Make your own free website on Tripod.com


เจ้าคณะตำบลพูดพล่อย จาบจ้วง'สังฆราช'โทษคุก

เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ระบุ เจ้าคณะตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จาบจ้วงสมเด็จพระสังฆราชเป็นการพูดแบบพล่อยๆ และมีโทษหนักถึงขั้นติดคุกได้

ขณะที่กองปราบตรวจสอบที่ดินที่จ.เลยของแลนด์ลอร์ด "ธัมมชโย" พบให้คนสนิทไปกว้านซื้อไว้ที่ภูเรือถึง 2 พันไร่ แล้วภายหลังให้โอนเป็นชื่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พนักงานสอบสวนออกหมายเรียก "เสี่ยสอง" มาให้ปากคำ 12 ก.ค.นี้

พระครูปทุมกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดสว่างภพ เจ้าคณะตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พระผู้ปกครองพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายออกมาปกป้องพระธัมมชโย ทั้งยังจะไม่สั่งพักตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เนื่องจากเห็นว่า คำกล่าวหาของผู้กล่าวหา มีน้ำหนักไม่เพียงพอ และเชื่อมั่นว่า เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จะรอดพ้นจากการดำเนินการตามกฎนิคหกรรมนั้น

นอกจากนี้ พระครูปทุมกิจโกศลยังกล่าวด้วยว่า ลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงมีรับสั่งเกี่ยวกับพระธัมมชโยและปัญหาวัดพระธรรมกายเป็นของปลอม

วานนี้ (8 กรกฎาคม) พระสุเมธาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมูลจินดาราม เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้ออกมาตำหนิพระครูปทุมกิจโกศลว่า เป็นการพูดพล่อยๆ แบบไม่ได้คิด "การพูดในลักษณะนี้อาจจะหลุดจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบล แถมยังจะติดคุกอีก ถือว่าเป็นเรื่องของสูงไม่น่าจะพูดเล่น"เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีกล่าว

สำหรับการดำเนินการกับพระครูปทุมกิจโกศลนั้น พระสุเมธาภรณ์กล่าวว่า กำลังรอหนังสือจากกรมการศาสนาที่จะส่งหนังสือมาให้ตรวจสอบเจ้าคณะตำบลคลองหนึ่งอย่างแน่นอน

"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และพูดต่อหน้าสื่อมวลชนหลายแขนง รวมถึงพระปริยัติวโรปการ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต และเลขานุการของอาตมาก็ได้ยิน เพราะอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย"พระสุเมธาภรณ์กล่าว

เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานียังระบุด้วยว่า เจ้าคณะตำบลไม่ได้เป็นหนึ่งในสงฆ์คณะผู้พิจารณาอธิกรณ์ชั้นต้นพระธัมมชโย

วานนี้ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ได้รับการคาดหมายว่าจะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ได้เรียก นายจรวย หนูคง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ อดีตรองอธิบดีการ กรมการศาสนา และนายกมล รอดคล้าย ฝ่ายวิชาการกรมการศาสนา เข้าหารือ

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่เรียก นายจรวย และนักวิชาการกรมการศาสนาเข้าหารือในวันนี้ ก็เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาของพระพุทธศาสนาในระยะยาว ไม่ใช่เฉพาะปัญหาของวัดพระธรรมกายเท่านั้น เนื่องจากปัญหาของพระพุทธศาสนาในปัจจุบันมีมากมาย และในอดีตก็เคยเกิดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กรณีของพระนิกร พระยันตระ และพระภาวนาพุทโธ

"เราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาอีก จึงต้องเร่งหาทางป้องกัน โดยการแก้ไขที่กระบวนการ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎในทางสงฆ์ และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่กำลังพิจารณาอยู่ด้วย โดยทั้งหมดนี้ได้มอบหมายให้ คุณจรวย ไปประสานงาน เพราะเคยเป็นรองอธิบดีกรมการศาสนามาก่อน" นายสมศักดิ์ ระบุ

กระนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่มาดำเนินการเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะดูแลกรมการศาสนาเอง แต่พรรคชาติไทยรับผิดชอบกระทรวงศึกษาฯอยู่แล้ว ก็ต้องดูแลงานทุกกรม จึงต้องเตรียมพร้อม อีกทั้งไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีข่าวว่าภรรยาของเขาไปวัดพระธรรมกายด้วย

ขณะเดียวกันความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีที่กรมการศาสนา ฟ้องร้องพระธัมมชโย วานนี้ พนักงานสืบสวนสอบสวนกองปราบปรามได้ตรวจสอบที่ดินที่ ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย ซึ่งพระธัมมชโยได้ให้คนสนิทเดินทางไปกว้านซื้อไว้จำนวนกว่า 2,000 ไร่ และหลังจากนั้นก็ได้มีการโอนให้กับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในลักษณะของการทำบุญ

นอกจากนี้ พนักงานสืบสวนสอบสวนก็ได้ตรวจสอบพบที่ดินที่ทางวัดซื้อไว้ ในพื้นที่ อ.ด่านซ้าย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับ อ.ภูเรือ อีกกว่า 4,000 ไร่ โดยที่ดินผืนดังกล่าวซื้อในนามลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดของพระธัมมชโย ในราคาประเมินไร่ละ 100,000 บาท ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่ดินของ อ.ด่านซ้าย ถึงที่มาที่ไปของการซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าวด้วย

พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก นายสอง วัชรศรีโรจน์ นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งถวายที่ดินใน จ.เลย แก่พระธัมมชโย ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งก่อนหน้านี้ นายสอง ได้เลื่อนนัดมาแล้วหลายครั้ง และยังได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกก่อนถึงวันนัด 7 วันเป็นอย่างน้อยด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือถึงกรมที่ดิน เพื่อขอเอกสารการตรวจสอบที่ดิน รวมทั้งสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่ดินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายโดยเฉพาะที่ดินใน จ.ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครปฐม ตราด จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบที่ดินใน จ.พิจิตร เพชรบูรณ์ และเลย ไปแล้ว และพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการซื้อขายและโอนให้กับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วานเดียวกันนี้ มีชายลึกลับโทรศัพท์มาที่กองปราบปราม และข่มขู่พนักงานสอบสวนในคดีนี้นายหนึ่ง ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวและทำคดีวัดพระธรรมกาย โดยระบุว่า หากเข้ามายุ่ง ครอบครัวจะเดือดร้อน หน้าที่การงานจะไม่ก้าวหน้า

กรุงเทพธุรกิจฉบับ วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2542