Make your own free website on Tripod.com

เดลินิวส์ 10/3/2542

สังฆราชทรงบัญชาชำระวัดธรรมกาย รับสั่งชวนชง'ข้อมูล'มหาเถรฯ'

สมเด็จพระสังฆราชมีบัญชายุติปัญหาธรรมกายปล่อยไว้เป็นอันตรายใหญ่หลวง ทรงให้นำข้อมูลทุกด้าน มาชี้ขาดทั้งคดีโลก-ทางธรรม ปัญหาใดไม่ยุติจะใช้เสียงข้างมากมหาเถรฯตัดสินทันที หลัง "ชวน" แสดงตัวชัดเจนจะลงมาจัดการ ขนาดติดต่อขอเข้า เฝ้าเป็นการด่วนกลางดึกส่ง 2 รมช.ศึกษาธิการลุยงานนี้ "ธัมมชโย" ร่อแร่ มีทั้งข้อมูลลับเรื่องสีกา การตุ๋นบุญ อวดวิเศษต้องจับสึก พ่วงคดีอาญา ขั้นติดคุก วัดฉาวยังเดินหน้าแจกทุนพระแสนรูป สุพรรณฯจะไปรับ 2,300 รูป พระอิสระมุนีเสนอปรับโครงสร้างตั้งกรรมการดูแลกิจกรรมพระ

มื่อวันที่ 9 มี.ค. เวลา 08.00 น. ที่วัดบวรนิเวศวิหาร นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจรวย หนูคง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอำนวย สุวรรณคีรี ประธานคณะทำงานกรรมาธิการการศาสนา เข้าเฝ้าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

นายชวน กล่าวภายหลังการเข้าเฝ้าว่าตนมากราบทูลถามเรื่องสุขภาพอนามัยของพระองค์ท่านฯ และการเสด็จกลับจากอินเดีย-เนปาล พร้อมถือโอกาสมาเยี่ยมและทูลถามเรื่องกรณีวัดพระธรรมกาย ว่าในส่วนของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้จะให้ช่วยอย่างไรขอได้รับสั่งมา สมเด็จฯรับสั่งหลายอย่างเช่นขอให้รัฐบาลดูแลในเรื่องข้อมูลต่าง ๆ ตนได้ทูลทรงทราบว่ารัฐบาล
ยินดีสนองพระเดชพระคุณรับใช้ หากมีพระประสงค์ให้ช่วย ด้วยมีความห่วงใยและต้องการที่จะให้เรื่องจบ
และทรงตรัสว่า คงจำเป็นต้องให้ทางรัฐบาลช่วยอย่างแน่นอนและทรงขอบใจที่รัฐบาลติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

"ผมได้กราบรายงานทรงทราบเรื่องนี้ระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่เมืองไทย รวมทั้งสื่อมวลชนที่เรียกร้องอะไรต่าง ๆ เนื่องจากมหาเถรสมาคมเป็นสถาบันหลัก พระผู้ใหญ่แต่ละท่านต้องถือว่าเป็นกลาง ที่ต้องมีความรอบคอบ การพิจารณาอะไรนั้นทรงใช้สติ ไม่ใช่ใช้อารมณ์ ดังนั้นต้องเชื่อมั่นในสถาบันที่ดูแล"

ผู้สื่อข่าวถาม กระแสข่าวเรื่องที่ทาง มหาเถรสมาคมไม่ยอมตัดสินหรือตัดสินก็อาจเอนเอียง เพราะ รับปัจจัยจากวัดพระธรรมกาย นายกฯ กล่าวตอบว่า ตนไม่เชื่อสิ่งเหล่านั้น สังคมเราก็กล่าวหากันได้ทั้งนั้น แม้กล่าวหาพระก็กล่าวหาได้

"ผมคิดว่า การแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องอารมณ์วูบวาบต่อกระแสวันต่อวัน พระผู้ใหญ่ท่านมีสติ การดำเนินการอะไรก็ไตร่ตรอง ไม่ใช่เอาข่าวลือมาแก้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยส่วนตัวไม่เชื่อเรื่องผลประโยชน์เชื่อว่าสมเด็จพระสังฆราช
เป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นต้องมีความเชื่อมั่นต่อสถาบัน"

นายชวนกล่าวอีกว่า ขั้นตอนการดำเนินการต่อไปจะให้นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาธิการที่รับผิดชอบ ดูแลเรื่องนี้ประสานกับทางมหาเถรสมาคมพร้อมทั้งการมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชอีกครั้ง

ด้านนายอำนวย เปิดเผยว่าการเดินทางมากราบนมัสการในครั้งนี้ ด้วยความห่วงใยสมเด็จพระสังฆราชต่อกรณีปัญหาวัดพระธรรมกาย และทรงรับสั่งให้นายกฯ ไปหารือกับพระราชาคณะที่เกี่ยวข้องโดยตรง ประกอบด้วยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม, สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ, พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 วัดยานนาวา เนื่องจากพระผู้ใหญ่เหล่านี้ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคมแล้ว หากมีการ พิจารณามติให้วัดพระธรรมกายแก้ไขเรื่องใดแต่วัดอ้างว่ายังติดขัด หรือทางวัดเพิกเฉยไม่ยอมแก้ไข สมเด็จพระสังฆราชทรงรับสั่งว่าจะนำเรื่องเหล่า นั้นเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคมโดยใช้เสียงข้างมากตัดสิน

ส่วนประเด็นในเรื่องพระธรรมวินัย นายอำนวยกล่าวว่ามหาเถรสมาคมสามารถวินิจฉัยได้แต่ยังต้องการข้อมูลเพิ่มจากรัฐบาล ทางกรรมาธิ การการศาสนาฯ ได้มอบข้อมูลให้หมดแล้วทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคล ก่อนที่จะวินิจฉัยเรื่อง นิพพานเป็นอัตตา ซึ่งพระผู้ใหญ่จะต้องมีความรอบคอบ จะไปหวือหวาอย่างฆราวาสไม่ได้

"สมเด็จสังฆราช ทรงกำชับว่าความผิดทางโลก,ความผิดทางกฎหมาย ขอให้ทางฝ่ายรัฐบาลดำเนินการอย่างชัดเจน พร้อมทั้งต้องระบุข้อมูลให้ด้วยว่าผิดตรงไหน ท่านนายกฯก็รับปากจะไปหารือกับรัฐมนตรีช่วยอาคม ที่ดูแลอยู่ และสั่งการให้มาเฝ้าพระสังฆราชเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมรับนโยบายว่ารัฐบาลต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อนำมาสู่การยุติปัญหาโดยเร็ว"

รายงานข่าวแจ้งว่าการพบปะครั้งนี้นายชวนติดต่อขอเข้าเฝ้าเป็นการด่วนกลางคืนวันที่ 8 มี.ค. และการเข้าเฝ้าครั้งนี้ได้มีการจัดทำเป็นบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากพระเลขานุ การของสมเด็จพระสังฆราชด้วย โดยเรียกว่า บันทึกพระปรารภของสมเด็จพระสังฆราช และมอบให้นายชวนหลังจากเข้าเฝ้าเสร็จ บันทึกดังกล่าวมีใจความว่าถึงแม้ทางคณะสงฆ์ มีความตั้งใจและปรารถนาจะดำเนินการแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดให้เรียบร้อยโดยเร็ว แต่คงทำอะไรไม่ได้มาก หากไม่ได้รับความร่วมมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากรัฐบาล นับเป็นโชคดีที่รัฐบาลชุดนี้มีสัมมาทิฐิ มีความจงรักภักดีต่อชาติ, ศาสน์, กษัตริย์ และเอาใจใส่งานคณะสงฆ์

สาระสำคัญที่สมเด็จพระสังฆราชทรงรับสั่งคือมหาเถรสมาคมไม่มีคน-เครื่องมือที่จะไปติดตามข้อมูล ก็ขอให้ทางรัฐบาลรวบรวมหลักฐานการกระทำผิดต่อทางบ้านเมืองและทางอาญา ให้ถวายหลักฐานโดยละเอียดกับทางมหาเถรฯ ด้วย ทางคณะสงฆ ์จะดำเนินการทางพระธรรมวินัย เกี่ยวกับคำสอนที่ผิดเพี้ยน เพราะถ้าหากปล่อย
ทิ้งระยะยาว จะเป็นเรื่องอันตรายที่ใหญ่หลวงนัก การแก้ต้องแก้ให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย
และพระไตรปิฎก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าเฝ้าครั้งนี้นายชวน ถวายหนังสือบันทึกงานพระบรมศพสมเด็จย่า รวมถึงธูปเทียนแพ และหนังสือ "กรณีธรรมกาย" ของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) ฉบับคัดย่ออีก 2 เล่มเล็กด้วย

นอกจากนั้นขณะที่นายชวนจะเดินทางกลับทำเนียบฯได้มีนางสาววรรณสม ภัคดีรณชิต อายุ 70 ปี ได้นำเหรียญพระพุทธมณฑลเฉลิมพระเกียรต ิและเหรียญหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ใส่กรอบเลี่ยมทองอย่างดีพร้อมสร้อยทอง มามอบให้กับนายชวน โดยกล่าวว่าที่นำพระมามอบให้ก็เพื่อให้เป็นกำลังใจให้กับนายกฯ ชวนในการทำงานอย่างจริงจัง เพราะมีความสนิทสนมและชื่นชมมาเป็นเวลานาน

สำหรับเอกสารหรือข้อมูลหลักฐานที่รัฐบาลมีในมือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะระบุโทษความผิด ของวัดพระธรรมกายและพระไชยบูลย์เจ้าอาวาสวัดได้กว้างขวางขึ้นกว่าการพิจารณาที่พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ดำเนินการอยู่ โดยจะมีทั้งด้านธรรมวินัยและด้านคดีอาญา เพราะเป็นการรวบรวมข้อมูลจากทั้ง กระทรวงศึกษาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) และกองบัญชาการตำรวจภาค 1

ก่อนหน้านี้มหาเถรสมาคมเพิ่งลงมติให้นำข้อมูลของกรรมาธิการการศาสนาฯ มาประกอบการพิจารณาปัญหาวัดพระธรรมกายด้วย ซึ่งเท่ากับการพิจารณาจะนำข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ในแง่ด้านธรรมวินัยจากข้อมูลทุกหน่วยจะทำให้พิจารณาโทษพระไชยบูลย์ถึงขั้นปาราชิก โดยขาดจากความเป็นสงฆ์ในหลายข้อหา ได้แก่การอวดอุตริมนุสธรรมหรือการอวดธรรมที่ไม่มีในตน, การเบี่ยงเบนหลักธรรมคำสอน รวมถึงไปการปาราชิกที่ไปพัวพันกับสีกาถึง 6 คน นอกจากนั้นยังมีความผิดในแง่ศาสนพิธีและศาสนวัตถุ

ส่วนในแง่คดีทางโลกพระไชยบูลย์ถูกกล่าวหาว่าต้องคดีอาญาในเรื่องหมิ่นพระบรม เดชานุภาพ และการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการระดมเงิน การจัดทำโครงการดูดบุญ แล้วไม่ได้ดำเนินการอาทิโครงการกัลปพฤกษ์,การถือครองที่ดินทั้งในส่วนตัวและมูลนิธิ, การเกี่ยวพันกับบริษัทธุรกิจ และการโฆษณาหลอกลวง, การได้มาซึ่งที่ดินป่าสงวน

นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชก็ได้เรียกตนและนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมช.ศึกษาธิการเข้าพบ ที่ทำเนียบรัฐบาล และได้มอบหมายให้ประสานงานอย่างใกล้ชิด กับมหาเถรสมาคมเพื่อรับสนองงานจากมหาเถรสมาคมในเรื่องต่าง ๆ และหากต้องการข้อมูลเรื่องใดเพิ่ม ก็ให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่เพื่อให้การแก้ปัญหาวัดพระธรรมกายบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว พร้อมกันนี้ยังย้ำให้ตน และนายสมศักดิ์ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชอีกเพื่อสนองงานตามพระประสงค์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนายชวนแจ้งให้รับทราบถึงการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชด้วย และพระราชทานแนวทางแก้ปัญหาว่าจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่รัฐบาลเป็นแรงผลักดัน และยังดีที่เหตุการณ์นี้เกิดในรัฐบาลที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

พระอิสระมุนี วัดธรรมวิหารี (ร่วมใจพัฒนา) ต.ป่าแดง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดคดีความกับพระสงฆ์ โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอธิกรณ์สงฆ์ (ก.อ.ส.) ประกอบด้วยฝ่ายราชการ ประชาชน เข้าไปตรวจสอบร่วมกับฝ่ายสงฆ์ในกรณีความประพฤติของสงฆ์

คณะกรรมการดังกล่าวจะมี 3 ระดับ แต่ละระดับจะมีกรรมการ 5 ตำแหน่ง เริ่มจากคือระดับจังหวัด โดยมีเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธาน และศึกษาธิการจังหวัด อัยการจังหวัดและประชาชน 2 คน เป็นกรรมการ,คณะกรรมการระดับภาค มีเจ้าคณะภาค เป็นประธาน ศึกษาธิการเขต อัยการเขต และประชาชนอีก 2 คน และคณะกรรมการอธิกรณ์สงฆ์สูงสุด มีพระสงฆ์ที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการ หรือผู้แทนของกระทรวงศึกษา 1 คน, ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด 1 คน และประชาชน 2 คน

ความเห็นของคณะกรรมการอธิกรณ์สงฆ์สูงสุดถือเป็นที่สุด และรัฐควรออกกฎหมายกำหนดโทษพระผู้กระทำผิดให้มีโทษทางอาญาด้วย

นอกจากนั้นพระอิสระมุนียังเสนอให้แยกทรัพย์สินของพระโดยเด็ดขาด ให้มีการตรวจทรัพย์สินพระตั้งแต่ก่อนบวชและทำบัญชีแยกทรัพย์สินต่างหาก เมื่อบวชแล้วสมบัติที่ได้มาเป็นสมบัติของพระ และให้มีคณะกรรมการกิจการพุทธศาสนา ทำงานที่เกี่ยวกับการรับ และฝากเงินของวัด และเพื่อทำหน้าที่ในการออกกฎระเบียบสำหรับควบคุมระเบียบของวัด โดยกรรมการกิจการพุทธศาสนานี้มีกรรมการ 13 คนประกอบ ด้วยพระสงฆ์ 4 รูปที่มหาเถรแต่งตั้ง, รัฐมนตรีว่าการหรือผู้แทนจากกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีว่าการ หรือตัวแทนจากกระทรวงศึกษาธิการ, อธิบดีกรมการศาสนา,จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และประชาชน 5 คน โดยคณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจตรวจสอบพระทุกรูปหรือวัดทุกวันทั่วประเทศ ถ้าเห็นสมควร ให้มีอำนาจตั้งอนุกรรมการตรวจทรัพย์สินพระขึ้นช่วยเหลือการตรวจสอบทรัพย์สินในวัดที่เป็นไปได้

ข้อเสนอแนะของพระอิสระมุนีคือคณะกรรมการกิจการพุทธศาสนาควรกำหนดระเบียบต่าง ๆ ได้แก่ระเบียบว่าวัดแต่ละวัดควรมีเงินสำหรับใช้จ่ายทั่วไปปีละเท่าไหร่ ค่าก่อสร้างเท่าไหร่ และต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำอย่างละเอียด หากมีเงินบริจาคมากกว่าที่กำหนดให้ส่งเข้ากระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน, ออกข้อกำหนดห้ามไม่ให้พระทำนิติกรรม ห้ามทำอาชีพหรือธุรกิจเหมือนฆราวาส, ห้ามไม่ให้บุคคลใด หรือกลุ่มบุคคลใดไปแสวงหาผลประโยชน์ หรือกิจกรมของวัดทุกรูปแบบเช่นการฌาปนกิจ หรือการจัดมหรสพ ห้ามไม่ให้โฆษณาหาเงินในนามของวัดรูปแบบต่าง ๆ, การออกระเบียบห้ามบุคคลกลุ่มใดเข้าไปในวัดเพื่อประกอบพิธีกรรมเผยแพร่ความเชื่อนอกพุทธศาสนา และรับเงินบริจาคเพื่อสังคมสงเคราะห์หรือพุทธพาณิชย์ทั่วประเทศ, ออกระเบียบคุมการก่อสร้างถาวรวัตถุใหญ่โต เจดีย์ ไม่ให้มากเกินความจำเป็น เพราะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของสมณะ ไม่ให้พระต้องเหน็ดเหนื่อยและประชาชนเดือดร้อนจากการเรี่ยไร ขายบุญ ขายสวรรค์

กฎหมายและระเบียบเหล่านี้สามารถกำจัดบุคคลไม่หวังดีต่อศาสนาที่บวชเพื่อหาประโยชน์ เกียรติยศ ชื่อเสียง โดยมหาเถรสมาคมควรจะยกไว้ในฐานะสถาบันสงฆ์ระดับสูงอันเป็นที่เคารพบูชา ไม่ควรเอาภาระอันหนักอึ้งในการปกครองหรือการแก้ปัญหาคดีความอันยุ่งยาก น่าจะมีการจัดระเบียบขึ้นมามากกว่าปล่อยไว้ในสภาพเหมือนปัจจุบัน

พระครูสุวรรณวชิรธรรม เจ้าอาวาสวัดสกุลปักษี ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม เขตการศึกษาที่ 5 ภาคกลาง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมาตรงกับวันมาฆบูชา กลุ่มโรงเรียนปริยัติ ธรรมเขตการศึกษาที่ 5 เดินทางไปรับทุนจากวัดพระธรรมกายประมาณ 1,000 รูป ส่วนจำนวนเงินไม่ขอเปิดเผย วัดก็ได้เลี้ยงอาหาร และในวันที่ 22 เม.ย.นี้จะแจกทุนอีกทุนละ 500 บาท วัดสกุลปักษีแจ้งยอดพระเณรไป 500 รูป และในจังหวัดสุพรรณอีก 1,800 รูป รวมเป็น 2,300 รูป โดยวัดพระธรรมกายจะแจกทุนถึง 1 แสนทุน.