม่ทรงงานเองอยู่แล้ว แต่จะทรงมอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งเชี่ยวชาญงานเรื่องนั้นๆไปดำเนินการ แล้วพระองค์จะตรวจทานทุกครั้ง

นอกจากนี้ม.ล.จิตติยังได้กล่าวถึงนายอาคม กล่าวว่าสมเด็จพระสังฆราชไม่ควรลงมาเล่นทุกเรื่องว่า เป็นการพูดที่ไม่สมควร ถือเป็นการล่วงเกินสมเด็จพระสังฆราช ผิดมารยาทที่สุดในโลก คนจะโง่หรือฉลาดเมื่อพูดออกมาแล้วเท่านั้นถึงจะรู้

กรมศาสนาเก็บงำลายพระหัตถ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัญหาสำคัญอีกประการในการแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกาย คือการทำงานของกรมการศาสนา ล่าสุดได้พบหลักฐาน การเก็บเงียบลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราชอย่างชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมาได้มีการเผยแพร่ ลายพระหัตถ์ที่ระบุว่า นายไชยบูลย์ เป็นพระปลอม ต้องปาราชิกเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่า เมื่อกรมการศาสนา ได้รับลายพระหัตถ์ก็เก็บเงียบ โดยเฉพาะไม่ได้มีการเสนอนายอาคม ทำให้นายอาคม ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เชื่อจะเป็นของสมเด็จพระสังฆราช และศิษย์ห้องกระจกน่าจะทำขึ้นมา นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนาเอง ก็ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ทราบเรื่องเพราะไม่เห็น

จากนั้นในวันที่ 30 เม.ย.นายพิภพให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าเพิ่งได้รับลายพระหัตถ์ตอนเช้านี้เอง จากพระราชรัตนมงคล เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช และยืนยันไม่ได้รับในวันที่ 29 เม.ย.เหมือนกับที่เป็นข่าว

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวาระพิเศษเกี่ยวกับปัญหาวัดพระธรรมกาย กรมการศาสนา ได้รายงานขั้นตอนการดำเนินงาน ในเอกสารหมายเลข 2 โดยกล่าวถึงลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราชไว้ด้วย โดยระบุชัดว่าพระราชรัตนมงคล ผู้ปฏิบัตหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ส่งลายพระหัตถ์มาให้ และกรมได้รับในวันที่ 29 เม.ย. และยังนำไปถวาย พระพรหมโมลีในวันนั้นด้วย

อาคม"ปรับตัวถูกชยันโต

รายงานข่าวจากคณะทำงาน ของนายอาคมเปิดเผยว่าคณะทำงานได้ประชุมเมื่อวันที่ 4 พ.ค.หลังจาก มีการนำปัญหาธรรมกายเข้าครม. เนื่องจากที่ผ่านมานายอาคมตั้งใจแก้ปัญหา ธรรมกายมาตลอด แต่ระยะหลังถูกโจมตีอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อมีการให้สัมภาษณ์เรื่องลายพระหัตถ์ว่าไม่น่าจะเป็นของจริง

สำหรับท่าทีที่ออกมาคือต่อไปนี้ จะต้องดำเนินการตามพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช และกรมการศาสนาต้องมีท่าทีเชิงรุกมากขึ้น ต้องให้มีการประชุมมหาเถรฯในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เพื่อให้ลายพระหัตถ์มีผล โดยยึดมติครม. 3 ข้อเป็นหลักคือให้ดำเนินการ ตามบัญชาสมเด็จพระสังฆราชและมหาเถรฯ ,ให้สนองงานมหาเถรฯ และให้กระทรวงมหาดไทย อำนวยความสะดวก ดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้ได้ นอกจากนั้น คณะทำงานยังวิเคราะห์ต่อไปด้วยว่า ถ้ากรณีธรรมกายถ้าไม่มีเจ้าอาวาสแล้วอะไรจะเกิดขึ้น มีผลอย่างไร รวมถึง หากเจ้าอาวาสยังอยู่จะมีผลอย่างไร

ส.ส.ปชป.เคยเตือนอาคมแล้ว

นายอำนวย สุวรรณคีรี ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการการศาสนาเปิดเผยว่า ตนเคยเตือนนายอาคมไปแล้วว่าอย่าเชื่อใครมากเกินไป เพราะที่ผ่านมาปัญหาธรรมกาย ยืดเยื้อ เนื่องจากระบบการทำงานที่ไม่มีประสทธิภาพ อ่อนแอมาตลอด และต้องมาพิจารณาในแง่โครงสร้างกันให้ชัด โดยคงไม่ใช่เป็นการมอง ถึงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการมองในภาพรวมทั้งหมดมากกว่า

ปัญหาธรรมกายนี้ ต้องมีทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมาจากหลาย ๆ ฝ่าย เพื่อเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะถ้าระดับนโยบาย รวมถึงมหาเถรฯได้ข้อมูลถูกต้องแล้ว ก็ตัดสินใจกันได้ง่าย เมื่อหมดปัญหานี้ก็ต้องมีการปรับโครงสร้างกันใหม่ ให้สามารถรองรับ การทำงานของมหาเถรฯได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงในอนาคตจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมขึ้น เพราะพิสูจน์แล้วว่า โครงสร้างที่เป็นอย ู่ในขณะนี้แก้ปัญหาได้ไม่ทันท่วงที เพราะที่ผ่านมาผมเองเคยเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้ง ท่านจะมีพระบัญชาที่แสดงความต้องการ ให้แก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน แต่ทว่าหลังจากเข้าเฝ้าทุกอย่างก็เงียบหาย ดูเหมือน ประสบปัญหา ความยืดเยื้อตลอดมา"

ทางด้านพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ปัญหาธรรมกายนี้ในส่วนเจ้าคณะจังหวัดไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเรื่อง ได้ขึ้นไปถึงพระพรหมโมลีเจ้าคณะภาค 1 แล้ว สูงกว่าเจ้าคณะจังหวัด อย่างไรก็ตาม อาตมาได้มีความคิดอยู่ในใจแล้ว เมื่อมหาเถรฯมีมติออกมา ก็จะดำเนินการได้ตามมติมหาเถรฯ

นายวิเชียร รัตนะพีระพงศ์ อธิบดีกรมที่ดินกล่าวว่า หากไม่มีเหตุผลชี้แจงทำไมเจ้าอาวาสถึงถือครองที่ดินแทนวัด กรมที่ดิน ไม่สามารถลดค่าโอนที่ดินได้เหลือแปลงละ 75 บาท ต้องคิดอัตราปกติ

แฉสร้างอิทธิพลนานาชาติ

นายพีรพล เตชวัชรพงศ์ อาจารย์บรรยายพิเศษ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่าวัดพระธรรมกาย พยายามดิ้นรนเพื่อขยายตัวไปต่างประเทศ และจะทำให้ใครจัดการไม่ได้ โดยมีหลักฐาน จากกรณีที่วัดเชิญชวนให้ผู้ที่ไปร่วมงานบุญของวัดในวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ร่วมลงชื่อสนับสนุน การปลูกฝังวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพ ตามมติขององค์การสหประชาชาติ เป็นที่น่าสังเกตุว่าคำบรรยายภาษาอังกฤษ ในเอกสารที่ให้ร่วมลงชื่อมีการระบุชื่อของนายไชยบูลย์ ในฐานะประธานมูลนิธิ ผู้ที่ร่วมลงชื่อซึ่งคงมีไม่น้อยที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกก็ดีใจได้ปลื้ม ถ้าในวันนั้น มีผู้มาร่วมงานกันเป็นแสนคนจริง ก็สันนิษฐานได้ว่าคงมีการกรอกเอกสารลงชื่อเป็นหมื่นๆแผ่น ท้ายที่สุดก็จะรวมชื่อเหล่านี้ ไปที่องค์การสหประชาชาติในนามนายไชยบูลย์

นั่นหมายความว่า มูลนิธิธรรมกายนอกจากจะเป็นฐานให้ธัมมชโยในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นฐานในองค์กรระดับโลกด้วย กลายเป็นว่าองค์กรโลก มองเมืองไทยก็จะมองภาพของธัมมชโย ต่างชาติจะคิดว่าเมื่อมีการเคลื่อนไหว กิจกรรมระดับโลกคณะสงฆ์ไทยไม่รู้เรื่องเลย กลายเป็นว่ารู้จักมูลนิธิธรรมกาย และธัมมชโย น่าเป็นห่วง เพราะหากกระจาย เป็นวงกว้างแล้วใครจะเป็นผู้แก้ปัญหา เฉพาะในประเทศไทยเองก็ยังโต้เถียงกันไม่ยุติ หากเกิดชมรมธรรมกาย ขึ้นทั่วโลกใครจะเป็นคนไปทำความเข้าใจ วัดเคยวางแผน เข้าไปนั่งในองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) แต่ทางพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ส่งนายแผน รัตนเมธี เข้าแข่งขันและชนะ ลองคิดด ูถ้าได้เป็นประธานองค์กรระดับโลกอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อพลาดตรงนี้ จึงพยายามเข้าไปมีบทบาทในองค์การสหประชาชาติแทน ต่อไปถ้าเขาแพ้ในเมืองไทย ก็จะพยายามดึงองค์กรข้างนอกมาช่วย ตรงนี้ร้ายกาจ"

ส่วนกรณีที่นายอาคม ระบุว่าการจัดการกับธัมมชโยต้องรอฟังมติมหาเถรสมาคมในวันที่ 10 พ.ค.ก่อน นายพีรพลกล่าวว่า เป็นการพูด อย่างไม่มีความรู้ เพราะการปราชิกไม่จำเป็นต้องรอฟังมติว่าใครจะชี้ว่าปราชิกหรือไม่ การปาราชิกเป็นไปโดยอัตโนมัติ อย่าไปใช้คำว่าสึก เพราะการสึกใช้กับผู้ที่เป็นพระ แต่คนที่ไม่ได้เป็นพระแล้วจะต้องไปสึกทำไม ต้องใช้คำว่าจับเปลื้องผ้าเหลือง ถ้าไม่ยอมก็บังคับด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208

เรียกไชยบูลย์"แว่น"

ด้านพระอดิศักดิ์ วิริยสักโก อดีตเหรัญญิกวัดพระธรรมกายเปิดเผยว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงมีลายพระหัตถ์ออกมาด้วยความสุขุมรอบคอบ เป็นผู้ที่ดำรงมั่นด้วยสติ สำหรับผู้ที่มีสามัญสำนึก หรือผู้ที่ไม่ใช่คนบ้า ไม่ได้แกล้งโง่ เมื่อเห็นลายพระหัตถ์ก็แทบไม่ต้องวิเคราะห์แล้ว เพราะได้มีพระวินิจฉัยตัดสินไปแล้วจะมาต่อรองกันไม่ได้ ใครต้องปาราชิกนั้นเชื่อว่าเจ้าตัวรู้ดีนายไชยบูลย์กับพระเผด็จ ทัตตชีโวทำให้วงการสงฆ์แตกแยกมานานแล้วยกตัวเองเป็นผู้วิเศษ ขัดพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชเป็นกบฎซึ่งน่าจะยิ่งกว่าทำให้วงการสงฆ์แตกแยกอีก

"การประชุมมหาเถรฯนั้นจะมีการนำลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราชมาพิจารณาร่วมด้วย แต่จะมีมติออกมาอย่างไรก็ไม่มีความหมายมาแล้ว ถือว่ามีความผิดทางอาญาแน่นอน ปลอมตัวเป็นพระ เนื่องจากต้องปาราชิกไปแล้ว เป็นนายไชยบูลย์ หรือสมัยก่อนภาษาที่เพื่อนๆเรียกกันว่า ไชยบูลย์ หรือ แว่น"

ในวันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบช.น. ได้กล่าวถึงเรื่องที่มีใบปลิวสนับสนุนวัดพระธรรมกายและ ต่อต้านลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราชว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ใบปลิวนี้ไม่บังควรอย่างยิ่งเพราะอาจมีมูลความผิดฐานดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทได้ เพราะสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประมุขของฝ่ายสงฆ์ทั้งหมด เป็นที่เคารพบูชาของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ควรที่จะแสดงความคิดเห็นที่ต่อต้านไม่ว่าในทางใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าผู้กระทำผิดเป็นใคร แต่ได้สั่งการให้สืบสวนหาตัวแล้ว ขอเตือนผู้ที่กระทำหรือผู้ที่คิดจะต่อต้านสมเด็จพระสังฆราช ให้หยุดเสีย ถ้ามากระทำในเขต กทม.หรือเขตนครบาลที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่ จะถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด

พระอาการพระสังฆราช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คณะเหลืองรังสี วัดบวรนิเวศวิหารนั้นยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศรภ. รวมทั้งหน่วยปราบจลาจล สายตรวจ 191 มาปฏิบัติหน้าที่ให้การอารักขาสมเด็จพระสังฆราชเช่นเดิม โดยเมื่อเวลา 10.00 น. ได้เสด็จลงมาเสวยภัตตาหารนานกว่า 1 ชั่วโมงจากนั้นจึงเสด็จกลับขึ้นตำหนัก กระทั่งเวลา 13.00 น. น.พ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเชี่ยวชาญด้านปอดและหลอดลมได้เดินทางมาถวายการตรวจพระอาการ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.พ.สงครามกล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระอาการไข้ขึ้น วัดปรอทได้ 38 องศาเซลเซียส เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง และพระองค์ถูกละอองฝน แต่ก็ไม่มีอาการอย่างอื่นแทรกซ้อน คงมีแต่อาการหอบ มีพระกันสะในลำคอ ส่วนพระภาสะไม่มีอาการอักเสบแต่อย่างใด จึงถวายพระโอสถเป็นยาปฏิชีวนะ ซึ่งโดยหลักการรักษาจะต้องรักษาที่ต้นเหตุและโรคแทรกซ้อนเป็นหลัก การใช้ยานี้ก็เพื่อป้องกันไวรัสและแบคทีเรีย