Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 9/12/2541

เตรียมชี้พระธรรมกายขัดศาสนาหรือไม่

กรมศาสนา สรุปข้อมูลวัดพระธรรมกายเสร็จแล้ว เตรียมให้มหาเถรฯชี้ขาดว่าคำสอนของวัดขัดหลักศาสนา-ทำหน้าที่สมบูรณ์หรือไม่ หลวงพ่อปัญญาเทศน์ที่ธรรมกายอ้างนิพพานมีตัวตน ขัดกับหลักศาสนาชัดเจน ไม่ใช่คำสอนพระพุทธเจ้า ส่วนหลวงพ่อประยุทธระบุการแสดงธรรมผิดเพี้ยนด้วยการอำพรางหลักฐานถือว่าทำลายศาสนา ย้ำธรรมกายมีส่วนดีตรงที่แนวทางการสอน เอาจริงเอาจัง แต่แก่นแท้ผิด ถือเป็นเรื่องใหญ่ สงครามศาสนาก็เกิดด้วยปัญหานี้ "ชวน" ขอให้มหาเถรฯตัดสิน ยืนยันไม่เชื่อปาฏิหารย์
อาคม ขอให้มหาเถรฯตัดสินปัญหาธรรมกายใน 2 ประเด็น คำสอนของวัดขัดหลักศาสนา-ทำหน้าที่สมบูรณ์หรือไม่ ต้องแก้ไขอย่างไร หลวงพ่อปัญญาเทศน์ที่ธรรมกายอ้างนิพพานมีตัวตน ขัดกับหลักศาสนาชัดเจน ส่วนหลวงพ่อประยุทธระบุการแสดงธรรมผิดเพี้ยนด้วยการอำพรางหลักฐานถือว่าทำลายศาสนา ย้ำธรรมกายมีส่วนดีตรงที่แนวทางการสอน เอาจริงเอาจัง แต่แก่นแท้ผิด ถือเป็นเรื่องใหญ่ ขนาดสงครามศาสนาก็เกิดด้วยปัญหานี้ "ชวน" ขอให้มหาเถรฯตัดสิน ยืนยันไม่เชื่อปาฏิหารย์
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมานายอาคม เอ่งฉ้วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่ากรมการศาสนารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายเสร็จแล้ว โดยเฉพาะเรื่องรายรับรายจ่าย และพร้อมจะเสนอต่อมหาเถรสมาคมในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ จากข้อมูลที่รวบรวมมามีทั้งผู้ที่แสดงความเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของวัด ทั้งการเผยแผ่คำสอนและการทำบุญ นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่า มีอาจารย์จากสถาบันราชภัฎ 2 คนรวบรวมรายชื่อลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่เห็นด้วยกับการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์กว่า 13,000 คน ส่งมาให้ตน ส่วนศูนย์โฮปไลน์ของกรมการศาสนา มีผู้โทรศัพท์มาเห็นด้วย 134 ราย และคัดค้าน 40 ราย
หากมหาเถรสมาคมมีมีติเช่นไร ทุกคนควรปฏิบัติตามและยุติการวิจารณ์เรื่องต่าง ๆ ประเด็นที่อยากให้มหาเถรฯพิจารณาคือสิ่งที่วัดเผยแผ่ขัดต่อหลักศาสนาหรือไม่ และวัดทำหน้าที่สมบูรณ์หรือไม่ มีจุดใดต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งมหาเถรฯต้องตัดสิน ส่วนเรื่องการบริจาคของวัดก็แล้วแต่คนจะพูดเพราะการทำบุญเป็นเรื่องศรัทธา พระพุทธเจ้าให้เดินสายกลาง ทำแล้วต้องไม่เดือดร้อน แต่การทำมากทำน้อยจะกล่าวหาวัดไม่ได้ หรือแม้แต่คนที่มีเงินเป็นร้อยล้านบาท แล้วแบ่งทำบุญส่วนหนึ่งก็กล่าวหาไม่ได้เช่นกัน
ขณะเดียวกันพระนักปราชญ์หลายรูปของเมืองไทย ได้ออกมากล่าวเหมือนกันว่าคำสอนของวัดพระธรรมกายผิดเพี้ยนที่ระบุว่านิพพานเป็นอัตตา หรือมีตัวตน ซึ่งขัดกับหลักศาสนาพุทธที่ว่านิพพานเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนหรือเป็นอนัตตา โดยพระธรรมโกศาจารย์หรือหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ แห่งวัดชลประทาน กล่าวว่าการสอนนิพพานเป็นอัตตา ถือเป็นมิจฉาทิฐิ ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสไว้ว่านิพพานเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน
"สัพเพ ธรรมมา อนัตตา ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา ซึ่งคำว่าธรรมทั้งหลายรวมถึงนิพพานด้วย และพระพุทธเจ้ายังทรงแสดงธรรมได้ว่า สังขารทั้งหลายเป็นอนิจจัง สังขารเป็นทุกข์ และธรรมทั้งหบายก็เป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตน การที่ไปสอนว่านิพพานเป็นตัวตน เป็นอัตตาถือว่าผิด สอนกันโง่ ๆ เป็นลัทธิโง่ ๆ ให้คนเข้าใจผิด"
ส่วนพระธรรมปิฎก(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) พระนักปราชญ์อีกรูปที่ให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวมาตลอด โดยได้มีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือ "นิพาน อนัตตา" เนื้อหาเกี่ยวกับลคำสอนเรื่องนี้โดยเฉพาะ หนังสือดังกล่าวยืนยันว่าในพระไตรปิฎก และพระอรรถกถา หรือคัมภีร์ระดับสูง ระบุว่านิพานเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน และไม่เคยมีการระบุว่านิพานเป็นอัตตา หรือมีตัวตน ที่ผ่านมาเกิดปัญหาการตีความพระไตรปิฎกและเอาความเห็นใส่ลงไปว่า นิพพานมีตัวตน รวมถึงมีการอ้างว่ารู้เอง ปฏิบัติเองในเรื่องดังกล่าวด้วย
การแสดงธรรมให้ผิดเพี้ยนด้วยการวิธีบิดเบือนอำพรางหลักฐาน พระธรรมปิฎกใช้คำพูดว่าเป็นการทำลายพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง ยิ่งกว่าพฤติการณ์ของบุคคลบางกลุ่มบางคณะที่มัวหมองวุนวายเสียอีก เพราะเป็นการทำลายถึงรากเหง้าของพระพุทธศาสนาหรือเป็นการลบล้างพระพุทธศาสนาออกไปเลย เรียกว่าเป็นการทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ร้ายแรงกว่าการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย ที่เป็นเพียงการทำสกปรกเรอะเปื้อนแก่พระศาสนา ซึ่งสามารถชำระล้างออกไปได้
นอกจากนั้น พระประยุทธ์ยังเคยกล่าวถึงวัดพระธรรมกายในวาระอื่น และได้มีการยกขึ้นมาใช้ในงานวิจัยเรื่อง "สาสนทัศน์ของชุมชนเมืองสมัยใหม่ ศึกษากรณีวัดพระธรรมกาย" โดยดร.อภิญญา เฟื่องฟูสกุลด้วยว่า วัดพระธรรมกายถ้าพูดในแง่ศีลธรรม สอนได้ดี สอนมงคลสูตร สอนเรื่องความดีงาม สุภาพอ่อนน้อม สะอาดเรียบร้อย เอาจริงเอาจังในหน้าที่ การละเว้นอบายมุขเป็นเรื่องดีทั้งนั้น
แต่จะจำกัดแค่นั้นมันไม่พอ เพราะเรื่องพุทธศาสนา จะต้องพิจารณาเรื่องตัวทิฐิ(หรือความเห็น)ด้วย
ความแตกต่าง ระดับทิฐินั้นบางทีรุนแรงยิ่งกว่าระดับความประพฤติ สงครามศาสนาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องทิฐิ เรื่องทิฐิจึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นแก่นเป็นตัวการของกลุ่ม ศีลธรรมเป็นแค่องค์ประกอบหลัก เรื่องพุทธศาสนาจึงต้องดูที่หลักการ เพราะเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดในระยะยาว
ส่วนพระธรรมรัตนโนภาส เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรวิหารและเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช(ธรรมยุต) กล่าวว่าการก่อสร้างถาวรวัตถุของวัดพระธรรมกายไม่ถูกต้อง ผิดหลักพุทธศาสนา ที่สอนให้ดับทุกข์ ไม่ทำบุญเกินขอบเขตจนหมดตัว การชักชวนโฆษณาใหญ่โตให้คนทำบุญถือว่าไม่เหมาะสม
กรมศาสนาและเถรสมาคมต้องรับผิดชอบกรณีปัญหาวัดพระธรรมกาย ไม่ใช่เฉพาะเจ้าคณะภาคเพียงองค์เดียว และน่าจะมีการตรวจสอบตั้งแต่ต้น เพราะขณะนี้จะเข้าไปยับยั้งยุติการก่อสร้างคงลำบาก และจะต้องตรวจสอบเรื่องรายได้ของวัด ในอดีตตั้งแต่สมัยพุทธกาลการสร้างถาวรวัตถุหรือที่พักสงฆ์จะสร้างแบบเล็ก ๆ การสร้างใหญ่โตค่าใช้จ่ายจะเป็นภาระแก่ประชาชน ไม่สมควร แต่ในส่วนการปฏิบัติธรรมและการสอนของวัดธรรมกายมีส่วนดีไม่น้อย พระสอบเปรียญธรรมได้จำนวนมาก เพียงแต่เรื่องถาวรวัตถุไม่เหมาะสม ส่วนการอวดอ้างปาฏิหารย์ พระพุทธเจ้าไม่ทรงยกย่องสรรเสริญ การนำปาฏิหารย์มาโฆษณานั้นจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
วันเดียวกันนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าปัญหาวัดพระธรรมกายกรมการศาสนาดูแลอยู่ และจะเป็นผู้เสนอให้มหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ เชื่อว่าท่านมีความรู้และเป็นธรรม ควรวางใจ ปกติการทำงานของมหาเถรสมาคมจะไม่ตัดสินโดยไม่มีการกล่าวหา และการวิจารณ์เรื่องนี้ควรทำในขอบเขตที่เหมาะสม อย่าวิจารณ์เลยเถิดทำให้ศาสนาเสียหาย
สำหรับการก่อสร้างเจดีย์ของวัดที่ใช้งบประมาณกว่า 7 หมื่นล้านบาท นายชวนกล่าวว่าตนไม่ทราบตัวเลขแท้จริง แต่แล้วแต่ศรัทธาของประชาชน พูดยากห้ามกันไม่ได้ ส่วนเรื่องปาฎิหารย์นั้นนายชวนกล่าวว่าที่ผ่านมาตนเคยขอร้องสื่อมวลขนว่าอย่าให้เกิดความเชื่อในเรื่องไม่มีเหตุผล ถ้าบังเอิญเห็นอีแร้งบินผ่านทำเนียบฯก็อย่าถือว่าเป็นปาฏิหารย์ โดยให้คิดเป็นวิทยาศาสตร์และให้คนคิดด้วยเหตุด้วยผล