Make your own free website on Tripod.com
ตัวอย่างวิธีการหลอกลวง สร้างสถานการณ์ สร้างฉาก ของนายไชยบูลย์ เพื่อดูดทรัพย์จากประชาชน

เนื้อความ : ทั้งหมดจะปรากฏในเรื่องที่ 10 ของหนังสือ "แฟ้มคดีธรรมกาย" เล่มที่ 1
ท่านไม่ซื้ออ่านก็ไม่เป็นไร ผมได้นำมาให้ท่านได้อ่านแล้วครับ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ซื้อ
สำหรับท่านที่ซื้อแล้วอย่าเสียใจนะครับ เพราะผมได้ให้วิทยาทานข้อมูลอีกหลายอย่างในห้องแห่งนี้สมนาคุณชาวพุทธทุกท่านนะครับ และยังจะทำต่อไปจนกว่าขบวนการอาชญากรรมแห่งนี้จะล้มหายตายจากไปจากมนุษยโลก

บันทึกคำให้การพยานบุคคล
อดีตแกนนำผู้นำบุญปี 2526-2531
[กลุ่มแขนข้างขวาทางธุรกิจของ “ธัมมชโย”]

คณะทำงาน : เข้าวัดธรรมกายตั้งแต่เมื่อไหร่
พยาน 1 : 1 มกราคม 2526
คณะทำงาน : มีจุดประสงค์อะไรครับ
พยาน 1 : ไม่มีจุดประสงค์อะไร เราเป็นพนักงานหญิงแบงก์กรุงเทพฯ 5-6 คน เราต้องการแสวงหาธรรมะ ตามประสาคนหนุ่มสาว ได้ข่าวว่าวัดพระธรรมกายมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ขับรถผ่านก็เลยแวะเข้าไป
คณะทำงาน : เข้าไปครั้งแรกรู้สึกเป็นยังไงครับ
พยาน 1 : รู้สึกปลาบปลื้ม ชอบใจ ไม่เคยเห็นวัดไหนเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างนี้มาก่อน
คณะทำงาน : ไปที่วัดพระธรรมกายครั้งแรก พบใครบ้างครับ
พยาน 1 : คุณวัลลภ–เพ็ญศรี เคียงศิริ, จิรวัฒน์ หรืออี๊ด ก็คุยกัน เขาให้ความสนใจกลุ่มของเรามาก สอบถามหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับตัวเราและพรรคพวก ถามทำงานที่ไหน อย่างไร เรียนจบที่ไหน ทำงานแผนกไหน ขอ Address ที่ติดต่อ ลงทะเบียนเรียบร้อยหมด
คณะทำงาน : ขณะนั้นสีกาอี๊ดเป็นคนลักษณะไหนครับ
พยาน 1 : เป็นคนหน้าตาดี มาดดี พยายามปั้นบุคลิกเหมือนสตรีนักธุรกิจ
คณะทำงาน : คุณวัลลภ-เพ็ญศรี เคียงศิริ เป็นใครครับ
พยาน 1 : เจ้าของธุรกิจบ้านจัดสรร ฐานะดีมาก
คณะทำงาน : วันแรกรู้จักธัมมชโยหรือยัง มีใครแนะนำให้รู้จักธัมมชโยครับ
พยาน 1 : ได้พบธัมมชโยเทศน์ พานั่งสมาธิ เพื่อให้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย เหมือนเทปที่คณะทำงานได้ฟังนั่นแหละ เทปปี 2526, 27, 28 เทศน์เหมือนกัน หลังจากกลับจากวัดพระธรรมกายในเย็นวันนั้น ประมาณ 2 ทุ่ม สีกาอี๊ดก็โทร. มาหา บอกว่าหลวงพ่อธัมมชโยอยากพบพวกเรา เห็นว่าพวกเราเป็นคนมีบุญ บอกว่าพวกเราเกิดมาเป็นคู่บารมีของศาสนา ของหลวงพ่อ ว่ายังงั้นเลย พอประมาณ 4 ทุ่ม หลวงพ่อธัมมชโยโทรมาเองเลย เราตกใจมาก ไม่คิดว่าจะได้รับเกียรติขนาดนี้ ธัมมชโยกล่าวเชิญชวนให้เราไปฟังเขาเทศน์ เขาบอกว่าเรามีบารมีสูงทั้งกลุ่มเลย
คณะทำงาน : ให้ไปที่วัดพระธรรมกายทุกวันอาทิตย์
พยาน 1 : ไปวันทำงาน วันธรรมดานี่แหละ ตอนเย็น ธัมมชโยมาที่ตึกนารายณ์สากลประกันภัย ทุกเย็นหลังเลิกงาน ใกล้ๆ AIA ถนนเดโช สุรวงศ์ ใกล้ๆ ที่ทำงานเรา กิจการของครอบครัววรรณา
คณะทำงาน : วรรณาคือใครครับ
พยาน 1 : วรรณา เบญจรงคกุล แฟน ดร.ประกอบ กีรจิตติ U-COM ไง เมื่อ
ปี 28 ยูค่อมสมัยก่อนยังเล็กอยู่นะ เกือบถูกเล่ห์เหลี่ยมธัมมชโยฮุบแล้ว พอดีหลวงพี่ดอกเตอร์ชัยเจริญ (ธีรญาโณ) รู้ทันธัมมชโยก่อน เตือนให้วรรณากับบุญชัยรู้ตัวเลยไม่ถูกฮุบ นี่เราอยู่ในเหตุการณ์เอง ธัมมชโยสั่งให้คนเข้าไปศึกษา เข้าใจว่าช่วงนั้นยูคอมกำลังจะขอสัมปทานสื่อสาร เขาอยากมีกิจการสื่อสารด้วย อยากมีแบงก์ด้วย
คณะทำงาน : ที่สากลประกันภัย พบคนเยอะมั้ย รูปแบบการเทศน์ของเขาเป็นยังไง
พยาน 1 : พบจิรวัฒน์-สีกาอี๊ด, คุณจึ๊ก ประพันธ์ เหตระกูล ได้ข่าวว่าช่วงนั้นเป็นเพื่อนสนิทหรือ…. ของวรรณา
คณะทำงาน : เอาละครับ เรื่องส่วนตัวปล่อยเขาไปเถอะ แต่อยากทราบรูปแบบครับ
พยาน 1 : คือเรามารู้ทีหลังนะ ว่าธัมมชโยสั่งให้สีกาอี๊ดตามประกบพวกเรา เพราะเห็นว่าพวกเราทำงานแบงก์ รู้จักคนมีเงินเยอะ เรามารู้ว่าถูกหลอกก็ตอนออกจากวัดมาแล้ว
คณะทำงาน : เอาเป็นว่า หลังจากไปที่สากลประกันภัยนั่นนะ ทางคุณและพรรคพวกเข้าไปเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายเต็มตัวหรือยัง
พยาน 1 : ยังไม่เต็ม แต่ธัมมชโยจะชักชวนอยู่เสมอ โฆษณาตนเองตลอด คือไม่พูดตรงๆ นะ บางทีมีคนเล่าให้ฟังว่า พระธัมมชโยเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง รู้ล่วงหน้าหมดทุกอย่าง ทำนายทายทักคนได้หมดว่าใครคิดอะไร บางทีธัมมชโยก็พูดเป็นนัยๆ ว่า หลวงพ่อเกิดมาเพื่อพามนุษย์โลกข้ามวัฏสงสาร
คณะทำงาน : คุณและพรรคพวกเชื่อไหม
พยาน 1 : ตอนแรกไม่เชื่อ แต่หลังจากเราคลุกคลีมากๆ เข้า หลายคนพูด และหลายคนก็ร่ำรวย บางคนเขาบอกว่าตั้งแต่นับถือวัดพระธรรมกายฐานะเขาดีขึ้น โดยเฉพาะวรรณา สีกาอี๊ด บอกเราว่าบุญของหลวงพ่อและวิชชาธรรมกายทำให้พวกเขาประสบผลสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็ว เขาพูดกันร่ำลือตลอดเวลาว่าหลวงพ่อเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง เหมือนพระยะโฮวา พระอัลเลาะห์ แต่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะมีคนมาเกณฑ์ไว้เป็นบริวารแล้ว คือพระสิทธัตถะกับหลวงพ่อสดเกิดมาเกณฑ์ชาวพุทธไว้รอ พระบรมพุทธเจ้าบังเกิดมาภายหลังคือธัมมชโย พระยะโฮวาส่งพระบุตรมาไม่มีใครเกณฑ์คนมานับถือ หลวงพ่อธัมมชโยจะยิ่งใหญ่กว่า
คณะทำงาน : ตอนนั้นสีกาอี๊ด รวยใกล้เคียงปัจจุบันหรือเปล่า
พยาน 1 : เขาพยายามบอกว่าเขาร่ำรวย แต่หลังจากนั้นเป็นปีเราพอจะทราบมาว่า บ้านสีกาอี๊ดไม่ร่ำรวยอะไร ยังยืมเงินวรรณาเลย สองหมื่นบาท สามีรับราชการกรมการปกครอง ช่วงนั้นรู้สึกจะเป็นหน้าห้องของเชาวน์วัศ
สุดลาภา อะไรทำนองนี้
คณะทำงาน : อ้อ! ผู้ว่าเชาวน์วัศ อดีตผู้ว่า กทม. นะครับ ผู้ว่าลพบุรี เพชรบุรี หลายจังหวัด เรารู้จักครับ แล้วหลังจากนั้นคุณเข้าวัดตลอดเลยไหม
พยาน 1 : เราถูกอบรมทุกเย็นหลังเลิกงาน จากแบงก์กรุงเทพฯ ก็เดินมาที่ตึกสากลประกันภัย
คณะทำงาน : อบรมเรื่องอะไรบ้างครับ
พยาน 1 : อบรมให้เราออกบอกบุญกับคนที่รู้จัก ธัมมชโยเทศน์ว่า การชักนำให้คนบริจาคเงินเป็นการช่วยกำจัดความตระหนี่ของเขาให้เป็นคนรู้จักเสียสละ เป็นการบำเพ็ญวิริยบารมี ให้ทุกคนมาช่วยหลวงพ่อ เราจะร่วมกันสร้างศูนย์กลางของวิชชาธรรมกาย เราจะมีมหาวิทยาลัยศาสนาที่ดีที่สุดในโลก เราจะอยู่กันกับกลุ่มกัลยาณมิตรที่นี่ ที่วัดพระธรรมกาย
คณะทำงาน : แล้วไปขอให้เขาทำบุญ ถ้าทำต้องจ่ายมาก ถ้าเขาไม่ทำ เพราะทำบุญที่วัดนี้ร้อยสองร้อยไม่ค่อยจะรับอยู่แล้ว มีเหตุผลอะไรกว่านั้นอีกละถึงจะทำให้คนจ่ายเชื่อ ยอมควักกระเป๋ากันเป็นล้านๆ ครับ
พยาน 1 : เราตามตื้อ ไปหาบ่อยๆ ไปเยี่ยมบ่อยๆ เหมือนพวกขายประกัน วันเกิด วันปีใหม่ วันสำคัญ เราไปอวยพร ธัมมชโยฝากการ์ดอวยพรไปให้ด้วย แล้วเราพยายามชวนเข้าวัด พยายามพูดให้เขาฟังตลอดเวลาว่าหลวงพ่อเรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้าทุกอย่าง แต่จริงๆ เรามีประวัติคนที่เราไปหาเรียบร้อยแล้ว เราถูกสอนให้ชักชวนคนทำบุญว่า ธัมมชโยคือ
ต้นธาตุต้นธรรม คืออุบัติมาเพื่อต้องการขนคนทั้งหมดไปสู่ฝั่งพระนิพพาน ถ้าใครไม่เชื่อ เราบอกบุญไม่ได้ผล เราก็ถูกสุธรรม1 กับสีกาอี๊ดย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องทำให้ได้ เพื่อช่วยหลวงพ่อ ช่วยกันสร้างยานพาหนะพาสัตว์โลกข้ามวัฏสงสาร เราต้องทำให้ได้ เราจะได้บุญ หลวงพ่อจะช่วยให้เราบรรลุวิชชาธรรมกาย ไปสู่อายตนะนิพพานเป็นบรมสุข
คณะทำงาน : แล้วประสบผลสำเร็จอีกนานไหมครับ
พยาน 1 : ไม่ถึงเดือน เราก็สามารถพาคนเข้าวัด ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานแบงก์ของเรา เพื่อนๆ ญาติพี่น้องเราด้วย ต่อมาก็ขยายไปสู่ลูกค้าที่มาติดต่อแบงก์ เรารู้ประวัติ รู้หน้าที่การงานของลูกค้าเป็นอย่างดี เราเข้าถึงตัวกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายในฐานะพนักงานแบงก์ เราทำเป้าได้มากเดือนหนึ่งเป็นล้านๆ บาท
คณะทำงาน : พาคนไปทำบุญนะเหรอครับ ต่อคนหรือต่อกลุ่มที่ว่าเป็นล้านๆ นั่นนะ
พยาน 1 : บางเดือนเราพาคนไปทำบุญ เราคนเดียวนะ ได้นับสิบล้าน
คณะทำงาน : ไม่เข้าใจจริงๆ นะครับว่า ทำไมคุณและพรรคพวกก็เป็นคนมีการศึกษาดี จบกฎหมายด้วยซ้ำไป จบบัญชี ทำไมถึงเชื่อว่าวิชชาธรรมกายจะพาเข้าสู่พระนิพพาน มีอะไรให้เชื่อ และเข้าถึงวิชชาธรรมกายยังไงครับ
พยาน 1 : เรารู้สึกว่าเราเป็นคนพิเศษ มีกำลังใจ หลังจากที่เราทำเป้าการเงินได้มาก เรากลายเป็นคนพิเศษ สนิทสนมกับสีกาอี๊ดมาก เข้านอกออกในที่วัดได้สบาย ทุกคืนประมาณสี่ห้าทุ่มเราจะเข้าไปในวัดรายงานให้ธัมมชโยทราบว่าทำรายได้เท่าไหร่ เราเป็นที่โปรดปราน ธัมมชโยก็บอกว่าหลวงพ่อจะให้วิชชาธรรมกาย ให้นั่งสมาธิและสอนให้เห็นลูกแก้ว
คณะทำงาน : เห็นลูกแก้วเหรอ เห็นจริงหรือเปล่า สอนกันยังไงถึงได้หลงเชื่อกัน
พยาน 1 : มันเป็นนิมิตทางพุทธศาสนา คุณเคยเรียนเรื่องนิมิตหรือเปล่า นิมิตหรือ Sign เราถูกพูดกรอกหูว่า เห็นไหม ๆ ๆ เหมือนในเทปตลับปี 26, 28 ที่เคยมอบให้คุณไปรายงานกรรมาธิการฯ ด้วยความศรัทธาและเคารพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราก็มีความรู้สึกว่าเราเห็นลูกแก้ว แต่ตอนหลังมาเราศึกษาศาสนามากขึ้น เรารู้ว่าเป็นนิมิตชนิดหนึ่งเท่านั้น ธัมมชโยถามครั้งสุดท้ายว่าเห็นไหม เราบอกว่าเห็น เขาก็บอกให้นึกคิดขยายใหญ่ขึ้นๆ สว่างขึ้นมากๆ เราตั้งใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วว่าอยากได้ธรรมกาย ก็ทำตามหมด ธัมมชโยก็สรุปให้เห็นว่าเราได้ธรรมกายแล้ว เราภูมิใจมาก เหมือนเราบรรลุนิพพานเหมือนเขาพูด เราเข้าใจว่าบรรลุนิพพานคือยังงั้นแหละ เหมือนธัมมชโยสอนนะ
คณะทำงาน : มีใครได้ธรรมกายกี่คนในวันนั้น ได้แล้วมันมีอะไรนะ ทำไมถึงอยากได้
พยาน 1 : มีเป็นสิบ ทั้งคนช่วยหาเงินบริจาค–บริจาครายใหญ่ เราได้ธรรมกายแล้ว เราจะได้รับเกียรติจากคนภายในวัดว่าเป็นคนพิเศษ เดินผ่านใครบางคนที่ทำความดีหรือหาเงินไม่ถึงเป้า ยังไม่ได้ธรรมกาย พวกที่ไม่ได้ก็ก้มหัวคารวะคนที่ได้ แบ่งกันเป็นชั้นๆ เพราะจะมีการบอกประกาศให้สานุศิษย์ทราบว่าใครได้ธรรมกายบ้าง ใครยังไม่ได้ธรรมกายก็ต้องเคารพนบนอบ มันมีการแบ่งเป็นชนชั้น มีการแบ่งกันเป็นชั้นๆ ชั้นพิเศษกว่าเราก็มีอีก พวกที่บริจาคเยอะก็เป็นชั้นสูงกว่าเรา
คณะทำงาน : ก็หมายความว่า ได้ธรรมกาย ก็ได้เลื่อนระดับด้วยใช่ไหมครับ เหมือนการจัดการปกครองในองค์กรของรัฐ หรือระบบการจัดชนชั้นใช่ไหม
พยาน 1 : ก็ทำนองนั้น เรากลายเป็นคนสำคัญ เพราะเราได้ธรรมกายแล้ว เรา
ภูมิใจมาก ธัมมชโยเคยพูดว่า เราเกิดมาเป็นแขนข้างขวาของเขา เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งที่เป็นบริวารของพระบรมพุทธเจ้าคือตัวธัมมชโย เราเป็น Sub Buddha เกิดมาสนับสนุนให้เขาต้นธาตุต้นธรรมพาสัตว์ข้ามวัฏสงสารไปสู่พระนิพพานจนเป็นผลสำเร็จ
คณะทำงาน : เท่าที่สังเกตนะครับ คนที่เข้าวัดพระธรรมกายนานๆ หรือบางคนอาจไม่นาน มักจะเป็นคนไม่มีสัมมาคารวะ กระด้างกระเดื่อง เช่น ลูกก็ดูถูกพ่อแม่ นักศึกษาบางกลุ่มก็แปลกแยกจากเพื่อน ไม่ไหว้พระ ไม่ไหว้ในหลวงด้วยนะ ตอนที่อยู่คุณเป็นแบบนี้กับเขาไหม ลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ
พยาน 1 : เป็น… เป็นเอามากๆ เลย เราได้ธรรมกายแล้วนี่ เราได้เป็นแขนขาของบรมพุทธเจ้าด้วย เราถูกกล่อม ถูกเป่ากระหม่อมตลอดเวลาว่าเราบรรลุแล้ว เป็น Sub Buddha เราปฏิบัติถูกแนวทางแล้ว ส่วนคนอื่นที่บอกว่าดังๆ นะ เราถูกสอนว่าปฏิบัติผิดทั้งนั้น กระจอกกว่าเราทั้งนั้น
ธัมมชโยเคยบอกว่านั่งสมาธิบริกรรมลูกแก้วของเราดู เราเห็นของเราสว่างไสวใหญ่เป็นวาตามที่เขาพูดกรอกหูตลอดเวลา มันเหมือนเห็นจริงๆ เขาบอกให้เราดูของหลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้น สว่างนิดเดียว เท่าหัวแม่มือ เราอยู่ที่นั่นไม่ไหว้พระที่อื่นเลย เพราะเราบรรลุมากกว่าสูงกว่า หลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่มั่น กระจอกไปเลย
คณะทำงาน : คุณเรียนจบกฎหมาย มหา’ลัยชั้นดีของเมืองไทย คุณเชื่อเรื่องนี้เหรอครับ คุณไม่เคยเฉลียวใจบ้างเลยเหรอ
พยาน 1 : มันเชื่อไปแล้วนี่ “ศรัทธานำหน้า ปัญญาตามหลัง” ปัญญาตามไปห่างๆ ห่างมากๆด้วย แล้วไม่ค่อยมีเวลาคิดด้วย วันๆ มีแต่ทำงาน ตอนเย็นก็ถูกใช้งาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อแข่งขันกับกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้ได้ใกล้ชิด
ธัมมชโยมากที่สุด เพื่อเป็นบริวารคนสำคัญของพระบรมพุทธเจ้า มันเป็นความเชื่อ เชื่อสุดขีด เรามาวิเคราะห์กันภายหลังว่าเราโง่ไหม เราบอกว่าเราไม่โง่ เราไม่รู้ต่างหาก เรามีอวิชชาครอบงำต่างหาก ถ้าเราได้เรียนได้ศึกษาธรรมะอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างของหลวงพ่อพุทธทาส ท่านประยุทธ เราคงไม่มืดบอดขนาดนั้นแน่ๆ เราก็มาวิเคราะห์กันต่ออีกว่า ชาติพันธุ์ฝรั่งเป็นต้นกำเนิดของวิชาวิทยาศาสตร์ เขาบัญญัติว่า “สิ่งมีชีวิตย่อมเกิดจากสิ่งมีชีวิต” เขายังเชื่อว่าพระเยซูเกิดจากพระแม่มารีโดยไม่มีการเสพกามกับผู้ชายเลย คุณว่าไหมล่ะ
คณะทำงาน : ทราบว่ามีกลุ่มผู้นำบุญหลายกลุ่ม ทำไมธัมมชโยถึงให้ความสำคัญกับกลุ่มคุณกลุ่มเดียว
พยาน 1 : สำคัญทุกกลุ่ม เขาสลับกลุ่มให้เข้าหา คืนที่เขาประกาศยกย่องเรา กลุ่มอื่นจะไม่มา เรารู้ทีหลัง เขาพูดกับทุกกลุ่มว่าเป็นแขนขาของเขาหมดเหมือนพูดกับเรา เรารู้ก่อนออกจากวัดปี 31 นะ ว่าทุกคนแข่งขันกันหาเงินให้เขา เพราะอยากเป็นคนสำคัญ เพราะอยากใกล้ชิดธัมมชโย ทุกคนจะทรนงตัวเองว่าตัวเป็นคนสำคัญของธัมมชโย จะไม่บอกใคร อมพะนำไว้กลัวคนอื่นรู้ว่าใกล้ชิดธัมมชโย แต่ละคนแต่ละกลุ่มจะสร้างกลุ่มให้มีผลงานมากๆ เพื่อความสำคัญของตนเองเหมือนที่ธัมมชโยบอก
คณะทำงาน : ได้ข่าวว่าการเข้าหาคนร่ำรวยมากๆ เป้าหมายสำคัญๆ จะสืบประวัติก่อนใช่หรือเปล่า
พยาน 1 : ใช่ สมมติว่าคุณเป็นเพื่อนเรา เรารู้ว่าคุณเป็นคนมีเงิน มีฐานะดี แต่ไม่เคยทำบุญ เราก็นำประวัติเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของคุณ แม้แต่โรคประจำตัว ความชอบและไม่ชอบ วันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก เขียนเป็น paper ส่งไปให้ธัมมชโยก่อน ให้ศึกษาก่อน เขาจะให้สีกาอี๊ดนำไปให้หมอดูเพื่อผูกดวงและทำนายทายทัก “เหยื่อ” แล้วธัมมชโยจะนำมาท่องจำไว้ พอเราล็อบบี้ “เหยื่อ” ไปหาเขาแล้ว เขาจะทำท่านั่งสมาธิเหมือนมองเห็นทางในงั้นแหละ ทำนายทายทักได้เกือบหมด แล้วก็บอกว่ามีกรรมบางประการบดบังไว้อยู่ ทำให้มีความทุกข์ถึงแม้จะมีเงิน แล้วพูดหว่านล้อมให้ช่วยกันสร้างศาสนสถานของเขาเหมือนเล่าให้ฟังตอนแรก บางคนครั้งแรกก็ไม่บริจาค ไม่กล้าควัก เราก็หาวิธีการใหม่อีก พาเขามาอีกครั้งหนึ่ง มานั่งสมาธิในห้อง มีพระธัมมชโยนำนั่งสมาธิ พอนั่งเสร็จเราก็จะมีหน้าม้าทำเป็นซาบซึ้งอยากช่วยหลวงพ่อ บางคนน้ำตาไหลซาบซึ้งในเจตนาของหลวงพ่อ ถวายเงินสองสามแสน บางคนถวายเป็นล้าน หน้าม้าบางคนก็ทำทีจะจ่ายเช็ค แต่ไม่ได้นำเช็คมาด้วย ทำเป็นขอยืมเช็คเพื่อนเขียนถวายหลวงพ่อก่อน แล้วจะเอาเงินเข้าให้ แต่จริงๆ หน้าม้าไม่ได้เอาเข้าหรอกนะ คนที่เป็นเหยื่อ เห็นคนถวายก็รู้สึกว่าจะน้อยหน้า ต้องถวายกะเขาไปด้วย แม้แต่คนป่วยที่ร่ำรวย ธัมมชโยจะบอกให้ไปสืบประวัติก่อนว่าเป็นโรคอะไร นอนอยู่โรงพยาบาลไหน เราก็ไปสืบทำรายงานให้ธัมมชโยอ่านก่อน เสร็จแล้วธัมมชโยเข้าไปเยี่ยมถึงโรงพยาบาลเลย ไปบอกว่าเขาป่วยแบบนี้เพราะทำกรรมชนิดนั้นไว้ พูดจนเข้าเชื่อว่าบาปกรรมไถ่ถอนได้ด้วยการทำทานบารมี มีอยู่รายหนึ่งก่อนตายบริจาค 30 ล้าน ทุกวันนี้เรายังได้ข่าวว่ามีการส่งพระไปตามโรงพยาบาลเอกชนสำคัญๆ เพื่อไปสืบหาคนป่วยที่ใกล้ตายแต่ร่ำรวย เขาจะทำพิธีพาขึ้นสวรรค์ให้ด้วยการทำบุญหลักล้านขึ้นไป
คณะทำงาน : ทราบว่า มีคน Hi-So หลายคนโดนแบบนี้ด้วย มีหรือเปล่าที่รู้จัก
พยาน 1 : คุณอวยชัย วีรวรรณ ไง วันนิวัติ ศรีไกรวินด้วย
คณะทำงาน : คุณอวยชัย ญาติรองนายกฯ อำนวยใช่หรือเปล่า
พยาน 1 : นั่นแหละ แต่ไม่ได้ “ตบทรัพย์” ที่วัดพระธรรมกาย ถูกตบทรัพย์ที่ดอยสุเทพ-ปุย เชียงใหม่ ที่นั่นเขาจะพาคนขึ้นดอยไปอัดธรรมกายนะ คุณอวยชัยรู้สึกจะไปประมาณปี 30 นี่แหละ เขาจะมีประเพณีขึ้นดอยอัดธรรมกายสำหรับคนที่เป็นเป้าหมาย คนที่บริจาคมากๆ คนที่ทำเป้าให้วัดได้มากๆ
คณะทำงาน : รู้จักกลุ่มคนเหล่านี้ไหมครับ นี่ในเอกสารนี่ ระบุว่าขึ้นดอยที่สุเทพ-ปุย 19-26 เมษายน 2530 ในวงเล็บมีคำว่า V.I.P. ด้วย

1. คุณผ่อง เล่งอี้ 2. คุณพวง (เรณู) โชคอนันตระกูล
3. คุณปิติ (วันทนา) บุญสูง 4. พ.ต.อ.เกรียงไกร กรรณสูต
5. คุณทนงศักดิ์ กีรติพานิช 6. คุณวรชัย ชูชัยศรี
7. คุณสมศักดิ์ กีรติพานิช 8. คุณอภิชัย จันทรโคลิกา
9. คุณวัลลภ เคียงศิริ 10. คุณวิจิตร วิศณุมล
11. คุณบุญลือ ลิ้มสกุล 12. คุณประทีป เตียวตรานนท์
13. คุณศักดิ์ชัย ริมตระกูล 14. น.พ.สุนทร ฮ้อเผ่าพันธุ์
15. คุณยงยุทธ ดิลกเจริญ 16. คุณทนง ธำรงราชภัฏ
17. อาจารย์มีชัย ไชยสระแก้ว 18. คุณศานิต มีพันธุ์
19. คุณดิสกร กุลธร 20. คุณสมชาย อรรถสิษฐ์
21. คุณทวีป เทพสุธรรมรัตน์ 22. คุณวีระชัย ไชยสระแก้ว
23. คุณประเสริฐ ครองศักดิ์ศรี 24. คุณสุรศักดิ์ กุลวงศ์
25. คุณกำธร ธีระเกาสัยยานันท์ 26. คุณพีระ บุณยประสพ
27. น.พ.ไมตรี สุขสราญจิต 28. คุณชาดา บุญสูง
29. คุณประวาท บุนนาค 30. คุณหญิงอุไรวรรณ หงสประภาส
31. พญ.ภุมรา ตาละลักษณ์ 32. คุณแน่งน้อย เล่งอี้
33. คุณเรณู โชคอนันตระกูล 34. คุณศรีสะอาด โชคอนันตระกูล
35. คุณนันทกา รัตนสุวรรณ 36. คุณวันทนา บุญสูง
37. คุณสุกัญญา กรรณสูต 38. อาจารย์พิศมัย แสงหิรัญ
39. คุณพวงเพ็ญ ทิสยากร 40. คุณศิริธร เต็มศิริ
41. คุณน้อย เพียรสุภาพ 42. พ.ญ.ศิวาลัย ธนภัทร
43. ดร.สุวัลลีย์ เปี่ยมปิติ 44. พ.ญ.วาสุณี เตียวตรานนท์
45. คุณกรองแก้ว หุตานุวัตร 46. คุณเพ็ญศรี สุขุมพานิช
47. คุณสุพัตรา จันทรโคลิกา 48. คุณสุนีย์ เคียงศิริ
49. คุณพัทยา เคียงศิริ 50. คุณทยา เคียงศิริ
51. คุณเสาวณีย์ สิริพงศ์บุญสิทธิ์ 52. คุณศุภร สุวรรณมณีแดง
53. คุณปราณี วณวิสุทธิ์ 54. คุณชมสุข โชคบรรยง
55. คุณกัณฑิมา ฉมามหัทธนา 56. คุณเพียงนิล ศิริเกษม
57. คุณสายพิณ บูรณะศิริ 58. คุณสังเวียน แก้วกูล
59. คุณอำภา กฤษกลิน 60. คุณเพ็ญพรรณ นิธิการพิศิษฐ์
61. คุณเพ็ญจันทร์ คณะฤกษ์ 62. คุณยมโดย รูปปัทม์
63. คุณลัดดา อุ่นจิตติกุล 64. คุณจงจิตต์ วรพจน์ธนพงศ์
65 คุณวรรณภา ฉบับตรง 66. คุณผกามาศ อาจารย์
67. คุณศรีพัชรินทร์ ธำรงราชภัฏ 68. คุณวรรณา เบญจรงคกุล
69. พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ

พยาน 1 : รู้จักหมดทุกคน ในจำนวนนี้บางคนก็เป็นหน้าม้า บางคนก็เป็นเหยื่อ เดี๋ยวนี้บางคนเขารู้ว่าถูกหลอก แต่ด้วยความเป็น Hi-So ไม่กล้าโวยวาย บางคนรู้ว่าถูกหลอก แต่ตัวเองมีธุรกิจเกี่ยวพัน ก็เลยร่วมขบวนการหลอกคนอื่นต่อ โดยตัวเองก็ได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจ-การเงินกับ
ธัมมชโย ในนี้มีหลายคน (พยาน 1 ระบุชื่อคนที่มีผลประโยชน์) แต่ละคนคุณคิดไม่ถึงก็แล้วกันว่าทำไมเขาทำกันได้
คณะทำงาน : เอาล่ะ เข้าใจแล้วครับ กลับมาที่คุณอวยชัยอีกที ใครเป็นผู้นำบุญคุณ
อวยชัยครับ
พยาน 1 : เสี่ย ส. รู้จักใช่ไหม พี่ชายของพระในวัด (ระบุชื่อพระรูปนั้น) คงรู้จักแล้ว (ช่วงนี้มีการพูดถึงพฤติกรรมของคนนี้ชัดเจนมาก คณะทำงานขอเก็บไว้ก่อน) มี เสธ. ม. ขึ้นดอยไปด้วย บ้าน เสธ.คนนี้อยู่เชียงใหม่
คณะทำงาน : คุณใช้คำว่า “ตบทรัพย์” เขาตบทรัพย์คุณอวยชัยยังไง คนระดับนั้นถึงเชื่อและบริจาคเงินจนได้
พยาน 1 : เรามีกำหนดการขึ้นดอย 7 วัน ตื่นเช้ามาก็นั่งสมาธิ 8-9 โมงก็กินข้าวเช้า กินข้าวเสร็จจะมีหน้าม้าเข้าไปหา “เหยื่อ” แบบนอบน้อม อ่อนโยน ให้เกียรติ พอได้โอกาสก็พูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นต้นธาตุต้นธรรม พูดถึงโครงการต่างๆ ของหลวงพ่อ เช่น สร้างศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างธรรมกายเวิล์ด สร้างมหาวิทยาลัย สร้างเมืองของคนดีๆ อยู่ด้วยกัน แบบกัลยาณมิตร กินข้าวกลางวันเสร็จ เราก็มีสนทนา สันทนาการ เช่นนั่งคุยกันตบท้ายด้วยความดีของหลวงพ่อ สำหรับผู้ใหญ่อย่างคุณอวยชัย เราก็จะมี “เสี่ย ส.” คอยประกบตลอดเวลา ตอนเย็น-กลางคืนก็นั่งสมาธิต่อ มีธัมมชโยคอยสอนให้นั่งสมาธิ พูดถึงสัตว์โลกที่ตายไปตกนรก พูดถึงอานิสงส์การสร้างมหาทานบารมี ยกตัวอย่างคนที่มีเงินแล้วลำบากลำบน พูดทุกอย่างเพื่อให้ “เหยื่อ” เชื่อว่างั้นเหอะ จุด Climax อยู่ที่บ่ายวันที่ 7 ปกติคน Hi-So จะจองตั๋วเครื่องบินกลับเย็นวันนั้นแน่นอนแล้ว ฐานะปานกลางอย่างน้อยก็รถไฟตู้นอน จองกันไว้หมดแล้ว วันสุดท้ายตอนบ่าย จะถึงเวลากราบลา “อาจารย์” กราบลาธัมมชโยนะแหละ เพราะจะเสร็จสิ้นการอัดธรรมกายขึ้นดอยแล้ว พวกหน้าม้าก็จะนำพานดอกไม้ธูปเทียนเข้ามาหาเหยื่อบอกว่า เราจะไปขอขมาและกราบลาท่านอาจารย์ที่ได้ให้วิชชาธรรมกาย ให้เหยื่อถือพานดอกไม้เข้าไปหาธัมมชโย ส่วนใหญ่ธัมมชโยจะนั่งอยู่ในเรือนซูการ์โน พวกหน้าม้าเรียกว่า “ห้องอัดบุญ” หรือ “ห้องตบทรัพย์” ธัมมชโยจะนั่งนิ่งทำสมาธิให้เห็นเป็นผู้มีสมาธิจิตแน่วแน่ พวกเราหน้าม้าก็จะพาเหยื่อคลานเข่าเข้าไปหา จะมีความสงัดมาก ไม่มีแม้กระทั่งเสียงแอมไอ ขั้นตอนต่อไปก็เหมือนกับการตบทรัพย์ในวัด มีการทำนายทายทัก มีพวกหน้าม้าคอยบริจาคเงิน ใครไม่มีเช็คก็ทำเป็นยืมเช็คกัน หน้าม้าบางคนถอดสร้อยถอดแหวนให้เห็นเป็นตัวอย่างเลย พอบริจาคเสร็จธัมมชโยก็ยถาสัพพี เสร็จแล้วเดินออกไป หน้าม้าก็เตือนว่าเสร็จพิธี ผู้บริจาคไม่มีโอกาสได้กลับใจว่าถูกหลอกหรือเปล่า อีกไม่กี่นาทีก็ต้องลงจากดอยกลับกรุงเทพฯ เรียกว่าเขาทำตอนเครื่องบินใกล้จะบิน รถไฟใกล้จะออก ไม่มีสิทธิเปลี่ยนใจได้










คณะทำงาน : คุณอวยชัยบริจาคเท่าไหร่ครับ
พยาน 1 : เสี่ย ส. เขาบริจาคนำร่องก่อนนะ ไม่แน่ใจนะว่าเท่าไหร่ เพราะไม่เห็นกับตาตนเอง ได้ข่าวมานะ เสี่ย ส. ประมาณ 10 ล้าน คุณอวยชัยก็บริจาคตาม หนึ่งหรือสองล้านก็ไม่ทราบนะ ได้ข่าวว่ายังงั้น
  

คณะทำงาน : อยากทราบเรื่องธุรกิจของวัดนะ เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ เอกสารระบุว่าคุณเป็นกรรมการคนหนึ่งในบริษัทดูแวคนะ
พยาน 1 : ไม่รู้เรื่องจริงๆ สีกาอี๊ดเอาเอกสารมาให้เซ็น บอกว่าหลวงพ่อขอให้ช่วย เราก็เซ็น เรารู้ว่าจะมีการตั้งบริษัทชื่อดูแวคขึ้นมา แต่ไม่เฉลียวใจเลย เพราะเราเชื่อว่าเขาเป็นพระบรมพุทธเจ้า มีความบริสุทธิ์ เขาทำไปก็เพื่อจุดมุ่งหมายพาคนข้ามวัฏสงสารไปสู่พระนิพพานเท่านั้น เราไม่เคยคิดในเรื่องที่ไม่ดีของเขา คิดว่าเขาทำทุกอย่างถูกต้องและบริสุทธิ์ผุดผ่องที่สุด เราเชื่อยังงั้นจริงๆ
คณะทำงาน : ถามวัตถุประสงค์การทำธุรกิจของวัดหรือเปล่าครับ
พยาน 1 : ไม่ถาม เราไม่สงสัยเลย อย่างที่บอกว่า เราเชื่อเขาบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นบรมพุทธเจ้า ย่อมไม่ทำอะไรผิดๆ
คณะทำงาน : แรกๆ ทำธุรกิจอะไรหรือครับ
พยาน 1 : จัดสรรที่ดิน “บัณฑิตนคร” ตอนนี้มี 2 แห่งนะ ตอนนั้นยังไม่มี
บัณฑิตนคร 2 เนื้อที่ 2000 ไร่ อยู่ใกล้ๆ รังสิต ติดไปถึงอยุธยา
เชียงราก
คณะทำงาน : ใครเป็นผู้มีอำนาจของบริษัทครับ
พยาน 1 : คุณหญิงอุไรวรรณ เป็นประธานบริษัท คนมีอำนาจจัดการทุกอย่าง สีกาอี๊ด เป็นคนทำ เพราะธัมมชโยมอบหมายมา
คณะทำงาน : ขายหมดไหมครับ ขายกันตารางวาละเท่าไหร่
พยาน 1 : ต่ำสุดตารางวาละ 750 บาท สูงสุดก็ 1,000 บาท นี่ในปี 29 ยอดขายเกือบหมดนะ เพราะพวกเราขายได้วันหนึ่งหลายแปลง ทีมงานอื่นอีกเขาก็ออกขายเช่นเดียวกัน แต่ได้ข่าวว่ากลุ่มเราขายได้มากที่สุด พวกเราจะรายงานผลการทำงานจนถึงดึกประมาณตีหนึ่งตีสอง ที่สโมสรนิสิตเกษตร เป็นสำนักงานกัลยาณมิตร บางทีก็เข้าไปรายงานที่บ้านสีกาอี๊ด ใกล้ๆ ซอยสายลม บางทีก็เข้าไปรายงานธัมมชโยโดยตรงที่วัด โดยเฉพาะคืนวันศุกร์ เสาร์-อาทิตย์เราหยุดกลับดึกได้
คณะทำงาน : มีการทำสัญญาซื้อขายเหมือนโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไหม
พยาน 1 : มีใบสัญญา แต่ไม่มีอากรแสตมป์ เป็นตัวพิมพ์ดีดถ่ายเอกสารธรรมดา ส่วนใหญ่ทำสัญญากันที่บ้านคุณหญิงอุไรวรรณ
คณะทำงาน : แล้วคนซื้อไม่โวยวายหรือครับ เรื่องไม่ติดอากรแสตมป์ เขาไม่กลัวถูกหลอกหรือครับ
พยาน 1 : มันเชื่อใจกัน เพราะคนที่เราพามาซื้อก็คนรู้จัก สนิทกัน ลูกค้าเรา เพื่อนเรา แม่พี่น้องเรายังชวนให้ซื้อเลย เราทำการต่อเนื่องเหมือนการขาย
ไดเรกต์เซลส์ แนะนำต่อๆ กันไป ด้วยความเชื่อใจกัน
คณะทำงาน : มีสัญญาสร้างสาธารณูปโภคไหม เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา
พยาน 1 : ในสัญญามี สัญญาถ่ายเอกสารนั้นระบุไว้ทุกอย่าง ตรงนี้แหละที่ทำให้ผู้นำกลุ่มเรามีปากเสียงกับธัมมชโย ต้นปี 31 คนที่เราพามาซื้อเขาถามว่าสร้างถนนไฟฟ้าเข้าหรือยัง เราก็ไปถามธัมมชโย เขาบอกว่าจะไม่สร้างสาธารณูปโภคอะไรทั้งนั้น เราก็น้อยใจถามว่า ไม่กลัวคนซื้อเขาว่าเอาหรือ เรากลัวคนอื่นมาด่าเรา ธัมมชโยตอบเราว่าไงรู้ไหม? เขาพูดว่า “จะเห็นแก่หลวงพ่อ หรือจะเห็นแก่คนอื่น ให้เลือกเอา” เราหน้าชาเลย เราไม่เชื่อว่าคำพูดแบบนี้จะออกมาจากปากของเขา ตั้งแต่นั้นมาเราก็เสื่อมศรัทธาลงมาก ประจวบกับทางวัดพยายามบีบหลวงพ่อวิริยะ2 หลวงพี่ธีระ (พระ ดร.ชัยเจริญ ธีรญาณโณ) มีปัญหาระหองระแหงกัน เลยๆ กลางปี 31 เราก็ออกจากวัดมาทั้งกลุ่มเลย
คณะทำงาน : ไม่มีคนฟ้องเรื่องไม่มีสาธารณูปโภคเลยหรือ
พยาน 1 : มีคนคิดจะฟ้อง แต่ฟ้องไม่ได้ ก็อย่างที่บอกไง ใบสัญญาเพียงถ่ายเอกสาร ไม่ติดอากร และตอนนั้นช่วงปี 29-31-32 วัดยิ่งใหญ่มาก มีคนเข้ามาก ระดับใหญ่โต ระดับประเทศมาเข้ากันใหญ่เลย ไม่มีใครกล้าฟ้องจริงจัง แค่คิดเท่านั้น
คณะทำงาน : คนส่วนใหญ่ซื้อดาวน์แล้วผ่อนใช้ไหมครับ แล้วทำ Finance Leasing กันที่ไหนครับ
พยาน 1 : ที่ดินผ่อนกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เอทีซี แถวถนนอโศกต้นซอย ด้านเพชรบุรี กับธนาคารกรุงเทพฯ สาขาวิสุทธิกษัตริย์มั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ
คณะทำงาน : พอจะหาหลักฐานเรื่องขายที่ดินบัณฑิตนครให้เราบ้างได้ไหม ทิ้งไปหรือยังครับ อยากนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบนะ
พยาน 1 : เราเก็บไว้ที่สำนักทนายความเพื่อน ตอนที่เราออกจากวัดปี 31 เราถูก
รังควาน ถูกตาม ญาติพี่น้องเราเดือดร้อนมาก เราต้องย้ายบ้านหนีระหกระเหิน บางเดือนต้องไปอยู่ต่างประเทศ เราไปให้การกับหน่วยงานข่าวราชการไว้ เสร็จแล้วก็นำหลักฐานทั้งหมดไปฝากไว้ที่สำนักงานทนายความของเพื่อน สั่งให้ไว้ว่าถ้าฉันเป็นอะไรไปให้ใช้หลักฐานนี่เล่นงานเลย ต้องเป็นที่นี่แน่ๆ เพราะไม่เคยมีศัตรูที่อื่น
คณะทำงาน : พอจะนำหลักฐานส่วนนั้นมาให้ได้ไหมครับ เราจะนำมาขยายผล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนนะครับ
พยาน 1 : ต้องขอโทษด้วยที่ให้ไม่ได้ แต่ถ้าถึงคราวจำเป็น ที่จะต้องช่วยกันถอนรากถอนโคนพวกหลอกลวงประชาชน ถึงตอนนั้นคุณติดต่อไปอีกที เราจะมาพบพร้อมหลักฐานส่วนนั้นแน่ๆ

  

คณะทำงาน : ขอบคุณมากครับ แล้วเรื่องต้นกัลปพฤษ์ละครับ มันเป็นยังไง เราศึกษาจากเอกสารต่างๆ วารสารกัลยาณมิตร โอวาทธัมมชโย แผนผังที่ตั้งหมด แล้ว แต่อยากฟังจากปากคุณอีกทีได้ไหม
พยาน 1 : โครงการนี้มีขึ้นเพื่อหาเงินสร้าง Dhammakaya World, Dhammakay University ต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด
คณะทำงาน : Concept เป็นยังไง ทำไมถึงขายต้นไม้ได้ขนาดนั้น
พยาน 1 : จะสร้างเป็นธุดงคสถาน มี 2 แห่ง ที่วัดพระธรรมกาย ที่เป็นที่ตั้งธรรมกายเจดีย์นี่แหละ กับที่เชียงใหม่บนดอยสุเทพ-ปุย ธุงคสถาน
ล้านนา อีก 20,000 ต้น เป็นที่สำหรับปักกลดใต้ต้นไม้นี้ เป็นต้นไม้แห่งความสมปรารถนา ในสมัยพระพุทธเจ้าผู้มีศีลมีบุญมาเกิดจะมีต้นนี้ขึ้นโดยอัตโนมัติ ใครอยากได้อะไรก็ไปที่ใต้ต้นไม้นี้แล้วอธิษฐานก็จะสมหวัง อยากกินอะไรก็จะอิ่ม แต่เราสังเกตนะว่าต้นไม้นี้เกิดเองกับคนมีศีล แต่ตัวธัมมชโยที่บอกว่าเป็นต้นธาตุต้นธรรมกลับไม่มีต้นไม้นี้ขึ้น ตอนนั้นเราก็สงสัยในใจเหมือนกัน ธัมมชโยบอกว่าสมัยนี้คนบาปมาก จึงต้องอาศัยการปักกลดบำเพ็ญธุดงค์ เราต้องไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ของเรา ต้นไม้ที่สลักชื่อเราเป็นเจ้าของนำไปปลูก จะใช้ปักกลดนั่งสมาธิเหลืองอร่ามถ้าออกดอกออกผล ทุกคนจะมีต้นไม้นี้เป็นของตนเอง เวลาไม่ได้ไปใช้ก็จะมีคนมาดูแลให้ตลอดชีวิต เจ้าของก็จะยังได้บุญตลอดไป
คณะทำงาน : ต้นไม้นี้มาจากไหน
พยาน 1 : เพาะต้นกล้าจากกรมป่าไม้ ของนายผ่อง ได้ข่าวว่าต้นละ 6 สลึงเอง เขาเพาะที่ปากช่องโน้น
คณะทำงาน : ราคาต้นละเท่าไหร่ครับ
พยาน 1 : หนึ่งหมื่น ต้นละหนึ่งหมื่นบาท โดยปลูกที่ธรรมกายที่มีพื้นที่ 2000 ไร่ ที่ดอยสุเทพ-ปุยด้วย ประมาณ 300-400 ไร่ แต่เป้าหมายในการขายให้ ธัมมชโยบอกให้ขายได้แสนต้น ธัมมชโยถามว่า “พวกเรากัลยาณมิตรทำได้ไหม” ทุกคนตอบว่า “ได้” และถามย้ำว่า “ทำได้ไหม” “ได้” … ทุกคนตอบพร้อมกันหมด เขาสอนย้ำว่า “ไม่มีไม่ได้ ไม่ได้ไม่มี ไม่ได้ไม่ได้ ไม่ได้ต้องได้” เป็นสูตรของหัวหน้าผู้นำบุญทุกคน
คณะทำงาน : พื้นที่ตรงนี้ใช่ไหมครับ (ให้ดูแผนที่วัดพระธรรมกายปี 29-32 ประกอบ) ตรงที่เป็นธรรมกายเจดีย์ใช่ไหม ในเอกสารภาษาอังกฤษเล่มนี้เรียกว่า Kalapapruek Woodland ตรงนี้ใช่ไหมครับ
พยาน 1 : ถูกต้อง แต่ไม่ใช่เฉพาะตรงนี้นะ เขาจะทำล้อมรอบวัดด้วย จะจินตนาการให้เหลืองอร่ามกระจายไป 2,000 ไร่เลย
คณะทำงาน : แล้วตกลงว่าขายถึงแสนต้นไหม
พยาน 1 : ขายทะลุเลย เรากำลังขายโครงการบัณฑิตนครรุ่งเลย อยู่ดีๆ ธัมมชโยบอกว่า มาช่วยกัลปพฤกษ์ดีกว่า เพราะเราขายได้มาก ขายต้นไม้นี้ทุกคืนจะนำเช็ค เงินสด ไปถวายธัมมชโยทุกวัน เออนี่… ตอนนั้นไม่สังเกตเลย พอเราเอาเช็คเงินจากกระเป๋าออกมา จะมีนัส ตอนนั้นนัส
อยู่ที่นั่น เอาซองมาให้ จ่าหน้าซองว่าถวายส่วนตัว ให้เรายัดใส่ซองนั้นมอบให้กับมือธัมมชโย เราไม่เฉลียวใจเลย เพราะเชื่อสุดขีด
คณะทำงาน : แล้วปลูกกันไหมครับ กัลปพฤกษ์นี่นะ
พยาน 1 : ปลูกนิดเดียว ปลูกที่วัดซัก 500 ต้น และที่เชียงใหม่ไม่ทราบ แต่น้อยมาก แต่หลังจากที่เราออกมาแล้วก็ไม่ได้ข่าวว่าปลูกอีกเลย
คณะทำงาน : คิดว่าวัดโกง ธัมมชโยโกงไหม
พยาน 1 : ถ้าตอนเราอยู่นั่น เราก็ว่าไม่โกง แต่ตอนนี้เราก็ต้องว่าโกง ทั้งบัณฑิตนคร กัลปพฤกษ์ โกงนับพันล้าน

  

คณะทำงาน : ขอถามเรื่องสีกาหน่อยนะครับ ตอบได้ก็ตอบ อยากทราบว่าเรื่องสีกา ได้ข่าวว่ามีสีกาหลายคน คุณเคยเห็นสีกาคนไหนมีพฤติกรรมทางชู้สาวกับธัมมชโยบ้าง
พยาน 1 : เคยเห็นกับเบอร์ 1 ไง เบอร์ 1 ที่อยู่ย่านซอยสายลม พหลโยธิน
คณะทำงาน : ทำไมเรียกเบอร์ 1 เบอร์ 2 ใครเบอร์ 1 ใครเบอร์ 2 มันหมายความว่ายังไง
พยาน 1 : มันมีประวัติ ตอนนี้มีสาวครีเอทีฟ สวย เปรี้ยว เข้าวัด ธัมมชโยพูด
แซว เกี้ยวพาราสีทุกวัน เราเคยได้ยินมาบ่อย หลายคนรู้เห็น เวลาธัมมชโยคุยกับคนนี้นะจะทำเสียงอ่อนเสียงหวาน เหมือนหนุ่มๆ สาวๆ คุยกัน มีครั้งหนึ่งธัมมชโยบอกให้สีกาคนนี้เลิกบุหรี่ ในปี 30 เราได้ยินคำพูดทางโทรศัพท์ว่า “เนี่ยถ้าไม่เชื่อนะ จะไม่เตือนแล้วนะจ๊ะ” บางทีก็พูดว่า “ถ้าตัวเองไม่กล้าเลิกบุหรี่ เค้าจะไม่พูดกับตัวเองอีกแล้วนะ” ตั้งแต่วันนั้นสีกาคนเก่า เราสมมติให้เป็นเบอร์ 1 เพราะเขามีบทบาทที่สุด เราแซวว่าระวังจะเป็นเบอร์ 2 นะ มีคนแซงหน้าแล้วนะ สีกาเบอร์ 1 อายมาก เขาไปดึงหน้าตาใหม่ให้ตึง นี่ปี 30 นะ
คณะทำงาน : แล้วความสัมพันธ์แบบเห็นกันจะๆ ชัดๆ นะ มีไหมครับ
พยาน 1 : ก็ในบ้านเลย บ้านใกล้ๆ ซอยสายลม เข้าไปในซอยมีโค้งซ้าย บ้านอยู่ขวามือ ภายในรั้วมีบ้าน 3 หลัง หลังแรกเป็นออฟฟิศบริษัททำแขนขาเทียมและขายอุปกรณ์ให้กับทหารพิการในกองทัพ จากประตูใหญ่เข้าไปซ้ายมือเป็นออฟฟิศบริษัท ขวามือเป็นบ้านน้าที่พวกเราเรียกว่า “อี๊” เดินลึกเข้าไปข้างในเป็นบ้านสีกา วันนั้นเราเดินทางไปหาสีกาที่บ้านประมาณ 3 ทุ่ม เราสนิทกันมากนะ บางทีเราไปหาไม่ต้องนัดล่วงหน้าก็ได้ ไปกดออดหน้าบ้านไม่เกิน 5 นาที ถ้าสีกาอยู่ก็จะเดินมาเปิดเอง วันนั้นเรากดเกือบ 20 นาทียังไม่ใครมาเปิด จึงชะโงกดูเขย่งดูเห็นรถสีกาอยู่จึงกดออดอีกที มีเด็กมาเปิดประตู เดินเข้าในบ้านเงียบมาก พอถึงตัวบ้านสีกาหลังในเขามาเปิดประตูหน้าตายุ่งเหยิง สีกาใส่ชุดนอนไม่ใส่ยกทรง สีกาหน้าซีดมาก หน้าเสียมาก หน้าซีดๆ คือเราไม่เคยแต่งงานนะ เราไม่เคยเห็นคนหน้าเสีย ที่อายมากๆ มาก่อนเลย วันนั้นเราเพิ่งเข้าใจว่าคนหน้าเหลือ 2 นิ้ว เป็นยังไง เราเห็นวันนั้นแหละ คุณ “ส.” ไม่อยู่บ้าน รับราชการต่างจังหวัด วันนั้นสีกาหงุดหงิดมาก มันผิดปกติเพราะเราไปหากันเกือบทุกวัน เขาหงุดหงิดมากถามว่ามาทำไม เราก็งงจริงๆ สีกาบอกว่าธัมมชโยอยู่ด้วยนะ เรายิ่งงกหนักเข้าไปใหญ่ อะไรกัน ธัมมชโยอยู่ด้วย แต่สีกาแต่งตัวไม่เรียบร้อย พอเราเข้าไปในบ้านแบบวิสาสะเราพบธัมมชโยหน้าซีดมาก ธัมมชโยมีเหงื่อออกเม็ดเท่า “ถั่วเขียว” บนหัว ทั้งๆ ที่อยู่ในห้องแอร์ที่เย็นมาก เออนี่ … ตั้งแต่นั้นมานะ พวกเรากลุ่มนี่นะเราเรียกธัมมชโยว่า “เจ้าถั่วเขียว” หลังจากออกจากวัดมาแล้ว ธัมมชโยห่มคลุม บอกว่าไม่สบาย ซับเหงื่อถั่วเขียวตลอดเวลาเลย ไม่น่าเป็นไปได้ เราเห็นเหตุการณ์แบบนี้ 2 ครั้ง รวมทั้งคุณ…. ก็เห็นกับเรา คุณ… คนที่ทำบัญชีทรัสต์นวธนกิจที่คุณเคยโทรไปหาก็เห็น
คณะทำงาน : แล้วคนอื่นๆ ละครับ ข่าวว่ามีสีกาหลายคน
พยาน 1 : เราเป็นคนไม่พูดเรื่องที่เราไม่เห็น ไม่พบเจอด้วยตนเอง ขอโทษด้วย แต่ได้แค่ข่าวว่ายังงั้นยังงี้ ไม่พูดได้ไหม
คณะทำงาน : ตั้งแต่นั้นหมดศรัทธาเลยมั้ย
พยาน 1 : หมดเลย หมดทุกอย่าง รู้สึกถูกหลอกให้ทำงานหาเงินให้ แต่หลังจากที่เจอเขาที่บ้านสีกาตอนเหงื่อเม็ดถั่วเขียวนะ ธัมมชโยเรียกเราเข้าไปบอกว่าจะตั้งเงินเดือนให้ 4 หมื่นบาทเลย จะมีรถให้อีกหนึ่งคัน แต่เราไม่เอา พยายามหาทางออกจากวัดตลอดเวลาจนสำเร็จ
  
คณะทำงาน : อยากถามเรื่องพระเรื่องเจ้ามั่ง สมัยที่อยู่ มีพระรูปไหนที่รู้จัก พระรูปไหนที่มีผลประโยชน์กับวัดครับ
พยาน 1 : ตอนนี้มีวัดปากน้ำ พระธรรมปัญญาบดี (สมเด็จช่วง) กับเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ท่านเกี่ยว
คณะทำงาน : เจ้าอาวาสวัดเบญจฯ ละครับ มีความสัมพันธ์กันไหม
พยาน 1 : ไม่ค่อยจะเจอที่วัดธรรมกาย ที่เขาบวชธรรมทายาทที่วัดเบญจฯ เจ้าอาวาสวัดเบญจฯ เขาเป็นอุปัชฌาย์ผูกขาดอยู่แล้ว
คณะทำงาน : แล้ววัดราชโอรส รู้จักไหมครับ
พยาน 1 : รูปร่างเล็กๆ หลังค่อมๆ นิดหน่อยใช่ไหม ไป..เหมือนกัน เคยเจอ แต่ตอนนั้นตามไปกับสมเด็จช่วง เป็นพระราชอะไรไม่รู้นะ เราจำไม่ได้

  

คณะทำงาน : เรื่องเสี่ยคนหนึ่งที่เข้าไปพัวพัน เรื่องปั่นหุ้นนะครับ พอทราบเรื่องไหม
พยาน 1 : เรื่องปั่นหุ้นเกิดขึ้น เพราะธัมมชโยต้องการให้เสี่ย… เล่นหุ้นให้ตัวเอง เพราะธัมมชโยฝันว่าอยากมีธนาคารเป็นของตัวเอง ให้เสี่ย… ไปเล่นหุ้นแทน ลงทุนอาศัยคนอื่น ใช้ชื่อคนอื่น เอ้อ.. ตอนแรกธัมมชโยทาบทามผู้หญิงที่เล่นหุ้นอยู่ก่อนแล้ว ชื่อ อรุณี วัชระภูษิต มีร้านเพชรที่สีลมเล่นหุ้นให้ แต่คนๆ นี้เขาไม่เอา เขาเห็นว่าไม่เหมาะสม และเขาหายจากวัดไปเลย ธัมมชโยก็เลยติดต่อเสี่ย… ซึ่งตอนนั้นตกงาน เป็นหมอนวดให้ธัมมชโย
คณะทำงาน : พบเสี่ยคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ
พยาน 1 : ปี 26-27 น้องเขาที่เป็นพระอยู่ตอนนี้นะยังเป็นนักเรียนอยู่ เสี่ย…ยังอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ ทำงานระบบซื้อขายล่วงหน้าคอมโมดิตี้ส์ หาสมาชิก เขามีเป้าหมายเข้าหาและประกบคนรวยภายในวัด
คณะทำงาน : เรื่องแชร์น้ำมันพอรู้เรื่องไหม เราพอจะทราบบางส่วน แต่อยากฟังจากปากบ้าง ได้ไหมครับ
พยาน 1 : มีแชร์น้ำมัน ค้าน้ำมันด้วย เอาอะไรก่อนล่ะ… เราเรียงลำดับให้นะ แชร์ชม้อย ทิพย์โส ธัมมชโยรู้ตัวว่าจะเจ๊งก่อน ได้เงินกลับมาพร้อมฟาดกำไรเกือบ 30 ล้านมั้ง สานุศิษย์ที่หลงเชื่อเจ๊งหมด คุณประวาทก็เจ๊งประมาณ 16 ล้าน นั่งร้องไห้ริมสระน้ำเลย เรายังเข้าไปปลอบเข้าคุณอาประวาทเลย
คณะทำงาน : มีแชร์ลูกโซ่อีก 2-3 อัน รู้เรื่องไหม
พยาน 1 : แชร์แม่นกแก้ว ใจยืน เป็นทหารนะ ชอบแต่งชุดทหารมาพบธัมมชโย บางทีมากับพันเอกเอารถตู้กองทัพอากาศมาเลย ธัมมชโยเล่นไปด้วย ช่วงนี้เราไม่รู้จำนวนเงินเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ธัมมชโยเจ๊ง เขาว่ากันยังงั้น
คณะทำงาน : แชร์อื่นมีอีกไหม พวกเสมาฟ้าคราม ชาร์เตอร์ หรือเล่นคอมโมดิตี้ส์ไหม
พยาน 1 : มีชาร์เตอร์เอกยุทธ แต่เล่นไม่มาก เจ็บตัวเหมือนกัน
คณะทำงาน : ได้ข่าวว่าค้าน้ำมันจนกระทรวงพาณิชย์ถอนใบอนุญาต สีกา ว. ทำให้สูญเงินหลายสิบล้าน เรื่องค้าตั้งบริษัทน้ำมัน
พยาน 1 : เราไม่รู้ละเอียดนัก แต่เราถูกส่งไปเรียนเรื่องค้าน้ำมัน พร้อมกับถวัลยศักดิ์+เลอศักดิ์ ไปเรียนที่บริษัทน้ำมันอีสาน กับพี่ชัช ไปเรียนที่บ้านคุณวาสนา เป็นสำนักงานในบ้าน ธัมมชโยกำชับถวัลย์ศักดิ์ว่า เราต้องมีบริษัทค้าน้ำมันของเรา ที่แน่ๆ ตอนหลังมารู้ว่าอยากฮุบบริษัทน้ำมันอีสานของพี่ชัชเขา
คณะทำงาน : ที่ว่าดูดน้ำมัน ดูดไปทำไม ร่วมเหตุการณ์กับเขามั้ย
พยาน 1 : เราไม่รู้เรื่องกฎหมายปิโตรเลียม รู้แต่ว่าถูกเพิกถอนใบอนุญาตค้าน้ำมัน ธัมมชโยสั่งให้ดูดน้ำมันสำรองจากแท็งก์ของบริษัท อีสานออยล์ น้ำมันอีสานอันเดียวกัน ไม่นานกระทรวงพาณิชย์ก็มาตรวจน้ำมันสำรอง แต่ไม่มี จึงถูกสั่งปิด



203.144.249.143
จากคุณ : ประหยัด พิพัทธ์ภัทรา - [19 ก.ย. 2542 18:30:29]


ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ขอบคุณครับที่นำเรื่องที่หาอ่านได้ยากมาให้อ่าน
ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่านี่คือพฤติกรรมของผู้ห่มเหลือง

203.158.253.7 203.158.250.74
โดยคุณ: WachR - [19 ก.ย. 2542 22:47:22]


ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ข้อมูลแน่นมากครับขอให้กำลังใจ
ข่าวว่าตอนนี้เจ้าลัทธิธรรมกายประกาศตนว่า
ตนเองได้สำเร็จวิชาธรรมโกยชั้นสูงแล้ว
น่าสงสารผู้บริสุทธฺ์คงหมดเงินกันอีกมากเลย


202.44.210.27 172.16.7.14
โดยคุณ: อดีตผู้นำบุญ - [19 ก.ย. 2542 22:52:49]


ความคิดเห็นเพิ่มเติม : คุณขาจร คุณหาชื่อเอาเอง ช่วยอ่านกระทู้นี้ด้วยครับ
วิธีการหาเงินของเจ้าลัทธิธรรมโกย

202.44.210.27 172.16.7.14
โดยคุณ: อดีตผู้นำบุญ - [19 ก.ย. 2542 23:43:18]


ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ยังไม่ขอเชื่อทั้งหมด แต่ถ้าเป็นจริงก็ไม่ต้องห่วง กรรมใดใครก่อ คนๆ นั้นก็ต้องรับกันไป นรกแน่นอน แบบสุดๆ และนานๆ

่จริงๆ ไม่อยากเชื่อ เพราะมันชั่วได้ถึงขนาดจริงๆ รับไม่ได้



203.57.44.7 203.57.45.254
โดยคุณ: ศร - [20 ก.ย. 2542 05:22:51]


ความคิดเห็นเพิ่มเติม : ขอเป็นกำลังใจให้คุณ ประหยัด
ติดตามข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้เห็นแจ้ง
อ่านแล้ว คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคุณแเว่น ธมก.
ร้ายกาจสุดยอด เหมือนดังนิยายกำลังภายใน
ทำให้สาวกงมงาย เชี่อถือ เชี่อตาม......... หลอกลวงจริงๆ

202.44.216.240 10.1.205.23
โดยคุณ: คำผัน - [20 ก.ย. 2542 10:53:52]


ชื่อ/email ของคุณ :
รายละเอียด :