Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 26/3/2542

ยันมหาเถรฯยังไม่ตัดสินวัดธรรมกาย

ปัญหาธรรมกายพิลก สภามหาวิทยาลัยสงฆ์ระบุชัดชาวพุทธอย่าถูกชักจูงจนหลงประเด็น ที่แท้มติมหาเถรฯไม่เคยมีคำตัดสินปัญหานี้เลย เพียงแต่เจ้าคณะภาค 1 ใช้อำนาจพระปกครองให้มหาเถรฯเห็นชอบตามที่ตัวเองเสนอเท่านั้น เรื่องยังไม่ยุต ิเปิดช่องให้ฟ้องร้องตามกฎพระพิจารณากล่าวโทษ "ธัมมชโย" ถึงขั้นจับสึกข้อหาอวดวิเศษได้อีก กรรมาธิการศาสนาฯ ขานรับทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น แจกหนังสือประวัติวัดฉาวใช้คนสนิทเข้าหาเศรษฐีที่ดิน "วรณี สุนทรเวช" กล่อมให้ยกที่ดินให้ อ้างขนาดนั่งสมาธิเห็นชื่อ "วัดวรณีฯ" พอยกให้เสร็จ ก็ดัดหลัง เปลี่ยนชื่อเป็นธรรมกาย

ท่ามกลางปัญหาความสับสน กรณีธรรมกาย ที่มีการเข้าใจว่ามหาเถรสมาคมตัดสินปัญหาเป็นที่สุดแล้ว โดยยึดตามแนวทาง ที่พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 เสนอ 4 ข้อ โดยเพียงให้วัดพระธรรมกาย แก้ไขด้วยการเรียนพระอภิธรรม, การตั้งสำนักวิปัสสนา,การปฏิบัติตามมติมหาเถรฯ,ยึดมั่นในพระธรรมวินัยนั้น

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พระศรีปริยัติโมลี รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหากรณีธรรมกาย ที่มีการเข้าใจมหาเถรฯ ตัดสินแบบไม่ครบทุกประเด็นนั้น ต้องอธิบายให้เข้าใจว่า มหาเถรฯ ยังไม่ได้ตัดสินปัญหาใด ๆ เลย เป็นเพียงรับทราบ ตามที่พระพรหมโมลีเสนอ เป็นไปในลักษณะ ของการใช้อำนาจการปกครองสงฆ์ ของเจ้าคณะภาค 1 ที่พระพรหมโมล ีเป็นผู้ปกครอง วัดพระธรรมกาย โดยตำแหน่ง จึงใช้อำนาจ ตามที่ได้รับจัดการกรณีวัดพระธรรมกายลงไป

ส่วนเรื่องการพิจารณากล่าวโทษ และจะนำไปสู่กระบวนการตัดสินอย่างแท้จริง อาทิ การอวดอุตริมนุสธรรม ที่ถึงขั้นต้องจับสึก ขณะนี้ยังไม่มีโจทก์ยื่นเรื่องฟ้อง หากต้องการให้มีการดำเนินการต้องมีโจทก์ฟ้องร้องเข้ามา ซึ่งจะเป็นชาวพุทธคนใดก็ได้ โดยจะต้องนำหลักฐานเสนอ หรือสำหรับกรณีสีกา ต้องมีโจทก์ที่เป็นผู้เสียหาย มาฟ้องร้อง อาทิ ตัวสีกาหรือเป็นสามี สรุปว่ากรณีวัดพระธรรมกาย ยังไม่มีการตัดสินจากมหาเถรสมาคม แต่เป็นการใช้อำนาจ ทางการปกครองของเจ้าคณะภาค 1 เท่านั้นอย่าหลงประเด็น จากสิ่งที่มีการให้สัมภาษณ์มา

ในวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการประชุม สภามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและได้มีการพูดถึง ปัญหากรณีธรรมกายในหมู่กรรมการสภาด้วย โดยทั้งหมดกล่าวตรงกันว่า ยังไม่มีการพิจารณาสอบสวนเลย มีแต่พระพรหมโมลีใช้อำนาจ ในฐานะพระปกครองเสนอแนะเข้ามหาเถรฯ เท่านั้นทุกอย่าง จึงยังไม่ยุติ หากมีเจ้าทุกข์มาฟ้องร้องกล่าวโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สมาคมศิษย์เก่ามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ ได้แจกจ่ายหนังสือเฉพาะกิจ "เจาะลึก ที่มาวัดพระธรรมกาย" ที่กล่าวถึงประวัติความไม่ชอบ มาพากล ของการก่อตั้งวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะการได้รับบริจาคที่ดินจาก นางสาววรณี สุนทรเวช บุตรสาวของคุณหญิงแพทยวงศา วิสุทธาธิบดี จำนวน 196 ไร่ โดยผู้เขียนเป็นบุคคล ที่รู้จักกับนางสาววรณี และใช้นามปากกาว่า "พุทธมามิกา"

เนื้อหาของหนังสือดังกล่าว ระบุว่า การ ที่นางสาววรณีบริจาคที่ดินนั้น เนื่องจากได้มีสาวกสนิท ของวัดพระธรรมกาย เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง รู้จักกับนางสาววรณี และรู้ว่ามีที่ดิน 196 ไร่ จึงได้เข้าไปตีสนิท โดยอ้างว่าสามีไปมีภรรยาน้อยที่เป็นน้องสาวตนเอง จึงทำให้นางสาววรณีสงสาร และเข้านอกออกในบ้านได้ จนสนิทใจ จากนั้นสีกาสนิทคนนี้ ก็ได้บรรยายความวิเศษ ของกลุ่มแกนนำ การก่อตั้งวัดพระธรรมกาย โดยกล่าวว่า มีการนั่งสมาธ ิและเห็นชื่อวัดใช้ชื่อวัดวรณีฯอยู่ในสมาธิ

จากนั้นได้มีการฝึกนั่งสมาธิ ที่โรงเรียนดาราคามที่นางสาววรณีเป็นผู้อำนวยการจนสร้างความเลื่อมใส ในที่สุดก็ได้รับบริจาคที่ดิน โดยนางสาววรณี ได้ออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง อาทิ แบบแปลนสร้างโบสถ์ในราคา 4 หมื่นบาท การสร้างบ้าน 1 หลังใกล้ ๆ สถานที่สร้างวัด เพื่อให้แกนนำของบุคคลเหล่าน ี้ไปพักอาศัย และนางสาววรณียังจ่ายเงินให้อีก 1 หมื่นบาททุกเดือน ให้กับคนที่ไปคุมงานก่อสร้างวัดด้วย นางสาววรณ ียังปวารณาตัวว่า หากได้รับเงินชดเชยจากการเวนคืนที่ดิน หลังโรงพยาบาลกลางจำนวน 18 ล้านบาทแล้วจะยกเงินจำนวนนี้ให้สร้างวัด

ขณะเดียวกัน เมื่อมีข่าวนางสาววรณียกที่ดินให้สร้างวัดพระธรรมกาย คุณหญิงดิฐการภักดี ที่ปฏิบัติธรรมอยู่สำนักวัดมหาธาตุ ได้มาติดต่อแกนนำวัด เพื่อจะรวมเอา สำนักงานปฏิบัติธรรม วัดมหาธาตุมาไว้ที่เดียวกัน เพราะสถานที่กว้างขวาง และบรรยากาศก็เหมาะ แต่ถูกกีดกัน โดยกล่าวว่าวัดนี้ จะปฏิบัติชั้นสูง เป็นคนละแนวกับวัดมหาธาตุ

ระยะแรก ได้มีการติดป้าย ของสถานที่สร้างวัดว่าเป็นวัดวรณีธรรมกายาราม แต่ปรากฏว่าต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระธรรมกาย โดยกีดกัน นางสาววรณีออกไป โดยผู้เขียน ได้พบกับนางสาววรณ ีและสอบถามความจริง ก็รู้ว่าได้แยกตัวออกมาแล้ว ในพิธีวางศิลาฤกษ์จะเดินทาง ไปร่วมงานยังถูกกีดกัน ไม่ให้เข้าไปในพิธี เงิน 18 ล้านบาท ที่นางสาววรณ ีเคยจะยกให้สร้างวัด ก็นำไปสร้าง อาคารปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ และอีกส่วนนำไปสร้างโรงเรียน ให้ตำรวจตระเวนชายแดน ที่กาญจนบุรี 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวิเศษกุล และโรงเรียนสุนทรเวชอันเป็นชื่อสกุลของมารดาและบิดา

ก่อนหน้านี้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย ญาติผู้น้องของนางสาว วรณีเคยให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่วัดพระธรรมกาย ไม่ยอมเชิญนางสาววรณีไปงานวางศิลาฤกษ์ และเปลี่ยนชื่อวัดจากเดิมที่ใช้ชื่อว่าวัดวรณีธรรมกายารามเป็นวัดพระธรรมกาย เพราะวัดเข้าใจผิดว่านางสาววรณีจะนำเงินไปบริจาคให้หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง เลยโกรธ ที่เอาเงินไปบริจาคที่อื่น

ส่วนนายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ โฆษกกรรมาธิการการศาสนา กล่าวในรายการ "เพื่อบ้านเพื่อเมือง" ว่าปัญหาธรรมกาย น่าเสียดายว่า มหาเถรฯไม่ได้มีการเรียกกรรมาธิการ เข้าไปให้ข้อมูล รวมถึงการตรวจสอบ ของกรรมาธิการ ก็พยายามที่จะเชิญวัดมาให้ข้อมูล แต่ก็ไม่มา และมีข้ออ้างมากมาย อย่างเช่น ประธานกรรมาธิการฯ เป็นมุสลิม หรืออ้างว่าไปเปิดเผยข้อมูลก่อนบ้าง ทำให้เกิดความสับสน

"ผมเป็นชาวพุทธ มีความเคารพมหาเถรฯ การวินิจฉัยออกมาในรูปแบบใด ต้องเคารพ แต่ถามว่าสิ่งที่เรายังสงสัย ยังค้างคาใจอยู่มันจะหมดไป จากหัวใจหรือไม่ ต้องแยกกันให้ออก มันยังมีประเด็นที่สงสัยอยู่ ก็เป็นสิทธิของกรรมาธิการ โดยเฉพาะผู้ยื่นญัตติ ต้องสอบถาม และขอให้กรรมาธิการดำเนินการต่อไป ปัญหาวัดพระธรรมกาย มองยังไงก็ยังไม่จบ จริงๆแล้วเริ่มต้นมานาน แต่ครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ เมื่อข้องใจสงสัย ก็จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปไม่จบสิ้น"

ทางด้าน นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษา ธิการกล่าวว่า หากมติมหาเถรฯ ที่ออกมา ทำให้กรรมาธิการการศาสนาบางคน ไม่ถูกใจก็อาจยื่นฟ้อง ร้องได้ ในฐานะชาวพุทธ เพราะเปิดโอกาส ให้ดำเนินการได้ภายใต้กฎนิคหกรรม แต่คงไม่สามารถฟ้องร้อง ในฐานะกรรมาธิการได้ เพราะมีหน้าที่ ศึกษาข้อมูลเท่านั้น หน้าที่ต่อไปของตนคือการติดตามว่าวัดพระธรรมกาย
ปฏิบัติตามข้อเสนอ 4 ข้อของพระพรหมโมลีหรือไม่ อาทิ การสอนนิพพาน เป็นอัตตา การเรี่ยไรนอกวัด การอวดอภินิหาร หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัด จะโอนที่ดินให้กับวัดหรือไม่ เพราะพระ ไม่ควรมีทรัพย์สิน คงต้องให้เวลาวัด 30 วันในการปรับปรุงตัว และถ้าครบวันที่ 22 เม.ย.วัดไม่ทำตามมติมหาเถรฯ ตนจะกราบเจ้าคณะภาค 1 เพื่อสอบถามดู

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมานายอาคมกล่าวว่า ยังได้ประสานงานกับ พล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์ แก‰ว ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 โดยได้รับแจ้งว่า ตำรวจภาค 1 พยายามหาหลักฐานวัดพระธรรมกาย แต่ยังไม่เพียงพอ จะดำเนินการได้ หากใครมีข้อมูล สามารถส่งไปได้. .